duet display

ต้นสัปดาห์เพิ่งหน้ามืดซื้อแอปไปในราคา 349 บาท แล้วใช้แล้วทำให้รู้สึกว่าไอแพดดูมีคุณค่าในการทำงานขึ้นมาหน่อยนึง

ไม่อารัมภบทมาก แอปที่ซื้อมาคือ duet display

มันคืออะไร?

มันคือแอปที่จะแปลงไอแพดให้เป็นจอที่สองของคอมพิวเตอร์ (ทั้งแมคและพีซี) เพียงแค่เปิดแอปนี้ในไอแพด

ถามว่าฟังก์ชันนี้มีแล้วมันดียังไง คือว่าในสภาพการพกโน้ตบุ๊กไปๆมาๆ (อารมณ์แบบไปนั่งร้านกาแฟ) มันจะมีพวกการทำงานที่เขียนเว็บไป ดูหน้าตาทันที (hot reload) แล้วพอเรามีจอเดียว ก็ต้องปัดจอไปซ้ายไปขวาตลอดเวลา (คือทำ fullscreen app หละ แล้วแมคมันใช้สี่นิ้วปัดไปมาเพื่อเลื่อนได้) ถึงจะไม่สะดวกสุด ก็พอถูๆไถๆไปได้ การทำงานแบบนี้ควรจะมีสองจออย่างน้อย เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลา duet display ก็มาตอบโจทย์ตรงนี้หละ

ตอนทำงานก็ไม่ได้ใช้ไอแพดอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะเก็บใส่กระเป๋า ก็หาสาย USB มาต่อกับคอม โหลดแอปนี้ทั้งคอมทั้งไอแพด แค่นี้หละ ก็ได้จอที่สองมาช่วยในการทำงานมาแล้ว

ฟีเจอร์

  • รองรับ resolution 1024×768 (retina), 2048×1536 (ตัวหนังสือเล็กยิ่งกว่ามด), 1366×1024 (แต่ภาพไม่คมเลย)
  • รองรับ refresh rate ที่ 30fps และ 60fps
  • จอสัมผัสได้ (ก็คือหลอกว่าเป็นเมาส์) – สำหรับคนใช้แมคก็จะได้ลองว่าถ้าแมคเป็นจอสัมผัสจริงๆมันจะเวิร์คไหม
  • หลอกให้โชว์ touch bar ได้ (ไม่ต้องเสียเงินเกินความจำเป็นเหมือนขูดรีดขูดเนื้อโดนโขกสับเพื่อซื้อแมคบุ๊กตัวใหม่ ก็ได้ใช้เหมือนกัน)
  • (สำหรับ iPad Pro) รองรับ Apple Pencil ด้วยการจ่ายเงินเป็นรายปี

การใช้งาน

เนื่องจากว่ามันต้องการความเร็วในการส่งระดับนึง ก็เลยจำเป็นที่จะต้องต่อสาย USB กับคอมพิวเตอร์หละ ส่วนการลงโปรแกรมฝั่งแมค ต้องมีการรีสตาร์ทเครื่องใหม่หนึ่งรอบ (ปกติใช้แมคไม่ต้องปิดเครื่อง พับจอก็พอ)

พอลงแล้ว แอปก็จะอยู่บน Menu bar แล้วพอฝั่งไอแพดลงแอปแล้ว เวลาต่อมันก็จะเห็นขึ้นมาและกลายเป็นจอสองให้เลย

 

คำว่าจอสองในที่นี้คือจอแบบปกติทั่วไปนี่หละ ใช้งานได้ปกติเลย

แต่พอใช้จริงๆ ถึงแม้ว่ามันจะปรับความละเอียดได้ถือ 2048×1536 เรารู้สึกว่ามันเล็กไป สำหรับไอแพด 9.7 นิ้ว แต่พอปรับมาเป็น 1024×768 มันก็ดันต่ำกว่าขนาดจอที่คนส่วนมากใช้กันอีก (คือตอนนี้เราจะตั้งเป้าไว้ที่ 1366×768 สำหรับ desktop) ก็คือต้องปรับความละเอียดของจอให้เหมาะกับการใช้งานนั่นหละ (แต่ถ้าเป็น iPad Pro ตัวใหญ่นี่เหมือนมีจอแมคบุ๊กอีกอันเลยนะ)

แล้วก็… เราค้นพบว่าการวางจอให้เกือบราบกับพื้นก็เป็นอะไรที่ดูดีกว่าการวางจอแบบตั้งๆ เหตุผลเพราะว่ามันเป็นจอสัมผัสหละ (ถ้าใช้ touchbar มันก็จะจิ้มได้ง่ายๆ)

 

ส่วนถ้ามีจอนอกอยู่แล้ว ได้เพิ่มมาอีกจอนี่ก็ดีเลยนะ…

แต่ถ้ามีจอแยก ได้มาสามจอนี่ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

Use Case

  • ทำเว็บหนึ่งจอ อีกจอดูผล
  • พิมพ์โค้ดที่จอหลัก จอรองเปิดเว็บไว้อ่านประกอบ
  • จอรองเป็น terminal ไว้ดู status การคอมไพล์งาน
  • จอรองเปิด chat
  • โน้ตบุ๊กจอกาก ใช้ไอแพดเป็นจอแต่งรูป
  • (สามจอ) โค้ดหนึ่งจอ เว็บหนึ่งจอ จอเล็กเป็น web inspector
  • ฯลฯ (ตอนนี้นึกออกแต่ไว้ใช้ทำงาน)

สรุป

มันเหมาะกับคนมีไอแพด คนใช้โน้ตบุ๊กทำงานนอกสถานที่เป็นหลัก และการทำงานต้องการอย่างน้อยสองจอ