เมื่อพูดถึงเรื่องการค้นคว้าหาข้อมูลที่เที่ยวแล้ว เราไม่ได้เป็นคนที่จะเปิดเน็ตแล้วลอกตามอย่างเดียวหละ

ขอบอกเลยว่าเรายังอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่เป็น ฟังก็ได้น้อยมาก แต่เรามีเทคโนโลยีไง

ตอนหลังๆเราเปิดโลกจากหนังสือท่องเที่ยวไทย ไปดูว่าคนญี่ปุ่นเค้าไปไหนกัน หนังสือก็เลยทยอยเพิ่มตามที่ๆอยากไป (ยกเว้น Tokyo Cafe ของพี่ที่รู้จัก – อันนี้ก็ซื้อมานะ) หาร้านของกิน หาที่เที่ยว วางแผนหัวโต บางทีจัดแผนไม่เสร็จก็แบกหนังสือเล่มใหญ่ๆ หนักๆนี้ไปด้วยหละ

ส่วนร้านกาแฟ ใครจะแนะนำร้านดีเท่าท้องถิ่นแนะนำใช่ไหมหละ เวลาไปเมืองแปลกๆ ก็เลยต้องแวะเข้าร้านหนังสือในเมืองนั้นๆ แล้วก็หาหนังสือร้านกาแฟมาดู (แล้วอีกวันก็จะตระเวณไปกินไปชิมเล่นๆตามร้านเหล่านั้น) อันนี้คือความสนุกของเรา

หรือว่าไปดูซากุระปีที่แล้ว ตอนนั้นยังทำงานอีกที่นึง หนึ่งในเป้าหมายครั้งนั้นคือเก็บแต้มเพื่อมาเขียนแนะนำที่เที่ยว คือเราก็สนุกของเราไง แถมมีผลงานฝากไว้บนอินเตอร์เน็ตด้วย ก็ตั้งแต่ไปบูธในงานท่องเที่ยว ซื้อหนังสือญี่ปุ่นมาดู (กับหนังสือไทยอีกเล่ม) ถามเพื่อนที่ทำงานในภูมิภาคนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นสปอนเซอร์ของทริปก็คือเงินเดือนจากบริษัทเก่านั่นหละ

เราเป็นบล็อกไม่แสวงหาผลกำไร สังเกตุดูจะไม่มีโฆษณาแปะไว้เลย เพราะเราคิดว่ามันไม่สวย มันไม่ตอบโจทย์ประสบการณ์ผู้ใช้ (ทุกอย่างเลยต้องประหยัดไปหมด) ของที่รีวิวก็ซื้อด้วยเงินของตัวเอง

และเราไม่เขียนอวยสิ่งไหนๆ ถ้าเราไม่ชอบ (สอบตกที่จะมีอาชีพเป็นบล็อกเกอร์แล้วหละ) บางครั้งก็ชอบแบรนด์นี้ ไปๆมาๆเจออีกยี่ห้อนึงถูกจริตกว่าก็ชอบ แล้วมองบนยี่ห้อเก่าก็มี

ดังนั้นเราก็จะ piss off เมื่อเห็นคนไม่เล่นตามกฏ อย่างการเอารูปไปใช้แบบไม่ได้รับอนุญาตนี่หละ คือโกรธ แบบอยากลางานแล้วหาทนายมาฟ้องเป็นเรื่องเป็นราว แต่คือช่วงนี้คืองานยุ่งมาก เหนื่อย เสาร์อาทิตย์ก็หลับเป็นตาย

วันนี้ยิ่งอารมณ์เสียกว่าเดิม เพราะนอนน้อยติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

 

 

 

นั่นหละ ไม่รู้ว่าโพสนี้จะให้ข้อคิดอะไรกับคนอ่านได้บ้างนะ แต่แบบว่าเจอแบบนี้แล้วไม่โอเคเลย จะกี่ครั้งก็ไม่โอเค จนเริ่มจะวิตกการศึกษาไทยไปแล้ว