ตะลุยเกาะคิวชู วันที่ 8: ยุฟุอิน เมืองเล็กๆแต่น่ารัก

เมืองเล็กๆ เดินชิวๆ และซากุระงาม วันนี้เป็นบล็อกเน้นรูปเยอะแล้วกัน

(10/1/2015: อัพเดทรูปหัวบล็อค ใส่ลายน้ำ)

วันนี้ตื่นมาด้วยอุณหภูมิแปดองศา เหมาะกับการไปแช่ออนเซ็นมากๆ

คราวนี้ได้ open air สมใจ แต่เล็กกว่าในรูปที่เว็บโรงแรม

อาหารเช้าเป็นสไตล์ญี่ปุ่น มีปลาย่าง กับเครื่องเคียง แล้วก็มีเบคอนร้อนๆบนเต้าหู้

อาหารเช้าก็ให้มาเหมือนจะไม่เยอะ แต่ก็อิ่มนะ (รู้สึกแปลกๆที่คนอื่นเค้ามากันเป็นครอบครัว)

กินเสร็จก็เดินไปดูทะเลสาบ มาเช้านี่จะเห็นหมอกวิ่งไล่เหนือผิวน้ำ แต่เรามาสายๆก็ยังพอเห็นบ้าง

เชื่อเลยว่าถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะงามกว่านี้ (น่าจะกลางพ.ย.)

เป็ดขาขาดเพราะไม่มีเลนส์ไวด์

เดินเล่นสบายใจ (แล้วก็ลืมดูว่ามีเสาโทริอิกลางน้ำ) ก็กลับมาโรงแรม เช็คเอาท์แล้วก็ฝากกระเป๋าไว้ที่นี่หละ เอาให้คุ้ม (แต่เดินเหนื่อย)

การเดินทางในยุฟุอิน

เนื่องจากตัวเมืองมันเล็กๆ การเดินทางสามารถทำได้ทั้งเดิน และขี่จักรยาน ถ้าอึดหน่อยก็สามารถเดินจากสถานีรถไฟไปถึงทะเลสาปได้เลย ส่วนที่เที่ยว นอกจากทะเลสาปแล้ว ก็มีออนเซ็นบรรยากาศดีๆ มีถนนคนเดิน เหมาะกับการพาคนรู้ใจมาเที่ยวมากๆ

ถนนคนเดิน ก็ออกจากสถานีรถไฟ แล้วก็เดินตรงถนนใหญ่มาเลย พอข้ามสะพานแล้วให้ไปทางแยกด้านขวา (คนเยอะ ไม่ต้องกลัวหลง) ก็จะเข้าถนนคนเดินแล้ว ถ้าเดินต่อไปก็จะถึงทะเลสาปคินริน ส่วนออนเซ็นก็จะมีตามรายทาง [แผนที่ขนาดใหญ่; สีแดงๆนั่นคือทางไปโรงแรม – พอดีได้มาแค่ชุดเดียว] [รายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมออนเซ็น]

 

แล้วก็เดินย้อนไปถ่ายรูปที่แม่น้ำที่เดิม ตอนนี้ฟ้าเปิดแล้วเห็นภูเขาลิบๆ บรรยากาศเย็นๆ กับวิวที่สวยนี่ทำให้ยุฟุอินเป็นเมืองที่มีสเน่ห์มากครับ

เมื่อวานเป็นต้นที่สวย วันนี้มาเป็นช่อที่สวยสุดแล้ว

กับภูเขาไฟยุฟุ

ฤดูใบไม้ผลินี่มันดูสดใสมากๆ

ใครจะรู้ว่าเมืองที่ไม่ได้แนะนำให้มาดูซากุระ จะได้บรรยากาศดีๆแบบนี้

เดินเสร็จก็มากินโซบะกับเทมปุระ แล้วก็เดินกินขนมตามทางไปเรื่อยๆ แวะซื้อของฝากที่ ghibli store

วาซาบิให้ขูดกันสดๆเลย (รสชาติไม่ฉุนเท่าแบบสำเร็จรูป)

ระหว่างดูๆของในร้าน แอบไปเห็นเด็กตัวเล็กๆเดินมาที่ตุ๊กตา totoro แล้วพูดว่าคาวาอิ๊ แบบว่าน่ารักมากกก

ใกล้ได้เวลาก็กลับไปเอากระเป๋าแล้วรีบลากมาที่สถานี ซึ่งคราวนี้อยู่นอก JR Pass ต้องควักเงินเพิ่มซื้อมาเอง ที่เลือกรถไฟเพราะว่าเวลามันเป๊ะมาก ไม่มีรถติด มีที่วางประเป๋าใหญ่ๆแน่ๆ แล้วก็เก้าอี้นั่งสบายกว่าเยอะ ลุกไปเดินก็ได้ แต่ราคาก็แพงอยู่เหมือนกัน

นั่งรถไฟไปสองชั่วโมงก็มาถึงฮากาตะ เช็คอินที่โรงแรมตรงข้ามกับสวนโอโฮริเลย เพราะว่ากะจะมาดูซากุระเต็มที่…

แต่ว่ามัน late มาก ใบขึ้นเต็มไปหมด

ต้นนี้ออกมาเป็นช่อสวยดี แต่เลือกมุมไม่ถูก

ก็ยังเหลืออยู่บ้างนะ แต่ตอนไปเริ่มมืดแล้ว ถ่ายลำบาก

ดูๆถ่ายรูปพอเป็นกระสัยแล้วก็ไปต่อที่ fukuoka tower ต่อ
ขอบอกว่าอย่าเดินเลย ไกลมาก ควรจะถามทางรถบัสว่าควรขึ้นสายไหนมาล่วงหน้า

วันนี้ไม่ได้ไปไหนมาก แต่เดินเกือบสิบโลได้

ตัว tower นี้เป็นแค่เสาสัญญาณเท่านั้นนะ ไม่ใช่ตึกทำงาน สูงร้อยกว่าเมตร ซึ่งกว่าจะไปถึงแสงมันก็หายแล้ว ไม่งั้นก็จะได้รูปเมืองพร้อมแสงโพล้เพล้มา

เป็นเมืองที่ตึกรามบ้านช่องมันไม่สูง วิวก็เลยแปลกๆ

แล้วก็เดินกลับไปขึ้นสถานีใต้ดิน (รองเท้ากัดก็วันนี้หละ) เพื่อไปย่านเทนจิน แต่ว่าห้างปิดสองทุ่มครึ่ง เลยทำอะไรไม่ได้มาก แล้วก็ทำบัตร 1 day pass หายอีก สรุปคืนนี้ไม่ได้กินข้าว และจบวันนี้แบบเบลอๆ

(ปล. ไม่ค่อยได้เที่ยวในฟุกุโอกะเท่าไหร่ เลยไม่รู้จะแนะนำอะไร รอทริปปลายปีนี้คงจะหาข้อมูลมากขึ้น)

สรุปค่าใช้จ่าย

  • ค่าน้ำผลไม้ใส่แอลกอฮอร์ที่กินมื้อค่ำเมื่อวาน โรงแรมเรียกเก็บวันนี้ 570
  • Soba เทมปุระ 1,680
  • ของฝากจาก Ghibli 7,560
  • Snack 200
  • Snack 450
  • ร่ม Waterfront (เจอที่ไหนก็ซื้อที่นั่น) x2 1,050
  • Snack 137
  • Metro 250 (จ่ายผ่าน IC)
  • One day 600 (ซึ่งควรจะซื้อตั้งแต่ขึ้นรอบแรกแล้ว)
  • Fukuoka tower 640 (ไปค่ำ ได้ลดราคา)
  • กาแฟ 320
  • Train 200 (จ่ายผ่าน IC – ทำบัตรหาย เสียใจ)
  • เติมเงินบัตร IC 1,000
  • Hotel (2 คืน) 9,000

สรุปรวม 23,657 (ไม่ได้น้อยไปกว่าเมื่อวานเท่าไหร่)

รวมแบบไม่รวมโรงแรมและของฝาก (ไม่รวมที่จ่ายผ่านบัตร IC ด้วย) 5,590

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)