Italics – Italian Buffet 349 บาทถ้วน

คราวนี้ไม่เอาลงฐานข้อมูลสถานที่กินนะ เพราะข้าพเจ้าไปกินเป็นบุฟเฟ่ต์ รอไว้ไปกินแบบธรรมดาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที


ต้นสัปดาห์เพื่อนเราชวนไปกินบุฟเฟ่ต์ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ซึ่งก็ดีที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน คือร้าน Italics (โดยที่เพื่อนเราได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่เขียนรีวิวร้านอาหารลงเว็บอีกที)

อนึ่ง จะกินบุฟเฟ่ต์ได้ก็ต้องเข้าไปกดจองผ่าน Hungry Hub ก่อน (ลิงก์นี้ กดจองได้เลย)

ร้านนี้อยู่ตรงซอยร่วมฤดี ปากทางซอยร่วมฤดี 3

บรรยากาศร้านก็ดูดี และดูร้างหน่อยๆ ขนาดว่าเราไปตอนเที่ยงนะ เกือบๆเที่ยงครึ่งถึงจะมีอีกโต๊ะมา

ว่าแล้วก็สั่งอาหารกันดีกว่า เนื่องจากอันนี้เป็นบุฟเฟต์ รายการเลยจะมีไม่ครบหมดทุกเมนู และบางครั้งของในเมนูก็ขาดบ้างด้วย (เช่นรูปข้างบน เห็นเมนูประจำวันเป็น Crab & Squid Ink Fettuccine แล้วเดี๋ยวดูสิ่งที่เราได้มา)

เริ่มต้นกันแบบง่ายๆด้วย Eggplant Lasagna มีเนื้อมะเขือม่วงอยู่ในนั้นด้วย ชีสก็จัดเต็ม สำหรับบางคนก็อาจจะเลี่ยน แต่เราชอบนะ

มีข้อสังเกตุว่า เค้าจัดจานแบบลืมใส่ผักร๊อกเก็ตมาด้วย จานมันเลยโล่งเกิน

จานต่อไปเป็น Crab & Squid Ink Fettuccine แต่ว่าเส้นหมึกหมด (อ้าว แล้วที่เขียนบนกระดานคืออะไร) เลยเปลี่ยนมาเป็นเส้นสปาเกตตี้แทน รสชาติก็โอเค มีเนื้อปูให้เห็น แต่ยังรู้สึกไม่จุใจเท่ากับ Crab Cake ร้าน Roast ที่เคยกินมา (แล้วมันก็ไม่กลมกล่อม อาจเพราะไม่มีเส้นหมึก)

จานต่อไปที่สั่งคือพิซซ่า อันนี้เป็นหน้าพาร์มาแฮม แป้งบางกรอบ รสชาติอร่อยใช้ได้ (กินกันแค่สองคนก็ยังไม่เกี่ยง)

พอมาสามอย่างหละ เรายังรู้สึกว่าไม่คุ้ม และยังมีกระเพาะเหลือ ก็เลยสั่งต่อ…

(คือเมนูบุฟเฟต์มันไม่แยกหัวข้อ starter ไว้อะ เขียนไว้ต่อกับเมนูพิซซ่าเลย ตอนสั่งครั้งแรกเลยมองข้าม)

ที่สั่งไปก็เบาๆหละ คือซุปเห็ดทรัฟเฟิล ได้กลิ่นเห็นกำลังดี ปริมาณก็ไม่เยอะเกิน

อีกอย่างก็สั่งตามเว็บมา คือข้าวโพดอ่อนย่าง เค้าเหมือนทาเนยบางๆก่อนไปเผาไฟ รสสัมผัสจะเค็มนิด แล้วก็ได้ความหวานจากข้าวโพดมา อันนี้ต้องละเมียดละไมในรสชาติหน่อยนะถึงจะดื่มด่ำ

 

จบคอร์สของคาว ก็ต่อด้วยของหวานเลย

อย่างแรกคือชีสเค้ก Banana Ricotta Cheesecake อันนี้เพื่อนเราชอบมาก (ถึงขนาดสั่งเพิ่ม) ชีสเค้กแน่นๆทั้งเนื้อและทั้งรส มีตัวตัดรสชาติคือซอสช็อคโกแลตและกล้วย

อีกอย่างคือ Caramelised White Chocolate อารมณ์เหมือนพุดดิ้งเนื้อหยาบหน่อย มีท้อปปิ้งเป็นเกล็ดน้ำตาลกรอบๆ (เดาว่าเป็นคาราเมลทำจนแห้ง) แล้วใส่ซอร์เบต์พวกเบอร์รี่ กับซอสเบอร์รี่ รสชาติพุดดิ้งก็จะหวานจัด ส่วนซอร์เบต์ก็จะเปรี้ยวจี๊ด ต้องกินคู่กันถึงจะลงตัว อันนี้เราชอบมาก (แต่สั่งแค่ที่เดียวเพราะแค่นี้ก็อ้วนแล้ว)


สรุปของบุฟเฟ่ต์

มีภาคต่อคือที่ทำงานไปกินอีกวันนึง แล้วไม่มีของหวาน (ซึ่งถ้าเราได้ไปวันนั้นคงน้ำตาตกใน)

รสชาติ เราว่าดีเลยหละ ดูเหมือนว่าเชฟเค้าไม่ได้ลดคุณภาพของอาหารลง (หรือว่าปกติมันดีกว่านี้อีก) แต่ที่ขัดใจคือเรื่องของที่บางทีหมด ทั้งๆที่รู้สึกว่าคนมาไม่เยอะนะ

แต่การที่เค้ากดราคาลงได้ถึงหัวละ 349 บาท (ตอนเที่ยง รวมทุกอย่าง แต่ไม่รวมเครื่องดื่ม) อันนี้เราเรียกว่าคุ้มเลยหละ ถึงของจะหมดบ้างนะ แต่ก็สไตล์อาหารอิตาเลี่ยนคือกินแล้วก็อยากเว้นช่วงไปสักระยะนึงก่อนจะอยากกินอีก 555+

ดังนั้นสรุปว่า ดี แต่ไม่ได้ถึงขั้นให้ไปกินเลย เพราะขึ้นอยู่กับดวงว่าจะได้สั่งของที่อยากกินไหม กลัวจะผิดหวังกัน