ไปดูซากุระที่โทโฮคุกันเถอะ

โทโฮคุเป็นภูมิภาคที่อยู่เหนือคันโตขึ้นไป (คือเหนือโตเกียวนั่นหละ แต่อยู่ใต้ฮอกไกโด) แถบนี้เป็นแถบที่มีธรรมชาติให้น่าเที่ยวหลายที่ตลอดทุกช่วงฤดูเลยหละ แต่ถ้าจะมาชมซากุระ ข้าพเจ้าก็รวบรวมสถานที่ที่น่าสนใจมานำเสนอเป็นทางเลือก

แต่ทว่านี่คือ roparat.com เราไม่ก้อปรูปคนอื่นมาใช้แบบเว็บธรรมดาทั่วๆไป นั่นคือหมายความว่าเราต้องไปเอง ดูเอง เที่ยวเอง (และกระเป๋าแฟบเอง)

ใส่รูปฟูจิเป็นเคล็ดด้วยหละกัน (เห็นจากชิงกันเซนสายโทโฮคุ)

การเดินทางในภูมิภาคนี้ใช้ตั๋ว JR East Pass (Tohoku Area) เป็นแบบใช้ได้ 5 วันแบบไม่ต้องติดกัน แต่ต้องใช้ภายใน 14 วันหลังจากวันแรก ราคา 19,000 เยน

บัญญัติศัพท์หน่อย

ช่วงที่สมควรไป — เนื่องจากว่าซากุระ เป็นอะไรที่เราจะกำหนดวันตรงๆไปไม่ได้ ถ้าอยู่ดีๆหนาวมาก หรือร้อนทันทีก็ทำให้เวลาบานของมันเปลี่ยนไปได้ เวลาที่บอกไว้ก็จะเป็นเวลาคร่าวๆ และดูพยากรณ์ซากุระอีกรอบกันเหนียว

ส่วนถ้าอยากดูวันต่อวัน ให้ลองเข้า Instagram แล้วค้นหาตามสถานที่ดู ก็จะเจอ”คนไทย”โพสรูปกันเยอะกว่าคนญี่ปุ่นอีก สามารถเช็คกันเองได้ (ส่วนถ้าจะโพส ก็ฝากลงวันที่ในรูปด้วยนะครับ จะได้เช็คง่ายๆ)

การเดินทาง — ไม่ลงรายละเอียดเยอะนะ เพราะใช้เว็บ hyperdia.com ดูได้ แค่กรอกสถานีต้นทาง ปลายทาง วันเวลาที่จะเดินทางไป แล้วมันก็จะคิดให้

ควรใช้เวลา — คือสำหรับเราเป็นการเดินทอดน่องถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ถ้าถ่ายคนด้วยอาจจะต้องเพิ่มเวลาแล้วแต่บุคคล และถ้าจะเที่ยวที่อื่นก็ต้องเพิ่มเวลากันเอง

 

Overview

แผนที่นี้กดได้นะครับ

Tohoku Sakura Attractions

Fukushima

ฟุกุชิม่า ถ้าคนไทยได้ยินก็คงจะนึกถึงเรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างแรก (ตามข่าว) แต่จริงๆแล้วโรงไฟฟ้ามันไม่ได้อยู่ที่ตัวเมืองนะ มันอยู่ที่เมืองริมชายฝั่งทะเล ดังนั้นมาได้ ไม่มีอันตราย

ที่ชมซากุระชื่อดังของจังหวัดนี้อยู่ใกล้ตัวเมืองเลย แต่ไปถึงก็แอบเฟลเล็กน้อย เพราะว่ามันร่วงเกือบหมดแล้ว

Hanamiyama Park

Everyday 08:00-21:00 (20:30) Fukushima Web Site
จุดชมซากุระขึ้นชื่อของเมืองฟุกุชิม่า คุณจะได้พบกับบรรยากาศเมืองเล็กๆใกล้ชิดธรรมชาติ และการเดินขึ้นเขาลูกเล็กๆเพื่อไปชมซากุระ และเห็นวิวเมือง

ช่วงที่สมควรไป: ก่อนสงกรานต์
การเดินทาง: จากสถานีฟุกุชิม่า ออกประตูฝั่งตะวันตกมาที่ป้ายรถบัส (ไม่ต้องกลัวว่าจะหลง มีคนต่อคิวกันเต็ม)
ควรใช้เวลา: 3 ชั่วโมง (มีเดินขึ้นเขา)

ที่ถัดไปอยู่ทางใต้ของฟุกุชิม่า นั่งชิงกันเซนไปลงที่ Koriyama (ซึ่งมาจากโตเกียวก็น่าจะสะดวกพอๆกัน) ที่นี่เป็นที่ๆทำให้จัดทริปมาชมซากุระเลยหละ

Miharu Takizakura

Everyday 06:00-20:30 1000 yen Miharu Web Site
ซากุระต้นยักษ์ติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น ดอกที่ออกก็มาเป็นริ้วเหมือนน้ำตก สวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีเปิดไฟตอนกลางคืนด้วย

ส่วนตัวสถานที่จริง จากที่จอดรถก็ต้องเดินไปสักระยะ ข้างทางก็มีทั้งของกินและของฝาก

ช่วงที่สมควรไป: สงกรานต์
การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Miharu (จากสถานีชิงกันเซน Koriyama) แล้วต่อรถบัส เวลารถบัสจะสัมพันธ์กับเวลารถไฟ (คือจะมีรอบหลังจากรถไฟมาถึง และก็มาสถานีสักพักก่อนรถไฟออก) ซื้อตั๋วที่คิวขึ้นรถ (รวมทุกอย่าง)
ควรใช้เวลา: 2-3 ชั่วโมง

ต่อจาก Miharu ก็นั่งรถไฟมาที่สถานี Koriyama เพื่อที่จะนั่งรถต่อไปที่ Aizu-Wakamatsu ซึ่งเมืองนี้นี่มีดีกว่าการมาดูซากุระอย่างเดียวนะ คือมันเป็นเมืองซามุไรเก่า บ้านเรือนก็จะออกแนวเก่าๆ สมควรมาเดินเล่น แต่เรามาดูซากุระ ก็ถือเป็นการพรีวิวแล้วกัน

อ่อ แล้วเค้าบอกว่าข้าวหน้าหมูทอดที่นี่ขึ้นชื่อด้วย (ไปจริงก็ไม่ได้กิน)

Tsuruga Castle

Everyday 08:30-17:00 (16:30) Aizu-Wakamatsu Web Site

ปราสาทนกกระเรียน ก็เป็นอีกปราสาทที่สวยอยู่เหมือนกัน ที่สำคัญคือเข้าฟรี แต่ถ้าอยากขึ้นปราสาทก็ต้องจ่ายเงิน


ช่วงที่สมควรไป: หลังสงกรานต์
การเดินทาง: ลงรถไฟสถานี Aizu-Wakamatsu (จากสถานีชิงกันเซน Koriyama) แล้วก็นั่งรถบัสต่อไปอีก 40 นาที (จะสีแดงสีเขียวก็ขึ้นไปเถอะ เวลาไม่ต่างกันมาก) รถบัสมีทุกชั่วโมง (ข้อควรระวัง: ขากลับรถบัสมันมาก่อนเวลาได้ ควรมารอก่อนสัก 15 นาที)
ควรใช้เวลา: 4 ชั่วโมง นับจากสถานีรถไฟ แต่จริงๆควรเที่ยวทั้งวัน

Miyagi

จังหวัดนี้มีเมืองเซ็นได ที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ ทริปเราก็ตั้งต้นกันที่เมืองนี้หละ เพราะว่านอกจากจะไปเที่ยวที่อื่นในภูมิภาคนี้ได้ในแบบไม่นานมากแล้ว ก็ยังมีที่ให้ซื้อของกันจุใจ ทั้งของใช้และของกิน

ก่อนอื่นขอแนะนำที่นึงที่น่าสนใจที่ไปแล้วพลาดคือ Funaokashi Park ทั้งฝนตก และร่วงไปหมดแล้ว

คือนั่งรถไฟมาถึงนะ แต่ฝนตกหนัก และเห็นเลยว่ามันร่วง ก็เลยนั่งกลับทันที

Funaokashi Park

ช่วงที่สมควรไป: ต้นสงกรานต์

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานีเซ็นไดไปลงที่สถานี Funaoka ใช้ประมาณครึ่งชั่วโมง (ขาละ 500 เยน)

ควรใช้เวลา: 3–4 ชั่วโมง (เดาเอานะ)

ส่วนถ้าจากเซ็นไดไปไม่ไกลมาก ก็จะเป็นเมือง Shiogama ที่ที่น่าสนใจคือตลาดปลา (แน่นอนว่าสมควรไปกิน) ก็ยังมีจุดชมซากุระอีกจุดนึงด้วยคือศาลเจ้า Shiogama

Shiogama Shrine

Everyday 05:00-20:00 Hon-Shiogama Web Site
ศาลเจ้า Shiogama อยู่คู่กับเมืองมาอย่างช้านาน ซึ่งคาดว่าเริ่มก่อตั้งมาเมื่อประมาณหนึ่งพันสองร้อยปีที่แล้วตั้งแต่ยุคสมัยเฮอัน แต่ตัวอาคารที่เห็นได้ในปัจจุบันนั้นเพิ่งสร้างเมื่อสามร้อยปีที่ผ่านมา ผู้คนมีความเชื่อว่าการสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะช่วยให้การออกทะเลไปทำการประมงกลับมาได้อย่างปลอดภัย และคุ้มครองการคลอดบุตร

ศาลเจ้านี้มีความสำคัญในแถบนี้จนได้ขึ้นเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และก็ยังเป็นจุดชมซากุระด้วย ซึ่งซากุระที่นี่ก็มีหลายพันธุ์ และช่วงการบานก็จะไม่พร้อมกัน เรียกว่ามาได้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเลย

นอกจากตัวศาลเจ้าแล้ว ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าอีกด้วย

ช่วงที่สมควรไป: ตลอดเดือนเมษา เพราะซากุระมีหลายพันธุ์ บานไม่พร้อมกัน
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากเซ็นไดสาย Senseki มาลงที่สถานี Hon-Shiogama ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง แล้วก็เดินตามป้ายบอกทางมาประมาณสิบห้านาที ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
ควรใช้เวลา: 3 ชั่วโมง (ทางขึ้นศาลเจ้าสูง อาจต้องเผื่อเวลาไว้หน่อย)

Sendai

ถ้าไม่พูดถึงตัวเมืองเซ็นไดก็เดี๋ยวจะน้อยใจ

ในเมืองเซ็นไดก็มีสวนสาธารณะ ซึ่งเพราะว่าอยู่ในตัวเมือง ช่วงซากุระบานก็จะมีผู้คนมาสังสรรค์กันจนดึกดื่น และก็มีซุ้มของกินขายอยู่ด้วย จะมาเดินเหล่วัยรุ่นหรือมาหาของกินก็ได้

Tsutsujigaoka Park

Everyday JR Tsutsujigaoka Web Site
สวนสาธารณะในตัวเมืองเซ็นได ที่อยู่ไม่ห่างจากสถานีเซ็นไดมาก เป็นจุดชมซากุระอีกจุดหนึ่งของเมืองเซ็นได

Nishi Park

Everyday Omachi Nishi-koen Web Site
สวนสาธารณะอีกแห่งของเมืองเซ็นได ที่นี่มีต้นซากุระไม่เยอะมาก แต่ก็เป็นอีกสถานที่ที่มีการจัดงานช่วงซากุระบาน

 

Yamagata

เนื่องจากเราไปที่ Yamadera อย่างเดียว เลยไม่ได้ดูข้อมูลมาว่ามีจุดชมซากุระที่ไหนบ้าง

…แต่ว่าที่ศาลเจ้ายามาเดระก็มีสวนซากุระอยู่เหมือนกันนะ ไปตรงช่วงก็ออกดอกสวยงามเลย

ระหว่างทางไปตัววัด

มุมนี้ต้องถ่าย

จากจุดชมวิว ที่เห็นตรงข้ามนั่นหละคือ Fuga no Kuni ดูก่อนก็ได้ว่าซากุระบานหรือเปล่า

นี่ก็ที่ตัววัด

Fuga no Kuni (Yamadera)

Everyday Yamadera Web Site
อยู่ทางด้านใต้ของสถานี Yamadera (ฝั่งตรงข้ามกับวัด) และต้องเดินขึ้นเนินไปอีกหน่อย Fuga no Kuni นี่เป็นเหมือนสถานที่ที่รวมทั้งร้านอาหาร ร้านของฝาก และพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีสองที่คือ Basho Memorial Museum กับ Goto Museum of Art

ถ้าได้มาช่วงซากุระบาน ที่นี่ก็ยังเป็นจุดชมซากุระที่จะได้เห็นทั้งซากุระพร้อมๆไปกับตัววัดยามาเดระอีกด้วย

ช่วงที่สมควรไป: ศาลเจ้าไปได้ตลอด ส่วนซากุระในตัวศาลเจ้าคงประมาณสงกรานต์ ถ้าสวนข้างนอกก็ปลายสงกรานต์
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากเซ็นไดหรือยามากะตะมาสถานี Yamadera เดินลอดทางรถไฟ แล้วก็เดินขึ้นเนินมา
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน (รวมวัด Yamadera)

 

Iwate

จังหวัดตอนกลางของภูมิภาคโทโฮคุ ที่เที่ยวของจังหวัดนี้นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองหลัก (Morioka) ทั้งนั้นเลย แต่คราวนี้เรามาดูซากุระ ก็เลยจะมีแต่ซากุระนะครับ

Kitakami Tenshochi Park

Everyday Kitakami Web Site

สวนสาธารณะริมแม่น้ำ ที่ปลูกซากุระไว้เยอะมากๆ (เค้าบอกว่าหมื่นกว่าต้น) ถ้ามาตรงช่วงนี่จะงามสุดๆ ได้บรรยากาศ (จริงๆมันมีรถม้าด้วย แต่ข้าพเจ้าไม่เจอ)


แต่ถ้าไม่ตรงช่วง หรือร่วงหมด ก็อย่ามาเลย


ช่วงที่สมควรไป: สัปดาห์ที่สามเดือนเมษา
การเดินทาง: ชิงกันเซนลงที่สถานี Kitakami แล้วเดินไปประมาณครึ่งชั่วโมง (หนึ่งกิโลกว่าๆ) หรือเช่าจักรยาน
ควรใช้เวลา: 3–4 ชั่วโมง
ข้อควรระวัง: ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าใหญ่ๆไม่ได้ แต่มีซุ้มให้ฝากนอกสถานี (แต่ปิดห้าโมงเย็น)

Morioka

เป็นเมืองหลักของจังหวัดนี้ที่รู้สึกว่าไม่มีอะไรเลย แต่ก็เด่นเรื่องของกินที่ทำจากเส้นสามอย่าง วิวตัวเมืองนี้สวยนะ อย่างกับสวิส (เว่อร์ไป)

ทริปนี้ได้อยู่ Morioka ทั้งวัน ก็หาที่เที่ยวไปเรื่อย ดูรายละเอียดจากโพสนี้ได้เลย

ในชีวิตที่พักแต่โรงแรมราคาไม่แพง มีที่นี่แหละที่ได้วิวสวยสุดแล้ว (ภูเขาที่เห็นคือภูเขาอิวาเตะ)

แม่น้ำกลางเมือง เหมาะกับการเดินชิวที่สุด

Iwate Park

Everyday Morioka Web Site
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ที่ฐานปราสาทเก่าของโมริโอกะ (Kozukata Castle) ที่นี่เป็นสถานที่ชื่อดังอีกแห่งในการมาชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ (มีปลูกประมาณสองร้อยต้น) และก็ยังน่าชมใบไม้ในแดงในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย

ช่วงที่สมควรไป: สัปดาห์ที่สามเดือนเมษา
การเดินทาง: มาทางเดียวกับ Ishiwarizakura  เดินเลยไปอีกหน่อยก็จะถึงทางเข้าปราสาท (อยู่ทางด้านขวา)
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน (เที่ยวทัวเมือง)

Ishiwarizakura (Rock-Splitting Cherry Tree)

Everyday Morioka Web Site
ต้นซากุระอายุสี่ร้อยปี ที่เติบโตมาจากรอยแตกของหินก้อนใหญ่ อยู่กลางเมืองโมริโอกะ ต้นซากุระต้นนี้มีความงดงามและมีเอกลักษณ์พิเศษจนได้เป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ช่วงที่สมควรไป: สัปดาห์ที่สามเดือนเมษา
การเดินทาง: นั่งชิงกันเซนลงที่ Morioka แล้วเดินจากสถานีไปครึ่งชั่วโมง (ไปตามถนนตรงกลางเลย จะผ่านสะพานโค้งๆ)
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน (เที่ยวทัวเมือง)

นอกจากนี้ใกล้ๆเมืองโมริโอกะ ก็ยังมีจุดชมซากุระที่น่าสนใจอีกที่ แถมยังเป็นฟาร์มอีกด้วย

Koiwai Farm

อันนี้อยู่ในแผนแต่ไม่ได้ไป เพราะว่าขนาดวันที่ 20 เมษาต้นซากุระมันยังไม่บานเลย ที่นี่น่าจะปลายเดือนเมษาได้

แต่ถ้าไม่ไปดูซากุระ มันก็เป็นฟาร์มหละ มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากในฟาร์มให้เลือกซื้อและเลือกกิน แต่ถ้าไม่ได้ไปแล้วอยากลองชิมผลิตภัณฑ์ที่นี่ดู ที่สถานีรถไฟก็มีขายนะ (รวมถึง Tokyo Station ด้วย)

ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หาง่ายๆจากตู้กดเครื่องดื่มในโรงแรม

Akita

นี่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เราโฉบไป เนื่องด้วย JR East Pass มันมีเวลาจำกัด ดังนั้นก็ต้องเลือกที่เด็ดๆมาหนึ่งที่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย

Kakunodate Samurai Village

Everyday Kakunodate Web Site

ถ้าพูดถึงจังหวัดอะกิตะ หมู่บ้านซามุไรก็เป็นที่น่าเที่ยวชมในทั้งในช่วงที่ซากุระไม่บาน และน่ามาเป็นอย่างยิ่งในช่วงซากุระบาน (รถทัวร์ลงที่นี่เยอะ ทั้งญี่ปุ่น ทั้งจีน)


แถบหมู่บ้านซามุไรนี่จะเป็นถนนกว้างๆ ด้านซ้ายขวาก็จะเป็นรั้วไม้ทาสีดำ มีบ้านเก่าจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าเยี่ยมชม แล้วซากุระที่นี่จะเป็นพันธุ์ที่เป็นสายๆไหลย้อยลงมา ได้บรรยากาศเมืองเก่าไปอีกแบบ


เดินออกไปเล็กน้อยก็จะเป็นแม่น้ำ ที่ปลูกซากุระเป็นร้อยๆต้น ถ้ามันบานก็น่าจะสวยเช่นกัน ส่วนนี้ดูจะบานช้ากว่าในตัวหมู่บ้านซามุไร


ของฝากที่นี่ดูท่าจะเป็นพวกขนมหวานแบบแห้งๆ(เรียกชื่อไม่ถูก) มีร้านมิโซะที่ดูเหมือนจะดัง (เราไปชิมแล้วก็อร่อยดีเหมือนกัน)


ช่วงที่สมควรมา: สัปดาห์ที่ 3–4 เดือนเมษา (สัปดาห์ที่ 4 ซากุระริมแม่น้ำน่าจะบาน)
การเดินทาง: นั่งชิงกันเซนลงสถานี Kakunodate เดินไปประมาณหนึ่งกิโล (ชิงกันเซนต้องจองที่นั่งนะ แล้วก็จะได้นั่งชิงกันเซนที่บางช่วงมันช้าๆ เนิบๆ รางเดี่ยววิ่งอยู่ริมเขา)
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน ถึง ค่อนวัน

 

Aomori

จริงๆเราอยู่อาโอโมริสองวันกว่าๆ ไปเที่ยวอย่างอื่นด้วย ซึ่งเดี๋ยวจะหาโอกาสมาเขียน (เขียนแล้ว!) และถ้ามีโอกาสก็คงจะมาอีก อยากกินแอปเปิ้ลสดๆจากไร่ มันคงจะอร่อยน่าดู

แต่พักเรื่องกินไว้ก่อน ที่สุดท้ายของทริป ในจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู เราว่าเป็นที่ๆเด็ดที่สุดในทริปอีกเหมือนกัน (รองลงมาก็ Miharu Takizakura) แต่ไม่ได้อยู่ที่เมืองอาโอโมรินะ นั่งรถไฟไปอีกนิด ก็คือที่เมืองฮิโรซากินี่หละ

Hirosaki Castle

Everyday 09:00-17:00 (extends during Sakura festival) 510 Yen Hirosaki Web Site
ปราสาท Hirosaki นี่เรียกว่าติด Top 10 จุดชมซากุระของญี่ปุ่นก็ว่าได้ ซึ่งไปถึงแล้วมันก็จริงนะ งามมาก ยิ่งไปช่วงที่มันพีคนี่สุดๆเลย สวยมาก จุดพีคของมันนอกจากตอนที่มันบานเต็มที่แล้ว ตอนกลีบดอกซากุระร่วงก็สวยงามแบบขั้นพีคได้อีก

ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่มุมสะพานแดงที่จะเห็นตัวปราสาทพร้อมๆกับสะพาน แต่ว่าตอนนี้มันซ่อมแซมอยู่ เค้าเลยเลื่อนตัวปราสาททั้งหลังออกไป วิวมันเลยไม่สุดเท่าที่ควร ซึ่งกว่ามันจะเสร็จก็ปี 2023 เลย

ช่วงที่สมควรมา: สัปดาห์ที่ 4 เดือนเมษา
การเดินทาง: ชิงกันเซนลงที่สถานี Shin-Aomori แล้วต่อรถไฟไปลงที่ Hirosaki ประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นขึ้นรถบัส ซึ่งช่วงนั้นมันจะวนรอบๆ ตัวปราสาทในราคาเดียว (ไม่ต้องคิดมาก)
ควรใช้เวลา: ครึ่งวัน ถึง เต็มวัน (ถ้าเราเดินเข้าจากด้านหน้าของปราสาทออกไปด้านหลัง มันจะมีพิพิธภัณธ์ Neputa Mura ด้วย จัดแสดงพวกของที่ใช้ในงานเทศกาล Neputa เข้าไปแล้วก็ดีเหมือนกัน)

ส่งท้าย

โทโฮคุนอกจากซากุระแล้วเนี่ยก็ยังมีอะไรให้น่าไปเที่ยวอีกเยอะ ไปฤดูหนาวก็น่าสน ใบไม้เปลี่ยนสีนี่ก็เห็นรูปแล้วก็ดีงาม น่าไปทุกช่วง

ส่วนทริปนี้ยังไม่ได้ลงเรื่องของกินเลย เมืองอาโอโมริก็ยังไม่ได้เขียน ไว้โอกาสถัดไปหละกัน

Roparat Sukapirom

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom