Indonesia

อันนี้เป็นทริปเกาะเพื่อนไปนะ ไม่ได้ช่วยวางแผนอะไรเลย

ถามเพื่อนมาว่าใช้รถจาก Pink House เช่ารถพร้อมคนขับแถมมีไกด์ด้วยเลย ส่วนแผนคร่าวๆเป็นอย่างงี้

วันที่ 1

  • เครื่องบินถึงประมาณตีหนึ่ง นั่งรถไป 7 ชม. (ตอนขึ้นรถโปรดทำการเช็ควิธีปรับเบาะด้วย กระผมเจอตอนวันสุดท้าย นึกว่ารถมันกาก ปรับไม่ได้)
  • ถึงเมือง Sempol เป็นที่ๆใกล้ภูเขาไฟ Kawah Igen
  • เดินสำรวจหมู่บ้าน (ปล.ที่พักไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็คงต้องทำใจ)
  • นอนพักผ่อน

วันที่ 2

  • ตื่นตีหนึ่ง นั่งรถมาทางขึ้นภูเขาไฟ
  • เดินขึ้นปากปล่อง เมื่อถึงปากปล่องแล้วก็เตรียมหน้ากากกันก๊าซพิษได้ เพราะมันเหม็นจริงๆ
  • ถ้ายังไหว ก็เดินลงไปดูไฟสีฟ้าได้
  • อยู่จนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วค่อยเดินลง
  • มีแวะน้ำตกเล็กๆด้วย
  • นั่งรถอีกหลายชั่วโมง ย้อนกลับมาที่โบรโม่
  • นอนพักผ่อน

วันที่ 3

  • ตื่นตีสาม ออกไปนั่งรถจี๊ปขึ้นไปจุดชมวิว
  • ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น (ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากภูเขาไฟหรอกเพราะมันคนละทิศ)
  • นั่งรถจี๊ปลงไปข้างล่าง
  • เดินไปขึ้นปากปล่อง
  • นั่งรถจี๊ปไปแวะทุ่งซะวันน่าแถวนั้น
  • กลับถึงที่พัก กินข้าว
  • แวะน้ำตก Madakaripura
  • นั่งรถไป Surabaya

วันถัดมา ก่อนไปมีคุยๆกันว่าไหนๆไปแล้วก็แวะไปบุโรพุทโธหน่อยหละกัน ก็เลยมีที่งอกขึ้นมา

วันที่ 4

  • ขึ้นเครื่องบินไปลง Yogyakarta
  • แวะวัด Prambanan (ค่าเข้าชมแพงมาก น่าจะ 500+ บาท)
  • ไปบุโรพุทโธ
  • กลับที่พักที่ Yogyakarta

วันที่ 5

  • ขึ้นเครื่องไปลง Surabaya
  • ช้อปปิ้ง (รถติดด้วย สื่อสารไม่รู้เรื่องด้วย เลยได้มาเดินห้างแทน)
  • ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ (โดยสวัสดิภาพ)

ทั้งทริป ราคาประมาณสองหมื่น ไม่ได้จองตอนตั๋วลดราคาด้วย อาหาร ก็มีทั้งกินได้และกินไม่ค่อยได้ (ทำตัวเหมือนไม่เคยไปอินโด)

โม้เสร็จแล้ว ที่เหลือก็เป็นรูปหละครับ

Camera: Canon 6D + 24-70 f/2.8 + 17-40 f/4 + 70-200 f/4

Sempol Village

จุดแวะระหว่างทาง เห็นคาวาอิเจียนที่จะไปกันอยู่ลิบๆ

ตัวหมู่บ้าน ก็มีสวนไว้ปลูกพืชชนิดต่างๆ แต่ที่สำคัญก็คือกาแฟ ถ้าไปตรงข่วงก็จะเห็นว่าเค้าจะเอาชะมดมาเลี้ยงด้วย

น้ำตกใกล้ๆหมู่บ้าน

ตัวหมู่บ้าน

ร้านขายของ

Kawa Ijen

การปีนขึ้นเขาตอนรุ่งเช้า ก็มีทางช้างเผือกมาให้ยลโฉม (ผ่านทางกล้อง)

สำหรับคนที่ยังไหว เมื่อถึงปากปล่องแล้วก็ยังเดินลงไปดูไฟสีฟ้าได้อีก

ยามเช้า กับฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี

กำมะถันก้อน อันนี้คิดว่าคงเป็นพร้อพให้คนถ่ายรูป

นี่คือคนแบกกำมะถัน แต่ถ่ายตอนเค้าลงไปเก็บ

ขอ b/w สักรูปหละกัน

อันนี้ก็ถ่ายเล่นตามประสา

นี่คือน้ำตกใกล้ๆแถวนั้น

Bromo

เริ่มลุยด้วยการถ่ายจากที่พักในสภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจก่อน

เดือนที่ไป ตรงกับช่วงที่เห็นทางช้างเผือกใกล้กับขอบฟ้าตอนเช้าๆ ไม่ต้องลำบากตื่นดึกๆมาถ่ายรูป ขอแค่มีขาตั้งกล้องก็พอ

การไล่สีของดิน ยิ่งไกลยิ่งมีสีสัน

ทะเลหมอก ซัดเข้าหาฝั่ง ด้านล่างคือวัดฮินดู

แดดมาแล้ว พร้อมเปิดตัวให้เห็นเต็มตา

ภูเขาไฟด้านหลังประทุพอดี

จากนั้นก็ลงมาข้างล่าง เพื่อเดินไปที่ปากปล่อง

ดูว่าไม่สูงเท่าไหร่ แต่ก็เดินจนหอบได้เหมือนกัน

นี่คือปากปล่อง หลังจากไปที่อะโซะแล้ว รู้สึกที่อื่นก็คล้ายๆกัน

หันหลังกลับไปก็ อืม… เดินมาไกลนะเนี่ย

Madakaripura Waterfall

อันนี้คือน้ำตกเร้นลับที่ทำกล้องเกือบเจ๊ง

weather seal ยังไงก็สู้ละอองน้ำไม่ได้หรอก

Yogyakarta – Prambanan

การเดินทางมาเมืองนี้ก็มาโดยเครื่องบนเจ็ทส่วนตัว… ไม่ใช่หละ มากับสายการบินในประเทศ ก็ดูชิวๆดีนะ ลงจากเครื่องแล้วก็เดินเข้าสนามบินเลย

นี่คือวัด Prambanan (เบื้องหลังคือมือนึงกางร่ม อีกมือถ่ายรูป แดดร้อนมาก)

รูปปั้น

กองหินที่บอกว่ามันเคยมีอะไรมากกว่านี้มาก่อน

เครื่องบิน ว่าว และวัด

Borobudur

ตอนแรกหวังไว้ว่าจะสูงตระหง่าน อลังการกว่านี้ แต่พอเห็นจริงๆแล้วก็ไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ก็ยังดูอลังการอยู่ (ปล. เค้ามีวิธีขึ้นด้วยนะว่าให้ขึ้นทิศอะไร ลงทิศอะไร)

ตามแต่ละชั้นก็มีรูปแกะสลักอยู่

พระพุทธรูปที่อยู่ในสภาพดีๆก็ยังมีให้เห็น

งานแกะสลักก็มีให้เห็นเต็มไปหมด

ขึ้นถึงยอดแล้ว… คนหายเพราะฝนตก

ความสงบยามอาทิตย์อัสดง

จบท้ายด้วยรูป HDR แบบกากๆของข้าพเจ้า

รภรัตน์

ในวันที่ฝนตก แต่ร้อนสุดๆ