Morioka

มาถึงเมืองถัดไปในทริปคราวนี้บ้างหละ

โมริโอกะเป็นเมืองหลักของจังหวัดอิวาเตะ ภูมิภาคโทโฮคุ มีประชากรประมาณสามแสนคน พอๆกับอาโอโมริ เมืองนี้เป็นจุดเปลี่ยนของชิงกันเซนเส้นทางอะกิตะ (แต่คงไม่ได้จะแวะพักกัน)

ถ้าจะบอกถึงเรื่องการท่องเที่ยว เมืองนี้ไม่ค่อยมีที่ให้เที่ยวเท่าไหร่ เพราะว่าจุดเที่ยว ทั้งวัด ทั้งธรรมชาติ อยู่นอกตัวเมืองหมดเลย (ไกลจากตัวเมืองด้วย) แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่น่าไปนะ ทีนี่มีจุดชมซากุระที่สวยพอตัวเหมือนกัน แถมวิวในเมืองยังดีงามอีกด้วย

Morioka


เรามาถึงตัวเมืองโมริโอกะตอนเย็นๆหละ เพราะว่าไปดูซากุระที่ Kitakami มา ขั้นแรกก็เช็คอินที่โรงแรมก่อนเลย และได้พบกับวิวสุดอลังการจากโรงแรมราคาไม่แพงมากแห่งนี้

ภูเขาอิวาเตะอยู่ลิบๆ

จากนั้นก็เดินเล่น สำรวจร้านรวงในห้างที่ติดสถานีรถไฟ แต่เป้าหมายเราต้องมาลองเรเมน (บะหมี่เย็น) ขึ้นชื่อของที่นี่กันก่อน

ร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟ ชั้นสอง ตอนแรกก็เกือบหาไม่เจอ

Seiroukaku 盛楼閣

Everyday 11:00-02:00 Morioka Web Site
ร้านเนื้อย่าง แต่ว่ามีเรเมนที่เด็ดสุดในญี่ปุ่น

เรเมนของเมืองโมริโอกะนี่มีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ เค้าใส่ผลไม้ลงไปด้วย นอกเหนือจากนี้น้ำซุปก็ยังมีใส่กิมจิ ที่ปรับระดับความเผ็ดได้ น้ำซุปก็เลยดูจะกลมกล่อม มีความเผ็ดจากกิมจิ (แต่เผ็ดสไตล์ญี่ปุ่น) แล้วผลไม้หวานๆช่วยแก้เผ็ด เป็นการผสมผสานกันแบบลงตัว

ตัวเส้นก็เหนียวหนึบกำลังดี เป็นเรเมนที่ต้องมาลองถ้ามาเมืองโมริโอกะ แถมยังอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เดินทางสะดวก

ราคา 1,000 เยน

วันนี้ขี้เกียจเดินเยอะหละ เหนื่อย ตอนเช้าก็ไปขึ้นเขาที่วัดยามาเดระ ตอนบ่ายก็คิตะคามิ เดินไกล เกือบวิ่งด้วย เพราะต้องมาเอากระเป๋าที่ฝากไว้ (ร้านฝากปิดเร็ว) ก็เลยกลับมาโรงแรมเร็ว

ตอนแรกอีกวันกะจะไป Koiwai Farm ไปดูซากุระวิวสวยๆซะหน่อย แต่เข้าเว็บไปแล้วมันยังไม่บานเลย ก็เลยตัดสินใจอยู่ในเมืองหละกัน


วันรุ่งขึ้นก็อยากจะตื่นสายบ้าง แต่ก็ตื่นก่อนเจ็ดโมงเช้า มาดูวิวจากหน้าต่างในห้องอีกรอบ คราวนี้อลังกว่าเดิม

ดูวิวจากโรงแรมสิ

แต่กว่าจะอาบน้ำ กินข้าว ออกจากโรงแรมก็เกือบๆเก้าโมงหละ คือวันนี้อยู่แต่ในเมืองไง

การเดินทางในนี้… เมื่อก่อนเคยมีรถบัสท่องเที่ยว แต่โดนยกเลิกไปแล้ว การเดินทางที่ดูไม่สะดวกกับคนฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่องคือการ “เดิน” ซึ่งก็โชคดีที่เดินไม่ไกลมาก (ประมาณหนึ่งโล)

แค่เดินออกมาริมแม่น้ำ… เจอวิวสวยอีกหละ

ถ่ายรูปจนพอใจแล้วเราก็เดินต่อไปจุดมุ่งหมายแรกคือ Ishiwarizakura

ผ่าน Morioka Odori Shopping Street – ถนนช้อปปิ้งแห่งหนึ่งในเมือง

Sakura Trip

จุดชมซากุระในเมืองโมริโอกะมีอยู่สองที่ด้วยกัน ที่แรกเป็นต้นเดี่ยว เป็นถึงสมบัติแห่งชาติญี่ปุ่น

Ishiwarizakura (Rock-Splitting Cherry Tree)

Everyday Morioka Web Site
ต้นซากุระอายุสี่ร้อยปี ที่เติบโตมาจากรอยแตกของหินก้อนใหญ่ อยู่กลางเมืองโมริโอกะ ต้นซากุระต้นนี้มีความงดงามและมีเอกลักษณ์พิเศษจนได้เป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ช่วงที่สมควรไป: สัปดาห์ที่สามเดือนเมษา
การเดินทาง: นั่งชิงกันเซนลงที่ Morioka แล้วเดินจากสถานีไปครึ่งชั่วโมง (ไปตามถนนตรงกลางเลย จะผ่านสะพานโค้งๆ)
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน (เที่ยวทัวเมือง)

แถมรูปเพิ่มเติม

ถัดจากนั้นก็เดินอีกไม่ไกลมาก็จะถึง Iwate Park หละ (แต่เราเรียกมันว่า Morioka Castle)

ซากุระข้างทาง

ด้านหน้าเป็นศาลเจ้า ทางเดินขึ้นสวนสาธารณะจะอยู่ข้างๆ

ศาลเจ้ายังมีซากุระพันธุ์สายเลย

ที่ถัดไปเป็นซากปราสาทเก่า แต่เอามาจัดเป็นสวนสาธารณะ ขึ้นไปบนยอดสุดแล้วมองลงมาจะเห็นซากุระระดับสายตา เหมือนทะเลเลย

Iwate Park

Everyday Morioka Web Site
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ที่ฐานปราสาทเก่าของโมริโอกะ (Kozukata Castle) ที่นี่เป็นสถานที่ชื่อดังอีกแห่งในการมาชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ (มีปลูกประมาณสองร้อยต้น) และก็ยังน่าชมใบไม้ในแดงในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย

ช่วงที่สมควรไป: สัปดาห์ที่สามเดือนเมษา
การเดินทาง: มาทางเดียวกับ Ishiwarizakura  เดินเลยไปอีกหน่อยก็จะถึงทางเข้าปราสาท (อยู่ทางด้านขวา)
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน (เที่ยวทัวเมือง)

รูปเพิ่มเติม

ตอนแรกพยายามถ่ายนกจากมุมเงย

แล้วพอเดินขึ้นไปข้างบน ถ่ายนกง่ายมาก เพราะมันอยู่ระดับสายตาพอดี รับรองได้มุมนกเกาะซากุระไม่เหมือนที่อื่นแน่นอน

ชมซากุระกันหอมปากหอมคอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาเอาใจกระเพาะบ้างหละ ที่โมริโอกะนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารประเภท”เส้น”สามอย่าง อย่างแรกก็คือ เรเม็ง ที่กินไปวันก่อนหน้า อย่างถัดไปคือจาจาเม็ง และวันโกะโซบะ (คือโซบะแบบกินไม่อั้น – พอดีอ้วนอยู่ เลยไม่ได้กิน)

ซึ่งก็ดีเลย เพราะว่าร้านจาจาเม็งก็อยู่ใกล้ๆกับปราสาทโมริโอกะเลย

Pairon 白龍 桜山分店

Sun 09:00-15:00 Morioka Web Site
หนึ่งในสามเมนูเส้นชื่อดังของโมริโอกะ คือจาจาเม็ง แม้ว่าต้นตำหรับจะไม่ได้มาจากญี่ปุ่น แต่เค้าก็เอามาปรับปรุงทำเป็นสไตล์ของตัวเอง

ร้านนี้เพื่อนแนะนำมาหละ ร้านนี้ดังแบบต้องต่อคิวเล็กน้อย

การกินของที่นี่คือพอเค้าเสิร์ฟ เราก็เอามันมาคลุกให้ทั่ว เครื่องปรุงในสถานะนี้จะมีกระเทียมบด น้ำส้มสายชู แล้วก็น้ำมันพริกเผา รสชาติพื้นฐานมันจะจืดๆ ก็เติมเครื่องตามต้องการ

แต่พอกินเสร็จแล้วอย่าเพิ่งเรียกเค้าเก็บตังค์! ตอกไข่ใส่ชามแล้ว ยกไปให้เค้า แล้วเค้าก็จะเติมน้ำซุปให้ มันก็จะละลายมิโซะที่ติดชาม ทีนี้ก็เอาตะเกียบคนๆ มันก็จะกลายเป็นซุปไข่แล้ว เรียกว่ากินจนคลีนเลยทีเดียว

มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ราคา 450/550/650 เยน ไข่ไก่ 50 เยน

ย้อนกลับทางเดิม ก็ไปถ่ายซากุระแถบเดิมอีก

ชอบเมืองวิวภูเขาแบบบนยอดมีหิมะ

 

Side Trip – Tsunagi Onsen

นี่ทำทุกอย่างในเมืองเสร็จพร้อมกับนั่งร้านกาแฟหนึ่งร้าน ภายในเวลาบ่ายโมงครึ่ง จากนี้ก็เลยตัดสินใจเฉียบพลันว่าไปแช่ออนเซ็นดีกว่า (ไปคนเดียวหนิ อยากไปไหนก็ไป) ก็กลับไปที่สถานีรถไฟ ไปหา Tourist Center ถามมาได้ความว่าเมืองออนเซ็นใกล้ๆก็คือ Tsunagi Onsen นั่งรถบัสประมาณครึ่งชั่วโมง ไม่ไกลแบบนี้ก็ไปสิ

Tsunagi Onsen

Everyday Morioka | Tsunagi Onsen (bus) Web Site
เมืองออนเซ็นใกล้ๆโมริโอกะ นั่งรถบัสแค่ครึ่งชั่วโมง

เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ต้องข้ามสะพานยาวๆ เป็นเอกลักษณ์ ริมทะเลสาบมีรูปปั้น (Shion) หันหน้าเข้าหาตัวเมือง เป็นอีกจุดที่น่าถ่ายรูป

ถ้าไม่พักค้างคืน ก็สามารถมาแช่ตอนกลางวันได้ แต่ละที่ก็จะมีเวลาเปิดปิดไม่เหมือนกัน และราคาก็แตกต่างกันไป

การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Morioka นั่งรถบัสสาย Kōtsū ที่ป้ายเบอร์ 10 ประมาณครึ่งชั่วโมง ลงที่ Tsunagi Onsen ราคา 620 เยน [ตารางเวลารถบัส Morioka Bus Center - 盛岡バスセンター , Tsunagi Onsen - つなぎ温泉 ]

ที่ๆข้าพเจ้าเลือกแช่คือ Hotel Shion ที่นี่มีสองบ่อ (มีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กให้ฟรีด้วย) ตอนเข้าก็ไปซื้อตั๋วที่เคาท์เตอร์ พอดีสองบ่อมันอยู่แยกกัน ตั๋วเลยมีสองไป เวลาจะเข้าก็ฉีกตั๋วแล้วหย่อนลงกล่อง (บริการตัวเองมากๆ)

บ่อแรกอยู่ชั้นสอง หน้าโรงแรม ตามรูปข้างล่าง ค่อนข้างเปิดเผย คือถ้ามีคนเดินหน้าโรงแรมอาจจะเห็นได้ ส่วนอีกบ่อนี่ดูขลังๆ ทางเข้าทำจากไม้ทั้งหมด อยู่ด้านหลังโรงแรม

ไม่มีรูปในบ่อนะ ถึงจะมีช่วงที่ไม่มีคนแต่ไม่อยากถ่ายรูป

ชั้นสอง เห็นตรงระเบียงไม้ๆ นั่นคือบ่อน้ำแร่หละ ดูเปิดเผยเกินไปนะ (คือมันปิดส่วนล่างไม่มิด)

ล้อบบี้ วิวสวยงาม

ก็แช่จนตัวเปื่อย แล้วก็ไม่ไปแช่ที่อื่นหละ เพราะว่าไม่งั้นมันจะรีบเกินไป ก็เดินชิวๆ กลับมารอรอบัส กลับเข้าตัวเมือง

ทิ้งท้ายด้วยดอกหญ้า

กลับมาถึงตัวเมือง ก็หาของกิน ซึ่งก็เป็นร้านซูชิจานหมุนในห้างติดกับสถานีรถไฟ (โซนอาหารชั้นใต้ดิน เดินไปทางทิศเหนือจากสถานีรถไฟ) กินแล้วค่อนข้างอร่อยเลยทีเดียว

ของชอบสี่อย่าง

แถมด้วยข้าวโพดจากอาโอโมริย่าง ตบท้ายเป็นของหวาน

กรอบ หวาน อร่อย

และแล้วก็เสร็จสิ้นภารกิจเที่ยวเมืองที่เค้าไม่ค่อยเที่ยวกัน แต่ก็มีอะไรให้เที่ยวเยอะแยะเลย ใช้เวลาทั้งวันก็ได้ (คือจริงๆวันนี้เป็นวันที่ไม่ใช้ JR East Pass เลยไปไหนไม่ได้หละ 555)

ปิดท้ายด้วยวิวจากห้องที่โรงแรมเป็นรอบที่สาม