Autumn in Japan – Minoo Falls in Osaka

วันนี้เป็นวันที่สองของการเดินทาง

เช็คเอาท์ที่โรงแรม แต่ก่อนออกก็ต้องกินข้าวเช้าให้คุ้มซะหน่อย (เพราะนอน Toyoko-inn มีอาหารเช้าให้ด้วย) ก่อนจะเดินลากกระเป๋าไป JR Hakata ขึ้นจะไปขึ้นชิงกันเซนไปสะลืมสะลือบนรถไฟ

โดนพนักงานตรวจตั๋วบอกให้ยกกระเป๋าไปวางข้างบนด้วย เพราะว่าแถวๆฮิโรชิม่า คนขึ้นมาเต็ม (จิตสาธารณะมีบ้างไหม ><“)

ตื่นซะหกโมง (ตีสี่ไทย)

A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

 

นั่งไปสามชั่วโมงก็ถึงโอซาก้า เมืองแห่งความวุ่นวาย รองๆจากโตเกียว

วันนี้การเดินทางในเมืองก็ไม่ได้มีแผนอะไร ก็เลยกดตั๋วใต้ดินแบบ One day pass มา ราคา 600 เยนสำหรับวันหยุด (วันธรรมดา 800 เยน) ขึ้นรถไฟจาก Shin-Osaka มาลงที่ Umeda แล้วก็ลากกระเป๋าไปสถานี Hankyu Umeda เพื่อจะต่อรถไฟไปสถานที่ดูใบไม้เปลี่ยนสีแนวธรรมชาติ คือน้ำตก Minoo (มิโนะ)

แต่ว่าลากกระเป๋าไปแล้ว… พบว่าล็อกเกอร์เต็ม

ก็เลยต้องเสียเวลาไปโรงแรมเพื่อฝากกระเป๋าก่อน แล้วค่อยกลับมาขึ้นรถไฟ

การเดินทางไปน้ำตกมิโนะก็คือขึ้นรถไฟจาก Hankyu Umeda ไปเปลี่ยนสายที่ Ishibashi เป็น Hankyu Minoo เพื่อไปลงที่สถานี Minoo รถไฟไปน้ำตกไม่ใช่ JR กระผมจึงต้องจ่ายเต็ม (แต่พวกพาสในคันไซบางประเภทน่าจะใช้ได้นะ) ใช้บัตร IC แปะเอา สะดวกกว่า

แล้วก็ได้พบกับคลื่นมหาชนช่วงวันหยุดเลย…


น้ำตกมิโนะ ในสวนมิโนะเป็นที่เที่ยวใบไม้เปลี่ยนสีที่เป็นแนวธรรมชาติมากที่สุดในแถบนี้หละ เพราะว่าที่เที่ยวอื่นก็จะเป็นเมือง เป็นวัด ต้นไม้เค้าก็จะปลูกกันแบบจัดวาง แต่นี่เรียกว่าเป็นป่าเมเปิ้ลเลย (พ็อคเก็ตไวไฟที่เช่าไปก็ไม่มีสัญญาณอีก)

พอลงจากสถานีแล้ว ยังต้องเดินอีกหลายโลกว่าจะถึงตัวน้ำตก (เผื่อไว้สักสี่สิบห้านาที) ทางเดินก็มีแบบปกติเลียบลำธารไปเรื่อยๆ มีร้านขายของนู่นนี่ หรือว่าใครอยากเปรี้ยวก็เดินขึ้นเขาได้ (แต่ไม่รู้ว่าจะลงที่ไหนนะ) ทางเดินมันจะพอให้เดินสวนกันข้างละสองสามคน เวลามีคนมุงอะไรมันก็จะเริ่มเดินติดขัดหละ

อย่างที่บอกไปว่ามันเป็นแนวธรรมชาติ ค่อยๆเดินค่อยๆชมก็ได้ เพราะระหว่างทางกับจุดหมายก็สวยกันคนละแบบ

เดินขึ้นเขาแบบหลงๆ ได้วิวเมืองโอซาก้าจากระยะไกลมา

ต้นไม้ใบ้หวย (มองไกลๆถึงจะเห็น)

ใบไม้หลากสี

มีหลายมุมให้ถ่ายเลย

หลังจากเดินเพลินๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็ไปถึงตัวน้ำตกซะที

มหกรรมคนติดแห่งโอซาก้า A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

 

เดินข้ามรั้ว วางขาตั้งกล้อง ถ่ายรูป!

ด้วยที่ว่ามันเป็นหุบเขา ทำให้แสงมันโดนบ้างไม่โดนบ้าง Dynamic Range มันสูง ถ้าไม่ถ่าย RAW มานี่ชีวิตจะลำบากมาก รูปน้ำตกเลยจะขอปรุงแต่งเยอะหน่อยนะ

ของจริงสวยประมาณ 90% ของรูปนี้

ถ่ายยังไงก็ติดคน

จริงๆใบมันสีซีดกว่านี้นะ เพราะแดดส่องโดนพอดี นี่ก็พยายามช่วยเยอะแล้ว

อีกมุม

มองย้อนดูบ้าง

นี่คือคน ><” เห็นแล้วจะเป็นลม

ให้คนเป็นฉากหลัง (นี่คือรูปจากเลนส์มือหมุน 100/2.8 รูปเดียวของทริป เพราะว่ากว่าจะได้โฟกัสนี่ช้าเกิน ไม่ทันใจ)

ถ้ามานั่งจิบชากินขนมกับวิวนี้นะ…

คือคนเยอะไปหละ ที่จะลองหาของกินที่น้ำตกเลยถูกพับไป (ร้านข้างทางมีของน่ากิน แต่ทางมันแคบ คนก็เยอะ รู้สึกอึดอัด) สรุปว่าถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เลยเดินกลับ ไปเข้าตัวเมืองไปหาของกินดีกว่า

แดงเกิน channel สีจะรับได้

เนื่องจากขามาเปรี้ยวเดินขึ้นเขาไป ตอนนี้ก็เลยค้นพบว่ามีวัดอยู่ระหว่างทางด้วยหละ

ค้นพบคนไทยกลุ่มนึง กำลังตั้งกล้องถ่ายรูปอยู่ เราก็ดูแบบเงียบๆ ตามสไตล์ปลีกวิเวก

กระผมก็ถ่ายแต่วิวไปเรื่อย

โฟกัสใบ (คราวนี้ถ่ายรูปเน้นใบไม่ค่อยสวยเท่าคราวก่อนนู้น)

หลังจากนี้ก็รีบเดินกลับ เพราะว่าหิวมาก… แต่ว่าดันเจอคนติด ความติดนี่คือขยับได้ทีละนิดเลยนะ เพราะว่าคนแต่ละด้านก็จะมาออๆกันไปปิดทางออกของอีกฝั่ง อยู่จุดนี้ไปครึ่งชั่วโมงได้

พอหลุดออกมาแล้วทีนี้ก็ไม่ไหวหละ หาของข้างทางกินก่อน พอดีอ่านมาว่าให้ลองใบเมเปิ้ลทอดดู ก็เลยลองซะเลย อารมณ์มันจะออกแนวขนมมากกว่านะ หวานๆ กรอบๆ ไม่ได้รู้สึกถึงใบไม้เลย เหอๆ

ขนมใบเมเปิ้ลทอด รสชาติเหมือนแป้งทอด (60g 300 yen) A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

 

หน้าตาป้าๆทอดใบเมเปิ้ล

เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟกลับ (ใช้บัตรแตะ สะดวก ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋ว) คราวนี้เดินตัวปลิวไปโรงแรมเลย กระเป๋าอะไรฝากไว้หมดแล้ว


 

โรงแรมที่พักคราวนี้คือ Hotel Relief Namba Daikokucho ราคาไม่ประหยัดนะ แต่ก็ไม่แพงมาก ไม่รวมอาหารเช้า มีออนเซ็นให้แช่ ที่ตั้งก็ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่ ชั้นล่างมีร้านสะดวกซื้อ ที่สำคัญคือว่าชั้นสองมีร้านแพนเค้กที่เราว่าอร่อยเลยทีเดียว (แต่กินแค่ครั้งเดียวในชุดอาหารเช้า) มีข้อตินิดนึงคือว่าทางเข้าห้องหลังออกจากลิฟท์มัน open air พอฝนตกหรือลมหนาวพัดทีนี่มาเต็ม คงจะไม่เหมาะกับฤดูหนาวเท่าไหร่

นอนคนเดียวฮะ

วันหลังๆค้นพบว่าใกล้ๆโรงแรมมีออนเซ็นอีกที่นึงด้วย (ซึ่งก็ไปเพราะว่าเห็นในรูปมีอ่างจากุ๊ซซี่ ตอนนั้นเดินเที่ยวระบมทั้งตัว) อ่อ บ่อที่โรงแรมเนี่ยมันมีเวลาของชายหญิงสลับกัน ดูๆแล้วเวลาของผู้ชายมันสะดวกกว่า เพราะแช่ตอนดึกๆได้

ปล. ทริปนี้ได้นอนแบบไม่เปิดฮีทเตอร์หลายวัน เพราะว่าเห็นรีโมทแอร์ แต่ว่าหาแอร์ไม่เจอ ซึ่งจริงๆมันก็อยู่อีกฝากของห้อง เป็นทั้งที่โอซาก้า และฟุกุฯเลย

เดินเรื่อยเปื่อยในโอซาก้า

ตอนนี้ถึงเวลาฟรีหละ (หยั่งกะมากับกรุ๊ปทัวร์) เนื่องจากว่าโรงแรมนี้ใกล้ๆกับย่านนัมบะ ก็เลยกะจะไปดูป้ายกูลิโกะอันใหม่ซะหน่อย แต่ทว่า… ทำบัตร 1 day หาย – -” ดังนั้นก็เลยเดินไปแล้วกัน ตอนนี้ไม่เน้นรูปหละ

Den Den Town

ย่านนี้ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ไม่เหมือนอากิสักเท่าไหร่ ดูๆไปแล้วมันเป็นร้านเล็กๆสองข้างทางซะมากกว่า ถ้าไม่ได้มีของที่ต้องหาเฉพาะก็คงไม่เดินก็ได้ (มั้งนะ)

A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

แต่ทว่าถนนเลียบข้างนั้นเป็นสวรรค์ของโอตาคุอย่างแท้จริง มีร้านอนิเมะ ร้านการ์ตูน ร้านคอสเพลย์ เดินไปมาเลยได้ฟิกเกอร์ Link มาตัวนึงเลย (พยายามจะไม่ซื้ออะไรแล้วนะ)

Namba

หลังจากยับยั้งชั่งใจไม่ซื้อของเล่นแล้ว ก็เลยลองเดินไปหาร้านที่ dotpng ไปกินแถวๆนัมบะ ก็เลยได้ร้านทาโกะยากิมาหนึ่งร้าน รสชาติก็ใช้ได้เหมือนกัน

Tagoyaki ตามลายแทง dotpng (รวมทุกแบบ 500 เยน)

A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

 

จากนั้นก็ได้เวลาไปป้ายกูลิโกะสักที

สวยดีนะ… ไม่ใช่แล้ว

นี่ต่างหาก

Mizuno Okonomiyaki

จากนั้นก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยหาของกิน ก็คุยกับเพื่อนผ่านทวิตเตอร์ตอนนั้นเลย ก็เลยได้มาร้านนึงชื่อ Mizuno ถ้าจำไม่ผิดก็เคยกะจะไปกินตอนทริปปี 2010 หละ แต่ว่าตอนนั้นต่อคิวไม่ไหว ไม่มีเวลา คราวนี้มีเวลาก็เลยต่อคิวหละ (ซึ่งก็ต้องรอหนึ่งชั่วโมง – ประเทศนี้นี่มันอะไรกันเนี่ย)

นี่หน้าร้าน… ดูคนสิ

ระหว่างรอสักพักเค้าก็จะให้เมนูมาดู (เลือกเบอร์สองไป)

เมนูเพิ่มเติม 1 2 3 4 5 6

ร้านมีสองชั้นนะ แต่ว่าก็รับคนได้น้อยอยู่ดี (ข้อดีของกล้องเล็กๆคือมันดูไม่จริงจังเท่าไหร่)

ได้นั่งแล้ว!

อันนี้ของคนอื่น แต่ถ่ายให้ดูส่วนประกอบ

ในที่สุดก็ได้สักที

เรื่องรสชาติเราว่าใช้ได้เลยทีเดียว เครื่องเยอะ ไม่มีเส้นด้วย (สำหรับคนชอบโนคาร์บ) กินเพลินๆกับเบียร์หรือน้ำอัดลมก็ได้เลย (ราคารวมโค้กแก้วนึง 1720 เยน – โค้กที่ร้านนี่แก้วละเกือบร้อยบาทไทย)

กินเสร็จก็กลับโรงแรมหละ เหนื่อยมาก (เจอบัตรรถไฟแล้ว หล่นอยู่ในห้องน้ำนี่เอง)

ส่วนพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าไปเกียวโตแล้ว!

รภรัตน์