Biei | Toya | Niseko | Otaru

นี่เป็นบล็อกเก็บตกหละครับ เพราะว่าไปแต่ละที่แบบติ่งๆทั้งนั้น


Biei

Biei เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเนินเขาสุดลูกหูลูกตา เหมาะจะมาหน้าร้อนมาก โดยเฉพาะหน้าที่ดอกไม้บานกัน แล้วยังมี Aoiike บ่อน้ำสีฟ้าที่เป็นวอลเปเปอร์ไอโฟนอีกด้วย

แล้วถ้าเป็นหน้าหนาวจะมาทำไม?

ก็ได้แลนด์สเคป หิมะสวยๆเหมือนกัน ยิ่งถ้าได้ไปดูต้นไม้เอกลักษณ์ของแต่ละที่นะ

แพลนของข้าพเจ้าคือจะเช่ารถขับ แต่ด้วยความที่ว่าไม่ค่อยได้ขับ อยู่ๆจะมาขับแบบหิมะตกหนักก็กลัวเหมือนกัน เลยยังไม่จอง พอสองวันก่อนไปจริง กดจองไป ปรากฏว่ารถหมด! ด้วยอะไรไม่รู้ก็ยังจะดั้งด้นไป

รถไฟจากเมือง Asahikawa ออกไป Biei ช่วงหน้าหนาวมีทุกชั่วโมง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว เป็นรถไฟขนาดหนึ่งตู้

เลยจาก Biei ไปก็จะมีเมือง Furano ที่มีลานสกีในช่วงนั้น

ไม่มีรถให้เช่า เมืองแทบเป็นเมืองร้าง คือว่ามันไม่ใช่หน้าจริงๆ

แต่ก็ยังดั้นด้นเดินไปต้นไม้ที่ใกล้ที่สุด ก็ 2.5 โล หิมะตกเกือบตลอด เหมือนพาเพื่อนมาลำบากด้วย ><” แล้วก็ได้มาหนึ่งภาพ

ลุยหิมะมาหลายโลเพื่อภาพนี้

จากนั้นก็ยอมหละ กลับตัวเมืองหาของกินดีกว่า

ค้นพบว่าถ้ามีรถขับ ก็คงจะได้แลนด์สเคปหิมะสวยๆหลายที่เหมือนกัน

ส่วนของกินใช้ Foursquare หา ก็ได้มาหนึ่งร้าน เราก็เลือกแกงกะหรี่ผักหน้าชีสไป

อร่อย

ปรากฏว่าผักอร่อยมาก

Biei ก็ยังเป็นลิสที่จะไปใหม่ ทั้งหน้าร้อน และหน้าหนาว จะแก้มือให้ได้

มีแผนที่แนะนำคือ Drive Map หละครับ (ถ้าอยากได้เป็นแผ่นๆลองเดินที่งานท่องเที่ยวดู)


Toya

นี่ตอนวางแผนกับเพื่อน ก็คุยกันว่าจะไป Noboribetsu หรือที่นี่ดี แต่ดูไปดูมาที่นี่ธรรมชาติน่าจะสวยกว่า ซึ่งมันก็สวยจริงๆหละ

เมืองโทยะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาปที่เกิดจากการยุบตัวของภูเขาไฟ ซึ่งภูเขาไฟของที่นี่ก็ไม่ได้สงบนะ คราวล่าสุดก็เมื่อปี 2000 (ตอนนั่งรถบัสเข้าไปก็ยังเห็นว่าข้างถนนบางจุดยังมีควันออกมาเลย คือไม่สงบจริงๆ)

ถ้าตัดเรื่องความน่ากลัวของภูเขาไฟออกไป เมืองโทยะนี่เรียกได้ว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีวิวสวยมากแห่งหนึ่งเลยหละ

วิวสวย น้ำใส

ปลายปีที่แล้วมีอนิเมะใช้สถานที่เป็นเมืองนี้ ดูๆไปก็น่าจะได้บรรยากาศเหมือนกัน (Celestial Method)

การเดินทาง เมืองโทยะอยู่ระหว่างทางไปเมืองฮาโกดาเตะจากซัปโปโร (จากซัปโปโรใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง) รถไฟที่ผ่านจะไม่ใช่รถขบวนด่วนนะ (รถแบบนั้นจะมีขายของกินบนรถด้วย ส่วนอันนี้ไม่มี) ลงที่สถานีแล้วก็นั่งรถบัสเข้าไป

ตารางรถบัส ดูคร่าวๆ (ต้นทาง)

สถานที่ท่องเที่ยวก็จะมี

  • ขึ้นกระเช้าไปชมวิวภูเขาไฟ และทะเลสาป (ความพิเศษของที่นี่คือทะเลสาปไม่แข็งในหน้าหนาว)
  • นั่งเรือชมเกาะกลางทะเลสาป (มีทุกๆชั่วโมง)
  • พิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟเมืองโทยะ

ทริปที่ไปไม่ได้นั่งเรือ (เวลาไม่ลงตัว – คือเดินไปถึงเรือออกพอดี) ไม่ได้ขึ้นกระเช้า (การเดินทางมันลำบาก) ก็เลยเดินในตัวเมืองนี่หละ

ก็ไปพิพิธภัณฑ์ หาของกินแถวๆนั้น แล้วก็แช่ออนเซ็น เรื่องออนเซ็นนี่ก็มีหลายตัวเลือกเลยทีเดียว ทุกที่จะมองเห็นวิวทะเลสาปแน่ๆ ซึ่งส่วนตัวชอบมาก ลองเช็คจากเว็บนี้ก่อนก็ได้ (ที่ไปคือ Toya Kohan Tei)

นี่คือเรือชมทะเลสาป ฉากหลังเป็น Mt. Yotei

ตรงกลางนี้ไม่ใช่ภูเขาไฟนะ เป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากภูเขาไฟเฉยๆ (ต้องไปดูความเป็นมาที่พิพิธภัณฑ์)

ขนมแนะนำร้าน Okada-ya ชื่อ Shiroi-o Shiruko ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทำ

พิพิธภัณฑ์ (ส่วนนี้ฟรี) มีข้อมูลเรื่องภูเขาไฟ

นี่พิพิธภัณฑ์เรื่องการระเบิด สภาพความเสียหาย มีห้อง VTR ด้วย (มีหูฟังภาษาอังกฤษ) ค่าเข้าชมถูกมาก

บรรยากาศเมือง เงียบเชียบมากๆ

ออนเซ็น แช่ไปดูวิวไป ฟินมากๆ

ริมทะเลสาปก็จะมีรูปปั้นต่างๆ แต่ส่วนมากโดนหิมะกลบ (นี่ถ่ายจากข้างในโรงแรม – หนาว)

ถ้ามีแผนเที่ยวจะไปฮาโกดาเตะจากซัปโปโร หรือกลับกัน ถ้ามีเวลาก็ลองมาเที่ยวแล้วค้างคืน อีกวันค่อยไปเมืองที่จะไปก็ได้นะ เราว่าที่นี่ดูสงบดี และสวยด้วย

เดี๋ยวไป Noboribetsu แล้วจะลองเทียบกันว่าระหว่างสองที่นี่อันไหนน่าไปกว่า


Niseko

นี่ก็เป็นวันเฟลนิดๆอีกวัน คืออยากลองเล่นสกี แล้วเค้าบอกว่าที่นี่หิมะดีมาก แถมที่เล่นยังเห็นวิวภูเขาฝั่งตรงข้ามสวยอีกด้วย

Niseko นั่งรถไฟที่จะไปโอตารุ พอถึงโอตารุก็เปลี่ยนขบวน ไปลงที่ Kutchan แล้วก็นั่งรถบัสไปอีกสิบนาที (หน้าหนาวจะมีรถไฟจากซัปโปโรไปถึงเลย มีวันละเที่ยว) ลานสกีก็มีหลายที่ให้เลือก ที่เค้านิยมกันก็จะเป็น Grand Hirafu

แปะแผนที่หน่อยหละกัน

แผนที่สกี (ต้นทาง)

ระหว่างลานสกีก็จะมีรถตู้คอยรับส่งนะ สำหรับคนเล่นแล้วลงมาผิดฝั่ง (จริงๆก็แค่ขึ้นกระเช้าไปแล้วสกีลงมาให้ถูก) แต่ละที่ก็จะมีให้เช่าชุดและอุปกรณ์ ก็ทั้งตัวประมาณหมื่นเยนต่อวัน ตั๋วขึ้นลิฟท์ก็มีแบบเป็นรอบ เหมาชั่วโมง หรือเหมาเป็นวันก็ได้

บรรยากาศเมืองนี้จะเหมือนโดนฝรั่งมายึด มีบ้านให้เช่าแบบคงอยู่กันเป็นสัปดาห์ ออนเซ็นก็มี (ใครว่าเอเซียสู้ฝรั่งไม่ได้ หุๆ)

ส่วนสภาพการเล่นก็อย่าพูดถึง กลิ้งล้มตลอดเวลา จนถอดใจนั่งกระเช้าลงมาหละ คือควรไปเข้าคอร์สเรียนมาก่อนไม่งั้นดับแน่ๆ

ลงรถบัส ก็เดินขึ้นมาเรื่อยๆ ภูเขาลูกที่เห็นคือ Mt. Yotei ตอนเล่นสกีก็จะเห็นลูกนี้ตรงหน้าตลอดเวลา (ถ้าเล่นเป็นนะ)

นี่มุมจากข้างล่าง หิมะมันดูตกเยอะอยู่เหมือนกัน

นั่งกระเช้าไปข้างบนแล้ว จะบอกว่าแค่สกีไปถึงที่พักข้างหน้าก็หนักหนาสาหัสมากกกกกก (เอากล้องคอมแพ็คขึ้นไป เพราะเอาไปมากกว่านั้นไม่ได้จริงๆ)

อุณหภูมิข้างบน ต่ำกว่าลบสิบองศานิดๆ

ถ้าหิมะหยุดตกก็จะได้วิวแบบนี้หละ

ตอนนั่งกระเช้าลงมา วิวภูเขา Yotei สวยสุดหละ

แต่พอลงมาหิมะก็ตกเหมือนเดิม

สิ่งที่ถ้ามาอีกจะทำ: ไม่เล่นสกี แต่จะไปสถานีที่มีกระเช้า ซื้อตั๋วเป็นรอบ คือขึ้นไปถ่ายรูปแล้วก็ลงมา


Otaru

นี่ก็คือหลังจากเล่นสกีมาหละ เพราะว่ามันเป็นเส้นทางผ่านอยู่แล้ว ก็เลยจัดแผนมาตอนเย็นๆแทน

โอตารุขึ้นชื่อเรื่องซูชิ กับขนมหวาน นอกจากนี้ก็มีร้านกล่องดนตรี ร้านขายแก้ว ในช่วงเดียวกับที่ซัปโปโรมีงานเทศกาลหิมะ ที่นี่ก็จะมีงานเหมือนกัน เป็นงานจุดไฟตอนกลางคืน ส่วนจุดเด่นของที่นี่ก็เป็นย่านโกดังเก่า ที่อยู่เลียบคลอง

ตามเมืองก็จะมีการจุดไฟในน้ำแข็ง

ตรงถนนคนเดินก็ยังมีเลย

เค้าลอยกระทงกันด้วย (ไม่ใช่หละ)

ถ้ากล้อง ไม่เป็น FF หรือเลนส์ไม่กว้างพอ ก็หาขาตั้งกล้องมาเถอะ

วันที่ไปตรงกับวาเลนไทน์ (มันคือวันขายช็อคโกแลต)

น้ำแข็งบางอันก็ประดับด้วยใบไม้ อารมณ์เหมือนกระดาษสา

มีความสงสัยว่าเค้าเก็บใบไม้แดงกันยังไง

มุมนี้ ที่ทุกคนต้องถ่าย

เนื่องจากว่ามาเย็นๆแล้วก็เลยมากินซูชิ มีคนแนะนำร้านTatsumiมา ราคาก็พอๆกับกินที่ไทยคือ แพง แต่ก็ใช้ได้นะ (มาทริปนี้หมดตัวกับซูชิไปเยอะ)

ชุดนี้ 2800 เยน


 

สรุปทริป

รอรับฤดูใบไม้ผลิ (กับ TST ที่ไม่ได้ขึ้นไปข้างบนซะที)

หลังจากนี้ก็นั่งเครื่องกลับโตเกียว นอนที่นั่นวันนึง (คือเป็นวันช้อปหละ) ก่อนจะกลับตอนเย็นๆของอีกวัน ไปกินร้านแนะนำสองที่คือ ร้านหมูทอด Genkatsu กับร้านเนื้อ Meat Yazawa สองที่นี้เด็ดมาก สมควรไปกิน

หมูสไลด์บางๆหลายๆชั้น สอดไส้ต่างๆ แล้วเอามาทอด นุ่มมาก

อันนี้หนีเพื่อนมากิน (เพราะไม่กินเนื้อ) เป็นสเต็กเนื้อวัวพันธุ์ดี (แต่แฮมเบิร์กอร่อยกว่า – มันจะชุ่มมาก)

ทริปนี้จดค่าใช้จ่ายไว้นะ แต่ไม่กล้ารวมราคา ก็ตกประมาณ 7-80000 บาท รวมทุกอย่างแล้ว แต่เพราะว่ากินซูชิเกือบทุกวัน ค่าของกินก็เลยแพงหน่อย (แต่จะไม่กินก็ไม่ได้)

เอาความรู้สึกจริงๆ อยากจะมีเวลามากกว่านี้ เที่ยวสักสองสัปดาห์ไปเลย เพราะนี่ก็เที่ยวแบบเร่งรีบ ไปก็ยังไม่ครบทุกที่ที่อยากไป (ยังมีแผนกินที่ไม่ได้ไปกินอีก)

จะหน้าหนาว หรือหน้าร้อน ก็ยังอยากไปฮอกไกโดอีกนะ

รภรัตน์

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom

Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)