Tohoku Sakura | Prelude

จริงๆไปญี่ปุ่นมาหลายรอบแล้วจนแทบจะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แต่ว่าก็คงต้องขอเขียนไว้หน่อยว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ทริปนี้คือไปดูซากุระแถบโทโฮคุ (เพิ่งนึกได้ว่าลืมเขียน)

การเดินทาง

จากโตเกียวไปเหนือสุดที่อาโอโมริใช้เวลาชิงกันเซนแค่สามชั่วโมงเท่านั้น โดยผ่านทางเส้น Tohoku/Hokkaido Shinkansen นี่หละ แต่ว่าเส้นทางมันจะมีแตกแยกย่อยไปตามแต่ละจังหวัดอีก เรียกว่าการเดินทางครอบคลุมทุกจังหวัดหลักๆในภูมิภาคนี้เลย

การท่องเที่ยวส่วนนี้มีตั๋วเหมาคือ JR East Tohoku Area Pass ใช้ได้ 5 วันแบบไม่ต้องติด แต่มีอายุแค่ 14 วันนับจากวันแรกที่ใช้ ราคาอยู่ที่ 19,000 เยน ส่วนนี้จะไปที่เที่ยวแถบตอนเหนือของเกาะฮอนชูได้ แต่จะไปแถบนากาโนไม่ได้ (ได้โบว์ชัวร์จากงานญี่ปุ่นมา ยังเขียนแพลนเป็น JR East Pass แบบเก่าอยู่เลย ต้องเช็คให้ดีหละว่ามันไปได้ไหม)

ส่วนถ้าอยากผจญภัยมากกว่านั้นก็จะมี JR East/South-Hokkaido Rail Pass อันนี้ใช้ได้ 6 วัน ภายใน 14 วันหลังจากวันแรกที่ใช้ ก็จะเป็นส่วนต่อขยายจากพาสอันแรก นั่งชินกันเซนไปเกาะฮอกไกโดได้ และก็นั่งรถไฟต่อไปได้ถึงซัปโปโรเลย ราคาอยู่ที 26,000 เยน

อาจจะต้องเน้นหน่อย คือว่าเส้นทางสายนี้ชิงกันเซนบางขบวนจะต้องจองที่เสมอ จะรีบวิ่งกระโดดเข้ารถไฟอาจจะไม่ได้ และถ้ายังฝืนวิ่งเดี๋ยวจะได้ไปลงปลายทางคนละทีก็ได้หละ

  • รถไฟที่ไปถึงอาโอโมริและอะกิตะ ต้องจองที่นั่ง
  • รถไฟบางขบวน จะเป็นรถ”พ่วง”สองขบวน มันจะแยกกันที่บางสถานี และไปถึงจุดหมายกันคนละที่ ยังดีที่เบอร์ตู้มันเรียงต่อกัน

เพื่อตัดปัญหากวนใจเหล่านี้ แนะนำให้จองที่นั่งตลอด นอกจากเราจะขึ้นตู้รถไฟถูกแล้ว ถ้าเวลามันไม่พีค ที่นั่งข้างๆก็จะไม่มีคนมานั่งด้วย (สำหรับคนเดียวนะ) ได้ที่วางของเพิ่ม (ไม่ต้องยกกระเป๋าเดินทางไปที่ชั้นวางของ)

ถ้าอยากอ่านการจัดขบวนรถไฟเส้นทางนี้ ไปอ่านที่ japan-guide ได้

ถ้าไม่อยากนั่งไปกลับ ก็ยังมีสายการบินในประเทศ แต่ว่าเราว่าเวลามันก็พอๆกันนี่หละ แถมรถไฟเข้าถึงใจกลางเมืองอีกต่างหาก

สภาพอากาศ

คีย์เวิร์ดคือ “หนาว แต่ไม่หนาวมาก”

เนื่องจากช่วงซากุระคือช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และก็โทโฮคุอยู่ทางเหนือๆ อากาศจึงหนาวกว่าโตเกียวในเวลาเดียวกัน แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นหนาวมาก เสื้อกันหนาวไม่ต้องเอาไปแบบหนามาก (พวกยูนิโคล่แบบม้วนได้) แนะนำให้ใส่หลายๆชั้นดีกว่า (แบบข้างในใส่ฮีทเทค เสื้อแขนยาว เสื้อกันหนาว แล้วก็หาเสื้อสเวตเตอร์ไปเผื่อหนาวเกิน ปรับเปลี่ยนจำนวนชั้นการใส่ตามความเหมาะสม)

(เช่นเคย) เลือกโรงแรมที่มีอ่างแช่น้ำ หรือออนเซ็นไว้ เป็นตัวคืนความร้อนเข้าตัวที่เร็วใช้ได้เลย

อาหารการกิน

เซ็นได – ลิ้นวัวย่าง หอยนางรม โมจิถั่วแระ

ฟุกุชิม่า – ลูกพีช ราเม็ง

โมริโอกะ – เซเมน จาจาเม็ง วาโกะราเม็ง

อาโอโมริ – แอปเปิล (สิงหา) หอยเม่น

แพลน

เราไปหลังสงกรานต์นะ แบบไปวันสุดท้าย (14 เมษา ถึง 25 เมษา) แล้วปีนี้อากาศมันแปรปรวนจนบางที่บานเร็วกว่ากำหนด (คือปราสาทฮิโรซากิ) ส่วนบางที่ก็โรยราไปก่อน ส่วนที่เราไปจะไล่จากใต้ขึ้นเหนือ ยังไงก็ต้องเจอซากุระสักที่หละ

สถานที่เที่ยวชมซากุระ ดูเทียบกับบล็อกนี้นะ ไปดูซากุระที่โทโฮคุกันเถอะ

  • วันที่ 1 – เครื่องลงนาริตะหกโมงครึ่ง นั่งชิงกันเซนไปฟุกุชิม่า (Hanamiyama) แล้วก็นั่งต่อไปเซ็นได นอนที่นี่สามคืน
  • วันที่ 2 – ออกจากโรงแรมหกโมงกว่าๆ ขึ้นรถไฟไปมิฮารุ แล้วสักเที่ยงก็ไป Aizu-wakamatsu แต่อยู่ได้ไม่นานก็กลับ เพราะนัดเพื่อนไว้
  • วันที่ 3 – วันนี้ไม่ใช้ JR Pass ก็อยู่แถวๆเซ็นได ตั้งใจไป Funaoka แต่ร่วงหมดและฝนตก เลยไปเดินเล่นในตัวเมืองเซ็นได หาร้านกิน แล้วก็ไปชิโอะกามะ
  • วันที่ 4 – ฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟ ไปวัดยามาเดระ เสร็จแล้วก็กลับมาเอากระเป๋าไป Kitakami (แต่ในสถานีไม่มีที่ฝากใบใหญ่ เลยต้องใช้บริการเต้นท์ฝาก ซึ่งปิดห้าโมงเย็น) ดูซากุระเสร็จก็ไป Morioka นอนที่นี่สองคืน
  • วันที่ 5 – ไม่ใช้ JR Pass ก็เที่ยวในเมือง Morioka กับไปออนเซ็นใกล้ๆ
  • วันที่ 6 – ฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟ (ซึ่งจริงๆฝากที่โรงแรมก็ได้ เพราะใกล้มาก) แล้วไป Kakunodate เสร็จแล้วก็กลับมาเอากระเป๋า เพื่อไป Aomori (นอนสองคืน)
  • วันที่ 7 – ไม่ใช้ JR Pass ก็เที่ยวในเมือง Aomori
  • วันที่ 8 – ฝากกระเป๋าที่โรงแรม แล้วไปฮิโรซากิ อยู่ถึงบ่ายๆก็กลับมาเอากระเป๋าแล้วเข้าโตเกียวหละ (ถึงประมาณสามสี่ทุ่ม)
  • วันที่ 9-10 เดินเล่นในโตเกียว (คือไม่เที่ยว ไปกิน เดินช้อป)
  • วันที่ 11 ไปนาริตะขึ้นเครื่องกลับไทย
Roparat Sukapirom

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom