Autumn in Japan – Dazaifu & Hakata Light Up Walk

Stay Calm…

นี่คือหลังจากลงจากเครื่องบิน เราก็รีบวิ่งไปตม.เพื่อจะไปรับกระเป๋าแล้วก็เข้าเมืองเลยนะ (จริงๆควรจะซื้อ Tourist Pass ตั้งแต่ที่สนามบิน จะได้ประหยัดค่าตั๋วไปอีก) เอากระเป๋าไปฝากโรงแรม พร้อมๆกับขอพัสดุที่ส่งมาที่นี่ (คือ Wifi Hotspot ตัวอยู่รอดของข้าพเจ้า)

แต่ปรากฏว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง และเค้าก็บอกว่าไม่มีพัสดุ!

หลังจากนั้นก็ต้องวิ่งไป Post Office (วันเสาร์เปิด) และให้เค้าช่วยคุยให้ ซึ่งก็ยังสื่อสารกันไม่รู้เรื่องอยู่ดี

สุดท้าย โทรไปหาดีแทค บอกเค้าขอเปิด data roaming หนึ่งวัน (พอดีสมัครทดลองใช้ เลยใช้ฟรีหนึ่งวัน) แล้วก็ใส่ Google Translate ซะเลย ปัญหาจบทุกอย่าง และจริงๆพัสดุอยู่ที่โรงแรมนี่หละ เสียเวลาไปชั่วโมงกว่าๆ ข้าวก็ไม่ได้กิน

นี่คือการไปญี่ปุ่นครั้งที่เจ็ด และเป็นปัญหาตะกุกตะกักที่สุดเท่าที่เจอมาหละ!


ครั้งนี้ข้าพเจ้าไปกับสายการบิน JetStar ด้วยโปรรวมค่าขนกระเป๋า 6500 บาท เผอิญจองได้ชั่วโมงแรกที่เปิดให้จอง แล้วก็มีความตั้งใจอยากมาดูใบไม้เปลี่ยนสีอีกรอบนึง ก็เลยเลือกช่วงนี้ และถึงจะลงฟุกุโอกะ แต่ว่าก็จะไปเกียวโต และก็จองตั๋วถูกไม่ทัน ก็เลยต้องซื้อ JR Pass มาใช้ หลังจากนั้นแผนก็ดูมั่วซั่วไปหมด

A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

ใช้ IC Card อีกแล้ว (ทั้งจริงๆซื้อ City Pass ได้ตั้งแต่สนามบินนะ – อันนี้ไม่ได้ดูให้รอบคอบก่อน)

ต้นแปะก๋วยเรียงสี ยินดีต้อนรับสู่ฤดูหนาว

ไหนๆก็ลงที่นี่แล้ว งั้นวันนี้เราจะไปสถานที่ๆคราวที่แล้วพลาดไป คือวัดดาไซฟุ

ยังอยู่ที่ JR Hakata ก็ไปแวะ Tourist Center เพื่อซื้อ Fukuoka Tourist City Pass แบบแพง ตัวตั๋ว One day pass แบบนี้จะได้แค่นักท่องเที่ยวเท่านั้น สามารถขึ้นรถใต้ดิน รถบัสได้ฟรี ถ้าแบบแพงกว่าก็จะนั่งรถไฟไปได้ถึงดาไซฟุเลย จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี Tenjin เพื่อไปขึ้นรถไฟของ Nishitetsu เพื่อที่จะไปดาไซฟุ (มีรถไฟด่วนสามแบบ ขึ้นอันไหนก็ได้ ไปลงที่ Futsukaichi แล้วก็เปลี่ยนไปสาย Dazaifu เพื่อไปลงที่สถานี Dazaifu)

วันนี้เราจะเดินทางด้วย Fukuoka Tourist City Pass หละครับ

A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

ดาไซฟุเป็นเมืองหลักประจำเกาะคิวชูมาก่อนที่จะย้ายไปที่ฟุกุโอกะในปัจจุบัน ส่วนปัจจุบันก็ดูจะเหมือนว่าสถานที่เหล่านั้นเหลือแต่ซากไปซะแล้ว ดังนั้นสถานที่ๆสำคัญน่าไปเที่ยวก็จะเหลือไม่เท่าไหร่ ที่เด่นๆก็คงจะเป็นวัดดาไซฟุ แล้วก็พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะมีอีกสองวัดน่าสนใจคือ วัด Komyozen-ji ที่อยู่ใกล้ๆกับวัดดาไซฟุ (และอยู่ใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์) และอีกวัดที่ต้องนั่งรถออกไปสิบนาทีคือวัด Kamado ถ้าอยากเที่ยวชมเมืองแบบเต็มๆ ลองศึกษาเส้นทางการเดินของลิงค์นี้ดูก่อนนะครับ

ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทาง วันนี้ก็ออกจะมึนๆสักหน่อย ก็เลยเลือกที่แรกคือวัด Komyozen-ji เดินไปทางวัด Dazaifu นี่หละ แต่ก่อนจะถึง ให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีกซอย (ไม่ใส่แผนที่นะ ไม่น่าจะหลงได้ง่ายๆ) ระหว่างทางก็ผ่านร้านรวงขายของกิน ของฝากมากมาย แต่กินลูกชิ้นรองท้องไปก่อน

ถนนสายนี้ของฝากตลอดทาง ของกินก็มีเหมือนกัน

ใบไม้แดง! (ทำตัวตื่นเต้นเหมือนไม่เคยเจอมาก่อน)

ถึงแล้ว… แต่เห็นเมเปิ้ลสองต้น ที่ว่ามันสวยๆเค้าคงไม่ได้มาดูกันแค่นี่สินะ

ถึงวัด Komyozen-ji สิ่งแรกที่ต้อนรับคือสวนหินสวยๆ มีต้นเมเปิ้ลให้ดูอยู่สองต้น ซึ่งก็เลยจุดพีคไปหน่อยนึง แต่จุดที่ต้องมาดูจริงๆมันซ่อนอยู่ข้างใน คือสวนหินที่ปลูกเมเปิ้ลไว้เยอะมากๆ สีสันที่เห็นภายในสวนนี้ก็ช่วยให้หายเหนื่อยไปเลยทีเดียว (เวลาเข้าไปชมสวนญี่ปุ่นทีไรก็เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึงจริงๆนะ)

เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลก

เห็นแล้วก็หายเหนื่อยเลย

ที่นี่จะมีระเบียงให้เดินเล่นได้เล็กน้อย

ส่งท้ายด้วยรูปนี้

ดื่มด่ำกับบรรยากาศได้สักพัก ก็มุ่งไปจุดต่อไปคือวัดดาไซฟุ เป็นวัดใหญ่ที่บูชาเทพเจ้าแห่งความรู้ (ชื่อ Tenjin – ดู Noragami มาก็ได้ประโยชน์ตอนนี้หละ – เหมือนอ่าน Percy Jackson แล้วรู้จักเทพกรีก Noragami ก็ได้รู้จักเทพเจ้าของญี่ปุ่น) คนก็ยืนต่อคิวรอไหว้กันเต็ม (เราก็เนียนๆตามไปด้วย) ถ้าคนไปที่นี่ก็อย่าลืมของฝากเป็นเครื่องรางเกี่ยวกับการศึกษาแล้วกัน

ทางเดินเข้าซุ้มใหญ่

ชำระล้างกายและจิตใจ

จุดนี้ก็เนียนไปด้วยแล้วกัน (แต่ตอนตบมือไม่เคยตบแล้วมีเสียงเลย -_-)

ขอพร

หลังจากนั้นกระผมก็พยายามไปวัด Kamado แต่ว่ารอรถบัสไม่ไหว (อ่านไม่ออกด้วยว่าจะมากี่โมง) ก็เลยพยายามเดินไปจุดอื่นบ้าง แต่ว่ามันก็อยู่ไกล เดินไม่ไหว สรุปว่าก็กลับฟุกุโอกะแล้วกัน ได้เวลาเช็คอินพอดี

หนึ่งในร้านสตาร์บัคที่น่าไป (จากโพลไหนไม่รู้)

ส่วนอื่นๆของเมืองก็ดูเงียบๆนะ (เดินหลง)

รอขึ้นรถไฟกลับหละ

และก็ซัด Ippudo สูตรพิเศษช่วงเดือนนี้ (อร่อยมากกกก)

ไม่พลาดอยู่แล้วร้านนี้ (860 เยน) A photo posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

Toyoko-Inn ใกล้ๆสถานี เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามาก (และอีกอย่างคือมันหยุดยาว หาโรงแรมอื่นไม่ได้)

แต่ใช่ว่าหลังจากเช็คอินแล้วจะชิวนะ ยังมีอีกงานนึงรออยู่ คือ Hakata Light Up Walk สำหรับงานนี้เหมือนจะเปิดเว็บหรือเจอในเฟสนี่หละ แล้วมีข้อมูลภาษาอังกฤษน้อยมาก แต่ว่านานๆครั้งที่วัดเค้าจะเปิดให้ชมตอนกลางคืน แล้วเปิดไฟดูสวยด้วย งานนี้เลยต้องไม่พลาด

ที่ JR Hakata เปิดไฟซะสวยเลย

Hakata Light Up Walk เป็นเหมือนงานไหว้พระเก้าวัด เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากเก้าวัด เป็นสิบสองที่ (เป็นวัดน่าจะสักสิบเอ็ดวัด) แล้วก็เปลี่ยนเป็นตอนกลางคืน แต่ละที่ก็จะมีการเปิดไฟส่องวัดสวยงามแตกต่างกันไป คือมีทั้งเปิดไฟส่องวัด ส่องสวนธรรมดาๆ ไปจนถึงฉาย Projection ลงไปที่ตึกเลย

ส่วนตัวเราว่ามันเป็นงานที่เจ๋งมากเลยนะ เพราะว่าบางที่ไม่ได้แค่เปิดไฟธรรมดา มีการเล่นกับแสงเงาด้วย ที่ชอบสุดๆคือวัดนึงที่จะให้เราถือโคมไฟ LED แล้วเดินเข้าวัดไปตามทางที่เค้าจัดไว้ (โคม LED ทุกโคมก็ sync ให้เปลี่ยนสีพร้อมๆกันด้วย) แล้วตามทางเค้าก็จัดไฟมืดๆนิดๆ แต่ว่าได้บรรยากาศดี อันนี้เป็นประสบการณ์ที่น่ามาเลยนะ (รวมทั้งกระผมดูเป็นกระเหรี่ยงคนเดียวในหมู่คนญี่ปุ่นซะด้วย)

วัดนี้เปิดไฟเฉยๆก็สวยหละ (ไม่ใช่สิ – จัดไฟสวยด้วย)

เจดีย์สีแดง กับไฟสีแสง…

วัดนี้ชอบสุดๆ

เวลาเค้าจัดไฟ ไม่ใช่ไฟนีออนแบบงานวัดบ้านเรานะ คือดูตั้งใจกว่ามาก ทั้งเรื่องแสง เรื่องสี

อันนี้ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่น่าจะใช้แห่ตอนงานประเพณี

นี่ไม่ใช่วัด เป็นการฉาย projection กับตึก

รักคนอ่านครับ

Projections

A video posted by Roparat Sukapirom (@roparat) on

ทางเข้าวัดนี้ต้อนรับด้วยร่ม

ไหว้พระอีกแล้ว

ทางเดินสาดสี นี่เป็นจุดเล็กๆที่ชอบอีกจุด

สวนหิน เปิดไฟให้แสงสาดเป็นเส้นๆ

สวนหิน เล่นกับมุม

นี่วัดสุดท้ายของวันหละ

รูปนี้น่าจะสำคัญ (ฟังไม่ออก)

เดินตั้งแต่ห้าโมงครึ่งจนถึงสามทุ่มครึ่ง ปรากฏว่าได้ไปแค่เจ็ดที่ แต่ว่าพรุ่งนี้ไม่อยู่แล้ว เสียดาย

งาน Hakata Light Up Walk น่าจะจัดช่วงวันหยุดของญี่ปุ่นเดือนพ.ย. ดูข้อมูลได้จากเว็บ hakata-light.jp ตั๋วซื้อที่ Tourist Information Center ได้ (ถ้าซื้อที่วัดอาจจะต้องต่อคิวยาว) ราคา 1500 เยน ถ้าอยากไปให้ครบๆ ก็คงต้องเผื่อสักสองคืน บางวัดก็ใช้ขาตั้งกล้องได้ (ดูตามคุณลุงญี่ปุ่นแล้วกันว่าเค้าตั้งกันไหม)

กลับโรงแรมก็ต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋า เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องนั่งชิงกันเซนไปโอซาก้ารอบเจ็ดโมงเช้าเลย

– รภรัตน์

ปล1. (30/12/2014) รูปทั้งหมดนี้ขอเป็นลิขสิทธิ์ขั้นสูงสุด ห้ามไปใช้ที่ไหนเด็ดขาด ทั้งส่วนตัวหรือทางธุรกิจ ถ้าอยากใช้กรุณาติดต่อมาก่อน

ปล2. เรื่องนี้แทรกฮอกไกโด เพราะว่าดันเขียนเสร็จก่อน

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom

Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)