NASA A HUMAN ADVENTURE THE EXHIBITION

หลังจากเห็นโปสเตอร์แปะไว้ที่ทางขึ้นรถไฟฟ้าแถวๆคอนโดมานาน วันนี้มีโอกาสไปซะที

งานมันคือ Nasa Space Exhibition จัดที่เซ็นลาดฯ งานก็เหมือนปกตินี่หละ ตั๋วสามารถหาส่วนลดได้เกือบครึ่งนึงเลย (ค่าเข้าวันธรรมดา 520 ลดไป 250 เหลือ 270) แนะนำให้พยายามหาส่วนลดไปก่อน เพราะถ้าราคาเต็มเข้าไปจะรู้สึกอึนๆเล็กน้อย และก็ควรจะแลก Audio Guide ไปด้วย (แลกใช้บัตรประชาชน ฟรี) เพราะว่าอะไรเดี๋ยวจะบอก

รูปแบบงานก็จะจัดเป็นสี่โซนใหญ่ๆคือ โซนแรงบันดาลใจ โซนริเริ่มโครงการอวกาศ โซนโชว์ของขนาดย่อมๆ และโชว์ของขนาดใหญ่ๆ ปิดท้ายด้วยโซนเครื่องเล่นที่ต้องเสียเงินเพิ่ม คือจริงๆมันคงมีชื่อแบบทางการหละ แต่ภาพตอนออกมาของเรามันเป็นแบบนี้

 

 

อันนี้จำเป็นมาก ไม่งั้นจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย

รูปแบบการชมงานคือเดินตามทางไปเรื่อยๆ พอเจอจุดให้ฟัง Audio Guide (มีเสียงภาษาไทย) ก็กดเลือกตามเมนู (ที่เป็นลิสมาให้เลือก แบ่งเป็นห้องๆ แล้วก็ไล่แต่ละจุด) ก็จะมีคลิปเสียงให้ฟังเล็กๆน้อย ประมาณสองนาทีครึ่งต่อจุด บางครั้งก็มีภาพให้ดูด้วย (อุปกรณ์เป็น iPod Touch พร้อมหูฟัง beats) นอกจากนี้แต่ละจุดก็ยังมีจอ บางที่ก็แสดงวิดิโอ บางที่ก็ทำตัวเหมือนเป็นฟิวเจอร์บอร์ดที่สลับภาษาไปเรื่อยๆ

แต่ทว่าในแต่ละโซน ก็จะมีจุดโชว์ของที่ไม่มีคลิปเสียง แล้วต้องอ่านป้ายคำบรรยายตัวอักษรเล็กกระจิ๋วหริว ในที่ๆแสงไม่ค่อยสว่าง (ผลคืออ่านไม่รู้เรื่อง) แถมบางอันไม่มีช่องไฟ ไม่มีขึ้นบรรทัดใหม่ด้วย รูปข้างล่างนี่คือแบบ extreme สุดหละ

ให้นึกว่านี่คือกระดาษ A4 ที่อยู่สูงประมาณเอว แสงสลัวๆหน่อย

แม้กระทั่งในจุดที่มีคลิปเสียง ป้ายก็จะเป็นป้ายกลมๆ อันเล็กๆ สีกลืนกับอย่างอื่นไปหมด แล้วการเรียงลำดับการเดิน ก็ดูไม่ค่อยสัมพันธ์กับตัวเลขของเสียงในบางที่ (ไม่มี floor guide ว่าควรเดินด้านไหน)

ที่เขียนมาเยอะๆนี่คือจะบอกว่า Audio Guide สำคัญมาก คือถ้าไม่ได้เอาเข้านี่จะขาดอะไรไปเยอะเหมือนกัน เพราะว่าไม่มีข้อความในตัวงานที่เทียบเท่าเสียงพูดเลย (นึกถึงคนหูหนวก)

ส่วนรูปแบบการ Interact เปรียบเทียบง่ายๆก็คงจะเป็นว่า เหมือนเล่นเกม RPG แล้วให้สำรวจเมือง สิ่งที่เราทำก็คือเดินไปแต่ละจุด แล้วก็กด action ฟังข้อความไปเรื่อยๆ กดปุ่มแล้วมีเสียงพูดก็จะโอหน่อย แต่ถ้ากดแล้วออกมาเป็นตัวอักษรก็จะอ่านยากเลย คือว่ามันไม่ interactive ใดๆทั้งสิ้น (ยกเว้นหนึ่งจุด) อย่างพวกโครงการอะพอลโล่ มีโมเดลจรวดใช้ส่งยานไปถึงดวงจันทร์ แต่ว่าต้องจินตนาการไปเยอะว่าแต่ละส่วนมันมีหน้าที่อะไร (คือจอมันอธิบายเป็นข้อความ ทั้งๆที่ตรงนี้อย่างน้อยควรเป็นอนิเมชั่น ถ้าให้ดีก็ควรจะเป็นจอสัมผัสให้กดนู่นนี่ๆหน่อย)

 

ข้อเสนอแนะถ้าไม่อยากเปลี่ยนอะไรมาก

  • ใช้ iPod Touch ให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้! – ขยายความคือ ไอ้จอ 3.5 นิ้วนี่หละที่ควรจะเป็นมากกว่า Audio Guide มันควรจะเป็น Room Guide แสดงแผนที่ในแต่ละโซน พร้อม mark จุด audio guide ไปด้วย
  • ส่วนแต่ละโซน ถ้าทำเป็นลูกศรบอกทางเดินหน่อยก็จะดี (หรือจากข้อแรกก็ให้โชว์เส้นทางแนะนำไปด้วย)

ถ้าเปลี่ยนได้เยอะหน่อย

  • ถ้าอัพเกรดเครื่องเป็น iPod Touch รุ่นใหม่ ใช้ฟีเจอร์ iBeacon มาด้วยก็จะดี เดินใกล้จุดเสียงไหนก็ให้มันโชว์ปุ่มกดฟังใหญ่ๆ ตรงตู้แสดงของก็โชว์คำบรรยายไปด้วย ไม่ต้องอ่านจากกระดาษ และควรโชว์คำบรรยายจากเครื่องทุกจุดไปเลย
  • เปลี่ยนจากจอโชว์ข้อมูล มาเป็น touch screen ให้คนเล่นได้ ถ้าอยากให้คนจำข้อมูลได้นะ (เบื้องหลังอาจใช้ Rasberry Pi มาแทนคอมได้ หรือว่าใช้ไอแพดไปเลย)
  • อยากเห็นเป็นพวกจัดฉากคนลงบนดวงจันทร์ แบบเหมือนให้เราหลุดไปอยู่ในนั้นจริงๆ (เห็นโปสเตอร์แล้วรู้สึกแบบนั้น) ในงานก็มีคล้ายๆ แต่แบบว่าก็ยังไม่ถึงอารมณ์โปสเตอร์

ข้างบนคือประสบการณ์ที่ได้รับนะ เรียกว่าได้ User Experience ที่ไม่ดีเอาเสียเลย ใช้ชื่อนาซ่า ควรจะดีกว่านี้

ส่วนเนื้อหา ถ้าตั้งใจฟังก็น่าจะได้ความรู้เข้าหัวบ้าง ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ได้รู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างยาน กลไกการทำงานแบบง่ายๆ ได้เห็นของขนาดเท่าของจริง (พบว่าโครงการช่วงแรกๆ ตัวยานส่วนที่คนอยู่มันเล็กมากๆ แบบว่าใกล้ชิดอวกาศแบบน่าหวาดเสียวเลย) แค่นี้ก็น่าจะตอบสนองความฝันในหัวได้ไม่มากก็น้อยแล้วหละ

สรุป… ถ้าเป็นเด็กเนิร์ดแนวอวกาศ ควรมาดู เพราะว่าแค่ได้เห็นโมเดลขนาดเท่าของจริง เห็นของที่ไปสัมผัสอวกาศนอกโลกมาแล้ว ก็ฟินหละ

ส่วนบุคคลทั่วไป งานนี้คงจะไม่ได้ทำให้ชอบโครงการสำรวจอวกาศมากขึ้น ความรู้ที่ได้ก็แทบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เกือบเหมือนงานโชว์ของติดฟิวเจอร์บอร์ด

ที่สำคัญ… ควรหาส่วนลดเหอะ

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom

Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)