อัพเดทชีวิต

ในชีวิตการทำงานสิบปี สองเดือนที่ผ่านมานับว่างานหนักสุดแล้ว

คงต้องขอตั้งต้นก่อนว่าเราออกจากบริษัทเดิมเมื่อปลายปีที่แล้วเพราะโดนเพื่อนชักจูงมา (อยากมีชีวิตที่เป็นนายของตัวเอง มาร่วมงานกับเราสิ… ไม่ใช่แล้ว) ก็รวบรวมเพื่อนๆในภาคได้หลายคน มาตั้งเป็นบริษัทเล็กๆทำงานเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งเป็นบริษัทลูกของยักษ์ใหญ่ทางด้านการศึกษานี่หละ

ถ้าช่วงนี้ได้รับ fwd ทางไลน์จากญาติๆกัน พี่เจ้าของเค้าเป็นคนแบบนั้นจริงๆหละ น่านับถือมาก

 

ชีวิตเปลี่ยนจากงานด้าน support software มาเป็น developer เรียนรู้ทุกอย่างใหม่เกือบหมด เทคโนโลยีที่ใช้ก็นับว่าใหม่เกือบแกะกล่อง (และก็ตามมาด้วยความเละ เพราะว่ายังไม่คุ้นชินกับสายงานนี้) แล้วก็ได้ปล่อยโปรดักส์ออกมาหนึ่งชิ้น (แบบ soft launch) แล้ว

 

แล้วเนื่องจากบริษัทแม่ก็ได้ตั้งโปรเจคใหม่ขึ้นมา โดยกว่าจะมาถึงฝั่งเราแบบมีแค่คอนเซปนี่ก็เหลือเวลาอีก 60 วัน! นี่คือรวมเวลาเสาร์อาทิตย์แล้วนะ (ถ้าคิดคำอุทานในใจว่าอย่างไร เราก็คิดอย่างนั้นหละ)

 

จากความที่มันเป็น deadline-driven-development ในฐานะที่เราต้องเป็นคนหลีดโปรเจคนี้ ก็เลยต้องหาวิธีที่จะแบ่งงานกันทำโดยที่แต่ละฝั่งไม่กระทบกัน และก็เลือกเทคโนโลยีใหม่ๆมา

  • การทำ api มองเป็น service ย่อยๆ (ไม่อยากเรียกว่า micro service เพราะมันก็ไม่ได้เล็กซะขนาดนั้น)
  • ทำฝั่ง api ให้ containerized คือทำเป็น docker นั่นหละ
  • ใช้ google cloud container engine ต่อไปถ้าอยากสเกล ก็แค่ปรับจำนวนบางกลุ่ม service ให้มากขึ้นตามความต้องการ
  • ใช้ cloud functions กับ api บางตัว ทั้ง develop และ production คือว่าบางอย่างเราไม่ต้องการความเร็ว และไม่ต้องมาทำ server เอง ไม่งั้นดูแลไม่ไหว
  • Front end เป็น react native บน Expo (อันนี้คิดว่าจะแตกเป็น react native จริงๆ แต่ไม่ใช้เวลานี้) ช่วยเรื่อง development time สุดๆ แต่ว่าตอนนี้เจอบั๊กอยู่
  • API gateway เป็น graphql ซึ่งเราว่ามันดีงามกับฝั่ง front end มากเลย
  • Server ใช้ Node.js ภาษาเดียวเขียนได้ตั้งแต่ front ยัน back
  • Dev ฝั่ง mobile 2.5 คน ฝั่ง API 1.5 คน (ถามว่าเราอยู่ตรงไหน… อยู่หมดทุกส่วน)
  • เวลาทำงานนี่ทะลุ 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ไม่รู้จะพูดยังไง แต่เราว่า designer สำคัญกับทีมมาก (มากๆๆๆ) ที่ไหนได้ดีไซน์เนอร์ดีก็ประสบความสำเร็จไปครึ่งนึงแล้ว

คาดว่าแอปจะออกสู่สายตาสัปดาห์หน้า แต่จะ launch จริงๆอีกเดือน คนใช้งานคาดว่าหลักแสน

เป็นไงบ้างครับกับโปรเจคที่สองของข้าพเจ้า ดูน่าตื่นเต้นไหมครับ

 

 

//นอนตาย