Beoplay H5 Mini Review

กลับมาอีกครั้งแล้วสำหรับเครื่องเสียงยี่ห้อเดิม คือจะเป็นแฟนคลับมากไปไหม

คราวนี้เป็นหูฟังแบบอุดหู (In-ear หละ – บัญญัติศัพท์ขึ้นมาเองอีกแล้ว) ที่ไม่ใช่ว่าจะไร้สายทีเดียว แค่ไม่ต้องต่อกับโทรศัพท์ (สรุปว่าคือหูฟังบลูทูธนั่นหละ) รุ่น H5

What is it?

มันคือหูฟังบลูทูธแบบมีสายเชื่อม คล้องคอได้ ไม่ได้ไฮเทคเหมือน AirPod แต่ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่หล่นไปข้างนึงแล้วหาไม่เจอ

ปกติเราไม่ชอบเขียนสเปคของเท่าไหร่นะ เพราะว่าหาจากเว็บอื่นได้ง่ายๆ แต่คราวนี้เป็นหูฟังบลูทูธ ซึ่งเราฟังกับอุปกรณ์สองสามตัวแล้วพบว่าคุณภาพเสียงมันไม่เท่ากัน หลังจากงงๆและไปค้นคว้ามา สเปคที่ Beoplay H5 มันมีคือ

  • Bluetooth 4.2
  • AD2P codec: aptX, aptX-LL และ AAC

Bluetooth 4.2 นี่ถ้าใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ ก็น่าจะให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น (เพราะส่งข้อมูลได้เยอะขึ้นเมื่อเทียบกับเวอร์ชันเก่ากว่า)

ส่วนที่สำคัญต่อมาคือ AAC บ่งบอกว่าอุปกรณ์นี้รองรับกับอุปกรณ์ทั้งหลายของแอปเปิ้ล (ไอโฟน ไอแพด) ถ้าหูฟังบลูทูธไม่ได้เขียนว่ารองรับ AAC เวลาต่อกับอุปกรณ์พวกนี้ก็จะได้ Codec ที่ต่ำลงมาคือ SBC ซึ่งคุณภาพเสียงก็จะลดลง

ส่วน aptX นี่บอกว่าถ้าต่อกับ Mac หรือ แอนดรอยด์ (ถ้าในสเปคเขียนว่ารองรับ) ก็จะได้คุณภาพเสียงที่ดี เผลอๆอาจจะดีกว่า AAC อีก ส่วน aptX-LL คือ Low latency เวลาดูหนังหรือเล่นเกมเสียงมันก็จะไม่ช้ากว่าภาพมาก

สรุปคือ ถ้าอยากใช้กับไอโฟน ควรหาหูฟังที่มี AAC codec ถ้าอยากใช้กับแอนดรอยด์ ควรหาตัวที่มี aptX codec (AAC มีใน Oreo)

ดังนั้นหูฟังนี้ก็ใช้ได้ทั้งไอโฟนและแอนดรอยด์นั่นหละ

Design

ถ้าคิดว่าเราเลือกสี Beoplay A1 ผิด คราวนี้เราก็เลือกผิดอีกเหมือนกันหละ

รูปร่างสัณฐานมัน ไม่ได้เป็นหูฟังที่จะติดปีกให้หู (แต่ล็อตหลังก็แถมปีกมาให้) หรือดูเหมือนเครื่องช่วยฟัง หรือเป็นปลอกคอไฮเทคหลุดจากหนังไซไฟ รูปทรงมันออกจะเหมือนกับหูฟังที่มีเชือกคล้องข้างหลังมากกว่า

ตอนใส่แล้วมองกระจกครั้งแรกนี่เกือบจะอุทานออกมาเลยว่า นี่มันสายคล้องแว่นนี่หว่า

ความผิดอาจจะเป็นเพราะว่าเราเลือกสีดำมา ซึ่งสีดำนี้ก็จะดำทั้งตัวหูฟังกับสายคล้องเลย พอมาใช้กับคนใส่แว่นแล้ว มันเลยดูต่อกันไปเหมือนสายคล้องแว่นซะงั้น

หูฟังของ Beoplay มีไว้ให้โชว์ ดังนั้นข้าพเจ้าแนะนำให้เลือกสีเขียว หรือสีชมพูไปเลย

ตัวหูฟังทำจากพลาสติกที่จับแล้วดูมีคุณภาพดี ใส่ลูกเล่นไปที่ฝาอลูมิเนียมขัดมันวาวเป็นวง ประทับตรา B&O เข้าไปอีกขั้น ขนาดก็เหมือนว่าพยายามทำให้ไม่ใหญ่เกินไปจนใส่แล้วน่าเกลียด แต่ก็ไม่เล็กไปจนแบตอยู่ได้ไม่นาน (แบตอยู่ที่ตัวหูฟัง ไม่ได้อยู่ที่สายคล้อง)

ส่วนตัวสายคล้องก็ไม่ได้เป็นสายยางธรรมดาๆ แต่เค้าถักด้วยเส้นไยอะไรสักอย่าง แต่งานออกมาเหมือนเชือกผูกรองเท้า (ในเว็บเค้าบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจมา) ทำให้มันคงทนกว่าสายปกติ และเป็นเครื่องประดับกายในระดับหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจเรื่องการรักษาความสะอาดนะ

สายทางด้านซ้าย (เมื่อใส่) เป็นที่อยู่ของรีโมท ซึ่งมีไมโครโฟนอยู่ด้วย

Usage

ส่วนการควบคุมทุกอย่างอยู่ที่รีโมทนะ ซึ่งมันแบ่งเป็นสามตอน (ตอนใช้ H6 ปุ่มในรีโมทมันต้องกดที่เส้น แต่ตัวนี้ให้กดระหว่างเส้น) ต้องคลำหน่อยถึงจะรู้ว่าตอนนี้เราจับอยู่ที่ช่วงไหนของมัน ปุ่มบนล่างใช้สำหรับเร่งและลดเสียง ส่วนปุ่มกลางใช้เปิดเครื่อง (กดค้าง) เปิดสิริ (กดค้างหลังจากเปิดแล้ว) ค้นหาสัญญาณบลูทูธ (กดค้างหลังจากเปิดแล้ว แต่นานกว่าสิริ)

สิ่งที่ค้นพบต่อมาคือว่ามันเชื่อมได้ทีละเครื่อง ไม่เหมือน A1 ที่เชื่อมได้หลายเครื่องพร้อมๆกัน ในยุคที่มีทั้งคอม โทรศัพท์ แท็บเล็ต การใช้หูฟังสลับไปมาก็ไม่สะดวกสักเท่าไหร่ (เป็นอีกส่วนที่ชอบ AirPod มาก)

ตอนเล่นเพลง กดปุ่มกลางหนึ่งครั้งเป็นการหยุด/เล่น กดสองครั้งติดเป็นการข้ามเพลง

สิ่งที่เราชอบคือการปิดเครื่อง แค่ถอดหูฟังออกจากหูแล้วเอามันมาประกบกัน นอกจากแม่เหล็กที่อยู่ในหูฟังทั้งสองข้างจะดูดให้มันติดกันแล้ว มันก็จะปิดตัวเองให้ด้วย (ดีงาม) หรือถ้าไม่มีสัญญาณใดๆมาสิบห้านาที มันก็จะปิดตัวเองลง

การพกพาเลยเป็นเรื่องที่สะดวกมาก เพราะว่าไม่ต้องเก็บเข้าซองหรือภาชนะใดๆ คล้องคอไว้เหมือนกับสร้อย เวลาอยากใช้ก็หยิบมาฟังได้เลย แนะนำให้เลือกสีตามสไตล์ไปเลยเพราะว่ามันจะติดตัวกับเราตลอดเวลาแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ก็ตาม

อ่อ ของที่อยู่ในกล่อง มีซองใส่หูฟัง ที่ชาร์จ ยางใส่หูอีกหลายขนาด (มีแบบโฟมด้วย) และก็มีคลิปเล็กๆเหมือนจะให้ติดกับเสื้อ แต่กลัวมันหลุดมาก

แอปที่ใช้คุมก็คือ BeoPlay ใช้สำหรับปรับโทนเสียง อัพเดทเฟิร์มแวร์ เปลี่ยนชื่อหูฟัง หน้าตาสวย ใช้งานง่าย

มาพูดถึงเรื่องที่ว่าใส่แล้วหลุดง่ายหรือเปล่า (ตามที่เห็นในรีวิวกันมา) เราบอกว่าด้วยความร้อนชื้นในไทย มันหลุดยากนะ แต่คนรูหูเล็กอาจจะใส่แล้วไม่สบาย เพราะท่อส่งเสียงมันค่อนข้างใหญ่ ตอนเอาไปใช้ที่ญี่ปุ่น อากาศประมาณสิบองศา ตัวยางมันออกจะแข็งแล้วทำให้มันใส่แล้วหลวม

เรื่องระยะเวลาการใช้งาน เราว่าน่าผิดหวังเล็กๆ คือประมาณสามชั่วโมงมันก็เตือนแบตอ่อนแล้ว (โฆษณาไว้ห้าชั่วโมง) แต่ก็ไม่เคยใช้จนแบตหมดจริงๆ ไม่ได้จับเวลาไว้ขนาดนั้น สัปดาห์นึงก็ต้องชาร์จประมาณสองรอบ (ใช้ฟังตอนเดินทาง ตอนออกกำลังกาย) ถ้าใช้ตอนเดินเที่ยวเล่นคนเดียวก็วันนึงอาจจะต้องชาร์จแล้วหละ

เรื่องการชาร์จ ที่ชาร์จที่อยู่ในกล่องมันไม่ได้แยกหัวชาร์จกับสาย ก็น่ากลัวตรงข้อต่อมันนี่หละว่าจะพัง เลยสั่งที่ชาร์จจากอีเบย์อันละสามร้อยบาทมาใช้แทน

Sound

เสียงก็ยังเป็นสไตล์ B&O หละ คือไม่แต่งเสียงมาก แต่ด้วยความเป็นหูฟัง in-ear เสียงเลยไม่กว้างเหมือนกับพวกครอบหู แล้วถ้าใส่แบบหลวมๆ เสียงที่ออกมาก็จะไม่เต็มที่ (ช่องในการพ่นเสียงได้มันเล็กนั่นหละ ผิดมุมไปมันก็จะไม่ตรงกับที่ออกแบบไว้)

ที่อุดหูตัวที่เป็น memory foam เราว่าทำให้เสียงมันดีขึ้นนะ (แล้วแต่คน แต่เราไม่ชอบใส่ยกเว้นตอนไปวิ่ง)

ก่อนหน้านี้เราคิดว่าหูฟังบลูทูธเสียงไม่ดี แต่เทคโนโลยีตอนนี้มันก็ดูไปไกลแล้ว อาจจะด้วยที่ว่ามันส่งข้อมูลได้เยอะขึ้นด้วยหละ

เรามีตัวเปรียบเทียบคือ ZERO AUDIO Carbo Tenore ZH-DX200-CT ที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ (ราคาประมาณพันบาท – ตอนนี้ทำหายตอนนั่งเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว) ฟังแล้วเราชอบ H5 มากกว่า (แต่ราคาก็เกือบสิบเท่า)

 


สรุปรวมๆคือชอบนะ คะแนนด้านการพกพานี่ให้สุด เสียงก็ไม่ได้ด้อยเลย

Like ❤️

  • พกพาสะดวกมาก ถึงมากที่สุด
  • พอใส่เป็นเครื่องประดับได้ ตอนที่ไม่ได้ใช้งาน
  • เสียงดี

Wish 🎁

  • แบตอยู่ได้นานกว่านี้
  • ต่อได้หลายเครื่องแบบ AirPod
  • ถ้ามีเคสชาร์จในตัวได้จะดีมาก

Wonder 🤔

  • รุ่นสองจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง
  • เมื่อไหร่แบตจะเสื่อม
  • การทำความสะอาดสาย ใช้งานไปนานๆมันจะเน่ามั้ย