Sapporo

ตอนที่สามของทริปฮอกไกโด เรากลับมาเริ่มต้นวันแรกดีกว่า

35 องศา ที่หายไป…

กรุงเทพ: 25 องศา

การเดินทางครั้งนี้กระผมเลือกใช้ Delta Airline เป็นรอบที่สองหละ ข้อดีคือขนของกลับได้สองกระเป๋า ข้อเสียคือเวลาขาไปมันไปถึงบ่ายๆ เลือกช่วงปกติๆก็จะได้ราคามาตรฐานคือ 18,000 บาท ไปถึงนาริตะประมาณบ่ายโมง

โตเกียว: 5 องศา

ออกจากตรวจคนเข้าเมืองก็ไปรับ Wifi Hotspot ที่เช่าไว้ (ตกวันละสามร้อยบาท ต่อกับมือถือ ไอแพดได้สะดวกเลย มีเน็ตเหมือนมีโลกในกำมือ ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก) จากนั้นก็ไปซื้ออุปกรณ์กันหนาวที่ Uniqlo (ที่สนามบิน) คือว่ามาซื้อที่นี่รับรองมีให้เลือกเยอะกว่าแน่ๆ โดยเฉพาะถุงเท้าที่หายากเย็นเหลือเกิน จัดการซื้อเสร็จก็เริ่มมื้อแรกกันที่สนามบินนี่หละ เพราะว่าเราจะบินต่อไปที่ฮอกไกโดเลย

มื้อนี้ได้ร้าน Dashichazukeen (ไม่มีป้ายภาษาอังกฤษด้วย ; บล็อคนี้ก็ดันใส่ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นไม่ได้อีก ><“) นึกถึงร้าน Pepper Lunch ที่ว่าเอาข้าวใส่ถาดร้อนๆมาให้คลุกกัน อันนี้ก็คล้ายๆกันแต่เป็นข้าวต้ม มีข้าวมีเครื่องใส่ให้ครบ เราก็แค่เอาน้ำซุปร้อนๆมาราดบนข้าว แล้วก็กิน (ในชุดจะมีเต้าหู้เย็น เข้าใจว่ากินเต้าหู้หมดก็เทน้ำซุปลงถ้วยนั้นแล้วซดต่อได้นะ)

จากนั้นก็ขยับไปที่ Terminal 1 ด้วยรถบัส (ฟรี) เพราะว่าเราจะมานั่งสายการบินในประเทศที่เพิ่งเปิดใหม่ๆ ไม่นานกัน (พูดซะดิบดี จริงๆคือจองเจ้าอื่นไม่ทัน) ก็คือ Vanilla Airline เจ้าของเดียวกับ ANA

เพราะว่ามันเพิ่งเปิด เลยมีโปรมา แต่วันไปดันไปชนกับงานเทศกาล เลยราคาแพงหน่อย (ตั๋วไปกลับรวมๆกันห้าพันบาท) แล้วพอมันเพิ่งเปิดใหม่นี่ก็มีไฟลท์เลื่อนอีก (ลงที่อื่นนะ) เปิดเว็บทุกวันก็ลุ้นตามว่าจะมีเหตุอะไรไหม แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

นั่งเครื่องออกมาในคืนวันเสาร์ก่อนที่พายุหิมะจะถล่มโตเกียวได้อย่างหวุดหวิด (ถ้าช้ากว่านั้นหนึ่งวัน ทริปล่มสนิท เพราะเครื่องบินบินขึ้นไม่ได้)

ชิโตเสะ: -10 องศา

มาถึงที่ชิโตเสะ ทุ่มกว่าๆ นั่งรถไฟออกมาอีก 40 นาที ก็มาถึงซัปโปโร แล้วก็ต่อรถไฟใต้ดิน มาถึงโรงแรมก็เกือบๆสามทุ่มได้

[การเดินทางในซัปโปโร เราใช้รถไฟใต้ดินเป็นหลัก เพราะว่าไม่ค่อยได้ไปไหนไกล หรือไปที่ๆรถไฟไปไม่ถึง แบบนั้นต้องใช้รถบัส – อ่อ ถ้าอยากซื้อบัตรเติมเงิน ให้ซื้อของ JR นะเพราะเอามาใช้กับเมืองอื่นได้ เพราะเค้ามีรวมระบบกันแล้ว แต่ถ้าซื้อของใต้ดินก็หมดสิทธิ์ (คือบอกให้เพื่อนซื้อผิดใบไป ><“)]

สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาของกิน (อีกแล้ว) ตอนแรกกะว่าจะไปร้านนึง แต่ว่ามันปิด ก็เลยหาใน Foursquare ได้ร้านชื่อ Ramen Sora ซึ่งก็พบว่ามันเด็ดมาก

ปกติไม่ชอบกินราเม็ง แต่ร้านนี้ให้ผ่าน

(จากนี้ต้องขอคารวะ Foursquare ประมาณว่าเราสามารถตามไปกินร้านที่ให้คะแนนเยอะๆได้แบบไม่ผิดหวังเลย – Internet สำคัญกับปากท้องมาก)

เมื่อได้สติกลับคืนมา ก็ทำการเดินเล่นไปย่าน Susukino ที่อยู่ใกล้ๆที่พัก (ห้าร้อยเมตรได้) ก็พบกับเทศกาลน้ำแข็งเลย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา การเริ่มชมเทศกาลน้ำแข็งก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว…

ย่านแสงสีของซัปโปโร แต่พอดีไม่ได้ค้นเพิ่มนะว่ามีอะไรบ้าง

ปลาแช่แข็ง

โฆษณาเบียร์ (ซื้อมากินด้วย แต่ขมเกิน กินไม่หมดกระป๋อง)

น้ำแข็งแกะบอกงาน

บางจุดก็แกะเป็นศิลปะหน่อย

อารมณ์เหมือนไปงานแต่ง แต่น้ำแข็งไม่ละลาย (เจ๋งกว่า)

อันนี้งานแกะ แผงไปด้วยโฆษณา

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รู้สึกว่าผิดหวังแหะ โซนนี้เป็นงานแกะสลักน้ำแข็ง แต่ tie-in โฆษณาซะเยอะ มีร้านปลาดิบที่เอาปลาสดๆไปใส่ในน้ำแข็ง มีโฆษณาเบียร์ และอะไรอย่างอื่นอีก ซึ่งดูแล้วมันไม่อลังการเลย) ก็เลยได้ไอติมฮาเกนด๊าซกลับที่พักหนึ่งอันกินปลอบใจ (ซึ่งกว่าจะถึงที่พัก มันก็ละลายอีก – เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ตอนอยู่ข้างนอกอุณหภูมิก็ติดลบเกือบสิบองศา แล้วมันละลายได้ยังไง?)

Loading

 

View on Instagram

คำถามที่ค้างคาใจไม่หาย

 

วันนี้อุณหภูมิเปลี่ยนผ่านจากเช้าจนเย็น: -35 องศา

 


 

พักครึ่ง

ทริปนี้มีจุดประสงค์คืออยากเจอหิมะเยอะๆๆๆๆๆๆๆ รวมถึงอยากได้ landscape แบบหิมะๆด้วย แต่คือว่าจะมาหนาวทั้งทีก็ให้หนาวแบบมี(เทศ)กาล ซึ่งที่ๆดังที่สุดคือที่ซัปโปโรนี่หละ ช่วงงานก็จะเป็นกลางๆเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเมืองอื่นๆก็จะพยายามจัดกันในช่วงนี้ด้วย เพื่อดึงคนให้ไปเที่ยวเมืองข้างเคียงกันต่อ ดังนั้นถ้าวางแผนดีๆเราก็จะได้เจอเทศกาลหิมะกันหลายเมืองเลย

ส่วนในเมืองซัปโปโรจะมีสองจุดที่อยู่ในเมือง จุดนึงอยู่ที่สวนโอโดริ แล้วก็อีกจุดก็คือตรงนี้ ที่ Susukino ย่านกลางคืน (ส่วนตัวเข้าใจว่ามันต้องดาร์กกว่านี้นะ แต่ที่เห็นคือแค่เปิดไฟกันฉูดฉาด) นอกเมืองก็จะมีอีกที่นึง น่าจะเป็นพวกลานกิจกรรมแบบ Asahikawa ที่เราจะไปกันวันที่สาม

แน่นอนอยู่แล้วว่ามาตะลุยหิมะ ก็อาจจะมีบางจุดที่อุณหภูมิมันหนาวกว่า -10 องศาได้ ซึ่งกล้องดิจิตอลธรรมดาๆอาจจะเจ๊งไปเลย รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ที่บางจุดมันหนาวๆร้อนๆแล้วจะมีปรากฏการณ์หดและขยายตัวได้ (เช่นกระจกกล้องหลังเครื่องที่ไม่ใช่แซฟไฟร์) แล้วมันก็จะแตก ดังนั้นก็มีบางที่ๆไม่ต้องโซเชียวจ๋ามากก็ได้ เช็คอุณหภูมิและสภาพอากาศให้ดี เช็คอุปกรณ์ด้วยว่าจะรับอุณหภูมิติดลบเยอะๆได้หรือไม่

ซัปโปโรนี่ตอนที่ไปเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่หนาวอันดับต้นๆในหลายๆเมืองที่ไปเที่ยวตอนนั้นได้เลย มาถึงวันแรกๆจะมีอาการแพ้แสบจมูก น้ำมูกไหล ที่เราใช้คือมาร์สปิดจมูกซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป แต่สักพักก็หาย คิดว่าร่างกายคงปรับตัวได้ (คือปล่อยให้จมูกแข็งไปเลย – หาผ้ามาปิดซะ)


 

วันที่สอง: เที่ยวชมงานเทศกาลหิมะกันต่อ

เนื่องจากโรงแรมไม่มีอาหารเช้า เราก็นั่งรถไฟใต้ดินมาร้านคาเฟ่ที่ดังด้านแซนวิซ คือร้านSae-ra เมนูญี่ปุ่นล้วน แต่ก็สั่งไปเรื่อยๆ ก็ได้แซนวิชปูคู่กับผลไม้มา (ชอบผลไม้ อร่อยดี)

ปล. มาถึงจุดนี้ต้องบอกว่าปูที่อร่อยสุดในทริป (รวมถึงทริปก่อนๆ) รสชาติมันก็คือปูอัดนี่หละ กินปูที่นี่แล้วเฉยๆ ปูไทยอร่อยกว่า

เห็นแล้วก็อยากกินอีกนะ

เมื่อได้พลังงานแล้วก็ไปต่อกัน สถานที่ที่เราจะไปต่อก็อยู่ใกล้ๆกับร้านที่เราไปกินนี่หละ คือสวนโอโดริ เทศกาลหิมะโซนนี้จะเป็นหิมะแกะสลัก (ไม่ใช่น้ำแข็ง) ดูอลังการกว่าโซน Susukino

พอดีร้านแซนวิซมันอยู่ใกล้กับหอคอยส่งสัญญาณทีวี (Sapporo TV Tower) เราก็เลยจะเริ่มจากจุดนี้ก่อน แล้วก็เดินไปจนสุดสวนโอโดริเลย ก่อนที่จะย้อนไป JR Sapporo

Route ครึ่งวันเช้า 4 กิโลเมตร (ไม่รวมเดินจากโรงแรม)

จุดเริ่มต้นการเดินทาง

Show Feel

ส่วนกิจกรรมหน้าหอคอย ก็จะมีสเกตน้ำแข็งให้วิ่งวนๆ มีซุ้มหลบอากาศหนาว มีซุ้มสูบบุหรี่ มีขายขนม ของที่ระลึก (มีเสื้อ magnet และอื่นๆ ตอนซื้อของเค้าแจกคุกกี้ให้กินด้วย)

ปล. เจอของที่ระลึกก็อย่าตัดสินใจนาน เพราะถ้าหมดช่วงเทศกาลแล้ว ขนาดของในร้านสะดวกซื้อเค้าก็เก็บหายไปหมดเลย

เดินออกมาหน่อยก็เป็นลานหิมะกว้างๆ เค้าจะทำอะไรกัน

กิจกรรมที่ทำได้แค่ฤดูหนาว บนภูเขา แต่เค้าจัดให้กลางเมืองเลย

ไม่ต้องเดานาน เพราะว่าเค้ามีแสดง (หรือแข่ง) สโนว์บอร์ดผาดโผนกันครับ

นี่ซูมสุดๆกับครอปรูปแล้วยังได้แค่นี้เลย

จากนั้นพวกงานก็จะมีเวทีต่างๆ (ฟังไม่รู้เรื่อง) ฉากหลังเป็นพร๊อบหิมะแกะสลัก หรือน้ำแข็ง อันใหญ่ๆ

ถ้าจำไปผิด ช่วงที่เราไปจุดนี้ตอนแรกๆเค้าเหมือนจะถามว่ามาจากที่ไหนในญี่ปุ่นบ้าง

สลับคั่นด้วยโฆษณา (เพิ่งรู้ว่าตอนกลางคืนมันทำเป็น projection ด้วย)

Sochi Winter Olympic

พอเดินไปสักพัก ก็จะมีซุ้มขายของกิน ก็ไปสะดุดกับหอยเชลย่าง สามตัวห้าร้อยเยน อร่อยมาก (ตอนนั้นแบบว่าหนาวๆ ร่างกายยังไม่ปรับตัว หาของกินร้อนๆมากินนี่ฟินมาก)

มาฮอกไกโดห้ามพลาด ไม่งั้นจะเสียใจ

จากนั้นตามทางก็จะเริ่มมีงานแกะสลักหิมะอันเล็กๆหละ น่ารักดี

เห็นโตโตโร่นั่นไหม

บ้างก็มีซุ้มให้เด็กเล่น

สไลด์เดอร์ อันนี้เบาะๆ ต้องไปดูที่อาซาฮิกาว่า

จากนั้นก็เป็นงานแกะแบบอลังการ ก็เป็นสถานที่สำคัญของต่างประเทศ

อันนี้ของมาเลย์ Sultan Abdul Samad Building

Tomb of Itimad-ud-Daulah ของ อินเดีย (ตอนกลางคืนมี projection ด้วย ไม่ได้ดู)

ถ้ดจากโซนนี้ก็จะเป็นเหมือนโซนแสดงงานแกะแล้ว

โมโมทาโร่

Winter O-Mo-Te-Na-Shi

อันนี้จำไม่ได้แล้ว

พ้นโซนนี่ก็จะเป็นโซนที่เค้ามีแข่งแกะสลักหิมะกัน มีของคนไทยเข้าไปประกวดด้วย ดูรายละเอียดกับอันดับตามลิงค์นี้ครับ

ส่งเข้าประกวดด้วยควาย ไทยๆดี ได้ที่สาม (แต่คนอื่นจะรู้จักไหม)

ทำได้ไม่เหมือนเป็นหิมะเลย (ของสิงค์โปร์)

นี่ของฮ่องกง ได้ที่สอง

โซนถัดไป (ที่น่าจะเป็นสุดท้ายแล้ว) อันนี้จำไม่ได้หละว่าคือโซนอะไร เห็นมีห้องตรงกลาง แล้วก็มีคนต่อๆกันเหมือนจะไปซื้ออะไรสักอย่าง แต่ข้างๆก็มี Mascot ประจำงานปีนี้ คือ Snow Miku

มี figure ขายด้วยนะ (แต่ถ้าจะไปซื้อก็คงไม่ทัน ; พี่ที่ไปอีกกรุ๊ปไปซื้อจากอากิฯมาแทน)

ในส่วนงานเทศกาลหิมะในซัปโปโรก็จบเพียงเท่านี้ ที่เหลือก็ไปเที่ยวมาตรฐานของเมืองหละ

บ้านนอกเข้าเมือง

Former Hokkaido Government Office

เค้ามาก็ต้องมาแวะถ่ายรูปกัน ก็เลยต้องแวะบ้าง (เป็นทางผ่านพอดี)

ทรงคลาสิคมาก

ที่ขาดไม่ได้เลยคือตุ๊กตาหิมะ

มีบ่อน้ำข้างๆ เป็นที่อยู่อาศัยของเป็ด

 

Chocolate Factory (Shiroi Koibito Park)

JR Sapporo เดี๋ยวคืนนี้เรามีนัดกันนะ

ตอนนี้ก็มาถึง JR Sapporo แล้ว เราก็จะนั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ไปลงที่สถานี Miyanosawa Station ซึ่งจริงๆแล้วก็ขึ้นที่ Odori ก็ได้

แล้วก็เดินออกมาประมาณ 700 เมตร ก็จะมาถึงโรงงานผลิตขนมช็อคโกแลตเจ้าดัง (ที่เราชอบมาก) คือ Shiroi Koibito คือนอกจากจะเป็นโรงงานแล้ว (ยังสงสัยว่าโรงงานที่เดียวหรือเปล่า หรือว่ามีแอบทำที่อื่นอีก) เค้าก็จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ไปด้วยเลย มีประวัติ มีส่วนแสดงของที่เกี่ยวกับช็อคโกแลต มีส่วนให้ชมโรงงาน พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการผลิต คือว่าขายขนมรวยแล้วรวยอีก ยังมาเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เสียตังค์เพิ่มกันอีกด้วย (เค้าอาจจะได้แรงบันดาลใจจาก Willy Wonka ก็เป็นได้นะ)

ด้านนอก

หลังจากซื้อตั๋ว (600 เยน) มา ก็จะได้ขนมมาชิ้นนึงด้วย แล้วก็มีคนมาถ่ายรูปให้ (คือว่าถ้าเอากล้องมาเองเค้าก็ถ่ายให้ฟรี! ประเทศสารขัณฑ์มานี่แทบจะตะลึงในความไม่เห็นแก่เงินเลย)

จริงๆพอเข้าไปแล้วข้างในมันทำ interior หรูดีนะ แต่คือว่าเมื่อยแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายมา

ภาพตัดมาที่ไลน์ทำขนมเลย (เอาชิ้นที่เสียๆไปมาให้ผมก็ได้นะ ดีกว่าทิ้งไป T.T)

เห็นขนมแต่ละชิ้นนั่นไหม

แต่ละชิ้นต้องห่อไว้เป็นอย่างดี เครื่องห่อก็เป็นเครื่องจักร คนก็แค่คุม กะ QC

แต่ว่ามาพิพิธภัณฑ์ขนม มาดูเฉยๆก็กระไรอยู่ ประกอบกับไม่ได้กินข้าวเที่ยงด้วย ก็เลยไปกินที่คาเฟ่ของที่นี่เลย

ดูวิวนั่นสิ

White Chocolate Roll + Hot Chocolate อร่อยมาก

กินเสร็จ เดินลงมาก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ของเล่นเก่าๆดักไว้อีก

นี่ก็โชว์สภาพความเป็นอยู่สมัยก่อน

ลานข้างนอกก็มีพร๊อบให้ถ่ายรูปกัน

SOUL STORE ซุปแกงกะหรี่

จริงๆแผนคือถ้าทันก่อนพระอาทิตย์ตก ก็จะรีบไปขึ้นกระเช้า ไปถ่ายรูปเมืองซัปโปโรตอนมีแสงจากขอบฟ้า แต่ว่าดูจากเวลาแล้วก็คงไม่ทัน งั้นที่ต่อไปก็คือไปกิน!

คราวนี้นำสถานที่มาจากคุณ dotpng คือพอดีมันอยู่ในสายของรถไฟใต้ดินขากลับพอดี คือร้านSOUL STOREสาย Tozai สถานี Nishi 18 Chome คนขายพูดได้แต่ญี่ปุ่น แต่ก็พอมั่วๆสั่งมาได้ (คือหน้าตาแกงมันเหมือนกันหมด ก็ต้องพยายามบอกว่าจะเอาเนื้อหรือหมู)

นี่คือหน้าตาของซุปแกงกะหรี่ อาหารท้องถิ่นของซัปโปโร

รสชาติกลมกล่อมมาก ผักก็อร่อย อันนี้ให้อยู่ในลิสของร้านที่ต้องมากินให้ได้เลย

Night Mode

จากนั้นก็กลับมา Odori ก็คือกะจะมาแว้บๆถ่ายรูป TV Tower หน่อย

รูปหัวบล็อคหละ แต่แต่งอีกแบบ

จริงๆแล้วถ้ามางานเทศกาลช่วงตอนกลางคืนนี่จะมีเปิดไฟตื่นตาตื่นใจกว่าตอนกลางวันนะ (เพิ่งมาเห็นรูปคนอื่นตอนเขียนบล็อคนี่หละ) แต่อาจจะถ่ายรูปไม่ถนัด ก็แล้วแต่ความชอบแล้วกัน

พอได้รูปนี้เสร็จ ก็ต้องไปที่หมายต่อไปคือ JR Sapporo Tower ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในเมืองนี้แล้ว ก็มีชั้นให้ชมวิวได้ด้วย

ทางเดินใต้ดินเค้า ดูเป็นงานเป็นการมาก (หลบลมหนาวได้ชะงัก)

ช่วงนี้คือไม่ค่อยถ่ายรูปแล้วหละ เหนื่อย จากรูปนี้ก็เลยกลายเป็นรูปบนจุดชมวิวเลย

หนึ่งในรูปที่ชอบของทริปนี้

เสร็จสิ้นไปอีกหนึ่งวัน

วันที่สองนี่เดินเหนื่อยและเดินเยอะเกินความจำเป็นนะ เหอๆ แค่สองทุ่มก็หมดสภาพแล้ว

จากนั้นก็กลับที่พัก (คราวหน้าจะหาใกล้ๆสถานีรถไฟมากกว่านี้) เตรียมแพ็คของ เพราะว่าเราจะย้ายเมืองเที่ยวพรุ่งนี้แล้ว

– รภรัตน์

เตรียมรูปบล็อคถัดไปอยู่

ค่าใช้จ่าย

(ติดไว้ก่อน เดี๋ยวมาอัพเดท)

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)