Kushiro

ไปดูนกกระเรียนกันเถอะ

นี่ก็เป็นเรื่องต่อจาก Abashiri หลังจากที่คิดไว้ว่าถ้าจะนั่งกลับซัปโปโรไปเลยก็คงจะธรรมดา ถ้าแวะไปอีกสักเมืองก่อนกลับฐานที่มั่นก็น่าจะดี (มาครั้งแรกอยากเซอร์เวย์หลายๆที่หน่อย มาครั้งอื่นจะได้เลือกถูก) แล้วก็หาไปมา จนพบกับเมืองนี้

ที่เด่นๆเลยคือเรื่องของนกกระเรียนญี่ปุ่น ที่เค้าบอกว่าเป็นสัตว์ที่หลงเหลือจำนวนไม่มากแล้ว พบได้มากสุดในเมืองนี้ ก็คงเป็นเพราะธรรมชาติของเกาะฮอกไกโดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยกระมั้ง ยิ่งถ้าได้มาเจอนกกระเรียน ในฉากหลังสีขาวๆ ก็คงจะฟินมิใช่น้อย

อีกอย่าง นกกระเรียนเป็นสัตว์ที่เมื่อเลือกคู่แล้วจะไม่เปลี่ยนไปอีกจนตาย ดูเป็นอะไรที่ซื่อสัตย์ดีแท้

อ่อ แถบๆนั้นมีทะเลสาปอะคัง (Akan) ที่ดังด้วยสาหร่ายมาริโมะ ซึ่งมันจะโตมากในที่ๆมีน้ำบริสุทธิ์ แต่ด้วยระยะเวลาเร่งรีบก็เลยต้องข้ามจุดนี้ไป (คราวหน้าว่าจะลองไปแบบชิวๆบ้าง)

การเดินทางโดยรถไฟ ก็มีแค่รถไฟหวานเย็น จากอะบาชิริมาไม่กี่รอบต่อวัน แล้วก็นั่งจนเมื่อยเลยทีเดียว (ไม่มีของขาย ควรซื้อตุนไว้เผื่อหิว)

การเดินทางที่นี่ใช้เวลานาน กรุณาวางแผนให้ดี

แพลนวันนี้ก็ไม่เหมือนกะที่วางไว้ คร่าวๆคือแผนเดิมจะไปดูนกกระเรียน แล้วกลับมาให้ทันขึ้นรถไฟไปจุดชมวิว Hoosoka Viewpoint แล้วก็กลับ แต่ว่าพอไปหารูปดูแล้วจุดชมวิวก็เหมือนมีแค่มุมเดียว (แล้วเราก็อยู่ไม่ถึงพระอาทิตย์ตกด้วย – เผื่อจะได้แสงสวยๆ) ก็เลยเปลี่ยนเป็นเที่ยวในตัวเมืองแทน

หลังจากตื่นนอน ก็รีบเช็คเอาท์เพื่อจะไปขึ้นรถเมล์ (ด้วยความขี้เกียจตื่นเช้า เลยไม่ได้ไปแช่ออนเซ็นที่ดูดีที่สุดในทริป) ระหว่างทางก็เลยแวะซื้อของกินมื้อเช้าไปด้วย

ซึ่งก็คือข้าวปั้นสามอย่างขึ้นชื่อของฮอกไกโด อันนี้รสชาติใช้ได้นะ

ที่สถานีรถไฟมีสาหร่ายมาริโมะให้ดูด้วย ใหญ่เหมือนกัน (ถ้าจำไม่ผิดก็เท่ากำปั้น) แต่หาที่ซื้อไม่เจอ

ข้างๆสถานีรถไฟ ก็จะเป็นแหล่งรวมป้ายรถเมล์ไปที่ต่างๆ การเดินทางไปดูนกกระเรียนก็นั่งรถจากที่นี่ไปเหมือนกัน (สำหรับคนงบน้อย ไม่อยากเช่ารถ) ตอนหาข้อมูลก็มีข้อสงสัยว่าจะไปขึ้นรถเมล์ป้ายไหน หาในเว็บก็ไม่มีคนบอก จนต้องไปเองถึงรู้ว่ามันมีป้าย

ป้ายเบอร์ 15 นะครับ (คราวนี้ใส่ลายน้ำด้วย กลัวคนก้อปไปแบบไม่ให้เครดิต) ภาพใหญ่กว่า

ส่วนตารางรถเมล์ก็ดูได้จากลิงค์นี้ http://www.akanbus.co.jp/localbu/senkawa.htm ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน และ Google Translate ก็ทำให้ได้ตารางเวลาภาษาอังกฤษออกมาได้ (Kushiro ekimae คือสถานีรถไฟ)

Tsurumidai – One of view points of Crane

เราเลือกจุดชมนกที่นี่ (ซูรูมิดาอิ) ก็เป็นเพราะว่าหาในเว็บแล้วไม่มีข้อมูลมาก ก็เลยต้องเลือกแบบเดาๆไป เห็นอ่านเจอว่าบางที่มีตาข่ายกั้น ซึ่งการถ่ายรูปเราก็ไม่อยากได้แบบนั้น ก็เลยเลือกจุดนี้มาดู

พอไปถึงแล้วแอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะว่าฉากหลังมันไม่โล่ง มีสิ่งปลูกสร้างติดฉากหลังมาด้วย แต่ก็ดีที่มีห้องน้ำ และข้ามถนนไปมีร้านขายของกินและของฝาก

ถ้าได้ไปอีกคราวหน้าคงไป Tancho Observation Center แทนหละ หรือว่าถ้ามีแกงค์ถ่ายรูปจะเช่ารถไปเลย (ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านที่นี่ และ ที่นี่)

สองชั่วโมงที่อยู่ที่นี่ มีโมเมนท์ที่รู้สึกสงบจากการจ้องมองนกหลายสิบตัวนี่หละ แต่ที่ชอบคือเราสังเกตุว่าเวลานกที่มันเป็นคู่มันบิน ก็จะบินเคียงข้างกัน เวลาลงก็ลงพร้อมๆกัน แถมท่าตอนลงยังเหมือนกันอีก (แบบว่าทำไมธรรมชาติสร้างมาให้มันเคลื่อนตัวสวยงามได้อย่างนี้)

ข้างล่างจะเป็นรูปรัวๆแล้วนะ (ปล. 70-200 บน Full Frame เอาไม่อยู่นะครับ ถ้าอยากถ่ายรูปนกแบบเต็มเฟรม – แต่ดูบนเว็บก็ครอปเอาทีหลังแทน)

นี่หละ Tsurumidai (โฟกัสที่นกนะ)

มีนกให้เห็นเยอะแยะ (แต่อยู่ห่างๆ)

ถ้าหันผิดมุมก็จะเจอแบบนี้

การบินลงบินยังทำท่าคล้ายๆกันเลย

ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย

นานๆทีจะมีบินมาให้ถ่ายรูปรัวๆสักครั้ง

มีกวางด้วย! (มุมนี้อยู่ข้างหลังร้านขายของ ซูมแล้วก็ครอป)

รูปนี้ Flickr เลือกไปใส่ Gallery Endangered Species ด้วย ดีใจ

ชริ ไซร้กันอยู่ได้

Synchronised

ถนนมันดูโล่งๆนะ แต่ก็ข้ามตามสัญญาณไฟ

เมื่อได้เวลา ก็นั่งรถเมล์กลับมาที่ตัวเมือง เปลี่ยนมาเป็นการเดินเที่ยวแบบขาลาก

Kushiro City

จุดแรกที่มุ่งไปคือตลาด… เพราะว่ายังไม่ได้กินข้าวเที่ยง ซึ่งก็เดินไม่ไกลจากสถานี ตลาดอันนี้เหมือนเป็นตลาดอาหารทะเล มีปลาสดๆเป็นจำนวนมาก แบบว่าสามารถซื้อข้าวแล้วเลือกปลาดิบที่จะกินด้วยได้เลย

ที่นี่เป็นเมืองท่า อาหารทะเลก็เลยสด

แต่ว่าสิ่งที่เลือกกินคือข้าวหน้าหอยนางรม(ทำไม?) แค่นั้นยังไม่พอ ก็ไปซื้อสตอเบอรี่อะมาโอะ(ของฟุกุโอกะ) มากินด้วย

คอเรสเตอรอลพุ่งปรี๊ด (แต่รสชาติเฉยๆนะ ไม่ค่อยชอบกินหอย ยกเว้นกับน้ำจิ้มซีฟู้ด)

มาถึงฮอกไกโด ต้องมากินสตอเบอรี่ของฟุกุโอกะ (ด้วยความที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ต้องไปค้นกูเกิ้ลหารูปแพ็คเกจมา แล้วจำตัวอักษร)

จากนั้นก็เดินเที่ยวเล่นตามทางไปเรื่อยๆจนถึง Kushiro Fisherman Wharf พอเข้าไปจริงๆแล้วก็เป็นที่ขายของฝากหละ แต่ก็จะมีโซนแนะนำเมืองด้วย แต่ทีเด็ดกว่าสิ่งอื่นคือมีเรือนกระจกอยู่ด้านหน้า

สีเขียวๆนี่แทบจะไม่เห็นในฤดูนี้ แต่ที่ชอบกว่าคือมันอุ่น

Fisherman Wharf

เป้าหมายตอนนี้คือการถ่ายรูปที่สะพาน Nusamai ที่เค้าว่ากันว่าสวยเป็นอันดับต้นๆของเกาะฮอกไกโด (มีบอกด้วยว่าตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกจะยิ่งสวย) ด้วยเวลาที่มี ก็เลยสามารถรอถ่ายรูปก่อนกลับไปซัปโปโรได้

รูปปั้น 4 ฤดู ตามเก็บกันให้ครบนะครับ

(ช่วงนี้ พอเปิดรูปที่บ้านถึงกับช็อค เพราะว่ามีฝุ่นเป็นเส้นๆอยู่ในรูป ยิ่งพอ F เยอะๆแล้วเด่นชัดเป็นสง่ามาก – Photoshop ช่วยท่านได้ แต่เหนื่อยเกิน)

อยู่รอจนพระอาทิตย์ตก – ภาพนี้ชอบเป็นการส่วนตัว

เป็ดๆๆ – คือนี่อยู่ในเมืองนะ น้ำต้องสะอาดระดับหนึ่งถึงจะมีเจ้าพวกนี้มาอยู่ได้

หลังจากพระอาทิตย์ตกแล้ว ฟ้าสวยกว่าเดิมอีก

เหมือนอยู่ดาวพฤหัส (HDR แบบกากๆ)

เป็นฟ้าหลังอาทิตย์ตกที่สวยมาก เป็นสิ่งหนึ่งที่ชอบในทริปนี่เลย

ขอ HDR อีกสักรูป (ตอนนี้เริ่มมืดจริงๆหละ)

อ่อ ใกล้ๆสะพานนี่หละมีนาฬิกาประจำเมืองอยู่ด้วย

แค่นี้หละ (กำลังคิดว่าถ้าหน้าร้อนมันคงจะสวยกว่านี้)

หลังอาทิตย์ตกก็เลยหาของกินเล่นเล็กน้อยที่ Fisherman Wharf ก็ได้ปลาย่างวางบนข้าวมา

อร่อยดีเหมือนกัน

ก็ยังพอมีเวลาเดินดูที่นี่หละ ก่อนกลับไปขึ้นรถไฟ ก็เลยไปดูห้องที่เค้าจัดไว้แนะนำเมือง ก็พบกับแผนที่แนะนำสถานีเที่ยวในเมือง… (โอเค มาเจอตอนนี้ ก่อนกลับนะ)

จะเห็นว่า HTC One M7 ไม่สามารถถ่ายรูปขนาด A4 ได้แบบอ่านออก ภาพใหญ่กว่า

การเที่ยวในเมือง Kushiro ก็สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ก็เดินกลับไปขึ้นรถไฟไปยังซัปโปโร ใช้เวลา 4 ชั่วโมง กลับไปเช็คอินที่โรงแรมเดิม (กระเป๋าใบใหญ่ก็ฝากอยู่ที่โรงแรมนี้หละ) ก่อนที่จะนอน เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าไปเที่ยว Hakodate ต่อ

ความเห็นส่วนตัวนะ เมืองนี้สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่นอกเมืองหมดเลย อาจจะให้คะแนนเรื่องของทะเลได้บ้าง (แต่ไม่ได้ชิมปลาดิบ) แต่ว่าน่าจะใช้เวลาสักครึ่งวันก็น่าจะพอหละ (หรือเป็นที่แวะพักก่อนจะไปที่อื่น)

ทางมันไกลกว่า Abashiri ไป Kushiro เยอะเลย แต่ว่าคราวนี้นั่งรถด่วนแทน เวลาก็เลยพอๆกัน

ทิ้งท้ายด้วย Ekiben เวอร์ชันคุณหลอกดาว ข้าวเยอะมาก เครื่องบางเท่ากระดาษ

– รภรัตน์

ไม่รู้ว่าจะเขียนเมืองไหนต่อดี

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)