Hakodate

ทริปวันนี้การเดินทางเราจะเริ่มที่ซัปโปโรกัน เพราะว่าเมืองฮาโกดาเตะยังอยู่ในระยะที่นั่งรถไฟไปกลับได้ แต่จะโหดๆหน่อย แต่แลกกับการที่ไม่ต้องย้ายของไปมาก็ดีแล้วนะ

ฮาโกดาเตะเป็นเมืองใหญ่ที่ถ้านั่งรถไฟจากเกาะฮอนชูมาก็จะเจอเป็นเมืองแรก เมืองนี้ก็ขึ้นชื่อสุดก็คือวิวจากภูเขาฮาโกดาเตะ ที่มองลงมาจะเห็น”คอคอด”ของตัวเมือง เค้าบอกว่าสวยสุดหนึ่งในสามของโลกเลย (คู่กับฮ่องกงและเนเปิล -จากวิกิพีเดีย) ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้สปอยด์ไว้กับรูปหัวบล็อคแล้ว

อีกจุดที่มีความสวยงามและแปลกตาก็คือป้อมโกเรียวคาคุ (Goryokaku) ที่ทำแพงก่อเป็นรูปดาวห้าแฉก ซึ่งปัจจุบันได้ปลูกต้นซากุระเป็นร้อยๆต้น ส่วนตัวคิดว่าเป็นไฮไลท์ช่วงซากุระของเกาะฮอกไกโดเลย (คือถ้าได้มาเที่ยวช่วงต้นพฤษภาก็คงจะมาหละ)

นั่งรถไฟรอบเจ็ดโมงเช้าด้วยขบวน Super Hokuto (ขบวนนี้มีข้าวกล่อง ขนม และของที่ระลึกขายบนรถไฟนะ ขบวนที่ไม่มีคำว่า Super จะไม่มีของกินขาย; เจอมาตอนไปโทยะ) ไปถึงที่เมืองฮาโกดาเตะก็สิบโมงครึ่ง ก็ดูว่ามันสายหน่อย แต่ชดเชยด้วยที่ว่าหน้าหนาวพระอาทิตย์ขึ้นช้า

สิ่งแรกที่ทำคือหาของกิน

หิมะตกหนักไปนะ

A video posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

 

คำว่าชิงกันเซนยังไม่รู้จักสำหรับเกาะนี้ กว่าจะมีก็อีกหลายปี แล้วเฟสแรกก็แค่มาถึงฮาโกดาเตะเองนะ

สำหรับนักท่องเที่ยวเมืองนี้ก็ดีอยู่อย่างคือ เดินออกจากสถานีรถไฟไม่ไกลก็ถึงตลาดเช้าเลย ที่นี่ก็ขายของสด มีร้านของกินพวกซูชิ ข้าวหน้าปลาดิบให้เลือกเยอะไปหมด ตอนนี้ก็ใช้ลายแทงของ dotpng ไปร้านอุนิมุราคามิ (ถ่ายเมนูมาด้วย ขอหลังไมค์ได้)

มาเพื่อสิ่งนี้ – คราวหน้าจะสั่งแต่หอยเม่นหละ (2700 เยน)

จริงๆกินหมึกด้วย แต่เคยกินแบบตกเองได้ที่ไทยแล้วก็ยังรู้สึกว่าครั้งนั้นอร่อยสุดแล้ว

Goryukaku Fort

สถานที่ต่อไปที่จะไปคือป้อมห้าแฉก ที่นี่การเดินทางจะเดินก็คงไกลเกินหละ ก็เลยขึ้นรถรางไป

รถรางที่นี่ราคาคงที่คือเที่ยวละ 200 เยน มีบัตรพาสหนึ่งวัน ราคา 600 เยน ถ้าเกิดว่าใช้เกินสามครั้งก็คุ้ม แต่วันนี้แพลนไว้ว่าจะขึ้นแค่สามครั้ง ก็เลยไม่ซื้อ

ลงที่สถานี Goryukaku Koen Mae แล้วก็เดินไปสัก 15 นาที (แต่ทางมันลื่นๆ สงสัยหิมะเริ่มละลายแล้ว) ก็ไปถึงหอคอยชมวิว

รถราง

หอคอย มาพร้อมความอุ่น

จ่ายค่าขึ้น 840 เยน ได้โปสการ์ดมาหนึ่งใบ แล้วก็ขึ้นลิฟท์ไปครับ ภาพที่ปรากฏออกมาก็ดูดีเลยทีเดียว…

ไม่ใช่!

อลังการสุดๆ (แต่ว่าตัวอาคารมันอยู่ไหนนะ)

ที่นี่ก็จะเห็นตัวเมืองรอบด้านสามร้อยหกสิบองศา มีมุมเมืองให้ถ่ายรูปหลายมุมดี

มองไปด้านภูเขาชื่อเดียวกับเมือง

ซูมเข้าไปหน่อย จะเห็นจุดชมวิวที่เย็นนี้จะไปกัน

มองด้านล่างก็จะเห็นต้นซากุระไม้มีใบ

คราวนี้จัดมุมหน่อยก็เห็นแต่ตึกหละ

ก่อนจากกันก็ขอมุมย้อนแสงบ้าง

Red Brick Warehouse

จากนั้นก็แวะไปที่ Red Brick Warehouse หน่อย เพราะว่าจะไปลองขนมชื่อดังของที่นี่ ก็เดินกลับมาขึ้นรถราง ไปลงที่ Jujigai

หิมะตกบ้างไม่ตกบ้าง

อันนี้เป็นตู้จดหมายเก่าหน้าตึกอะไรสักอย่าง ข้างในก็ขายของเหมือนกัน

ตึกเก่าเถาวัลย์ขึ้น ชอบ

นี่หละ Red Brick Warehouse หรือโกดังอิฐแดง ในมุมที่เค้าไม่น่าจะถ่ายกัน

คือข้างในก็จะเป็นโซนขายของนู่นนี่ๆ นะ เผอิญว่าต้องทำเวลา เลยไม่ได้ดูอะไรมาก

ด้านหลังก็ติดอ่าวและท่าเรือ (Bay area)

นี่เริ่มเป็นมุมปกติแล้ว

จริงๆคือไปซื้อชีสเค้กยี่ห้อ Snaffle’s หละ มันมีขายที่นี่ (แต่จริงๆที่ร้านของฝากที่สนามบินซัปโปโรก็เหมือนจะมี) ตำแหน่งร้านมันอยู่ออกไปทางด้านหลังหน่อย นี่ก็รีบไปชิม รีบซื้อ (ไม่ได้ถ่ายรูป) แล้วออกมาต่อเลย

เร่งเวลาแปะรูปให้ดูก่อน

Motomachi Area

อ้างอิงจากแผนที่นี่ (ที่มา)

จากนี้ก็เดินดูย่านเมืองเก่าหละ และก็จะเดินไปถึงสถานีขึ้นกระเช้าเลย จากรูปข้างบนก็จะเดินจากโกดังเก่า (11) เลียบอ่าวมาแล้วก็ขึ้นมาที่ Old Public Hall (5) แล้วก็เดินไปถ่ายรูปที่ Hachiman-zaka Slope (9) ดูวัด ดูโบสถ์ ก่อนจะไปจบที่สถานีกระเช้า (1) ทางนี้ก็น่าจะใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงได้

จุดชมวิวอ่าว

The Old Public Hall of Hakodate Ward

พอไปถ่ายใกล้ๆก็โดนหิมะกลบ

อย่าลืมมุมนี้ Hachiman-Zaka Slope

นี่ใครปั้นมาก็ไม่รู้

นี่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเดิน

คือเส้นทางนี้ก็จะมีตึกที่สร้างมานานแล้ว มีโบสถ์สองสามแห่งด้วย ก็น่าจะเดินชิวๆได้เรื่อยหละนะ แต่พอดีต้องรีบขึ้นกระเช้าไปก่อนพระอาทิตย์ตก เลยไม่ได้เดินทอดน่องแถวนี้เท่าไหร่

Hakodate Ropeway

มาถึงสถานีกระเช้าก็เจอกับทัวร์จีนขนาดย่อม ก็ไม่เป็นไร ต่อคิวไป (ช่วงนี้ไม่ถ่ายรูปหละ) ก็ซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าไปเตรียมจับจองที่ถ่ายรูป (ดังนั้นจากนี้ก็จะมีรูปมุมเดียวรัวๆหละ)

โอเค เซฟ มาถึงยังไม่มืด

ถ่ายฝูงนก

เริ่มมืดแล้ว ไฟเริ่มเปิดบ้างแล้ว (และแต่งรูปใส่ฟิลเตอร์)

ไฟเริ่มเปิดกันเยอะแล้ว

มืดแล้ว แต่เอ๊ะ นั่นคืออะไรบนฟ้า

พระจันทร์นั่นไง – ออกมาก็ได้เวลากลับพอดี

มีคำเตือนว่าจุดชมวิวนี่ลมพัดดีเลยนะ แล้วก็ต้องยืนจองที่ด้วย ถ้ากลับเข้าไปชาร์ทความอุ่นมุมก็หลุดไปเลย กรุณาเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้ดี (ใช้ถุงร้อนยังไม่รู้สึกอะไรเลย) อารมณ์ประมาณว่าติดลบสิบองศาหละมั้ง เราก็ได้เพื่อนมาช่วย ไปซื้อถุงร้อนมาให้ แต่ก็เย็นเข้ากระดูก

ได้รูปสุดท้ายก็รีบนั่งกระเช้ากลับลงมา รีบเดินจากถนนไปขึ้นรถรางกลับสถานีรถไฟ (ตอนเขียนบล็อคตอนนี้ก็เพิ่งรู้ว่ามันมีรถบัสจากจุดชมวิวไปสถานีรถไฟด้วย T.T) ซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อแถวๆนั้น ยังมีเวลาไปกินร้านเบอร์เกอร์ Lucky Pierrot ที่เป็นร้านเบอร์เกอร์ท้องถิ่นของเมืองนี้ มีหลายสาขา (จำไม่ได้ว่ากินอะไร สมองชาไปหมดแล้ว)

ก่อนขึ้นรถไฟรอบทุ่มสี่สิบ (ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ไปถึงซัปโปโรเกือบเที่ยงคืน – รถไฟที่ฮอกไกโดโหดแท้) บนรถไฟก็นั่งตัวสั่นไปเกือบตลอดทาง ถึงโรงแรมนี่ไม่มีออนเซ็นด้วย ต้องไปแช่ในอ่างอาบน้ำ

นั่นแหละ เพื่อให้ได้รูปที่อยากได้

บล็อคฮอกไกโดแบบเป็นวันๆบล็อคนี้คงเป็นบล็อคสุดท้ายแล้วหละครับ ที่เหลือเป็นเก็บตกเพราะแต่ละที่ไปได้นิดๆหน่อยๆแล้ว

– รภรัตน์

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)