Hokkaido Trip กับการวางแผน

ทริปล่าสุดก็ยังเป็นญี่ปุ่น (เช่นเคย) คราวนี้เป็นการเที่ยวแบบหนาวๆ กับเกาะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครัวของญี่ปุ่น… ฮอกไกโด

ถ้าจะไปหน้าร้อน เขียนมาแล้วนะครับ Hokkaido หน้าร้อน กับการวางแผน

แรงบันดาลใจ

ความตั้งใจแรกคือ อยากไปเห็นหิมะ… แต่จริงๆกระผมก็เคยไปสัมผัสหิมะมาหน่อยๆแล้ว ตอนที่มาญี่ปุ่นครั้งแรก (ได้เจอเป็นหย่อมๆแถวๆฟูจิ) และก็ขึ้นภูเขาที่สวิส แต่ก็ยังไม่เคยที่จะต้องอยู่กับหิมะหลายๆวัน หนาวมากๆแล้วจะเป็นยังไง น่าไปและก็น่ากลัวดี

และถ้าไปญี่ปุ่นด้วยนี่สถานที่ๆควรจะไปคือ”ฮอกไกโด” ที่คนไทยทุกคนอยากจะไปสัมผัสความหนาวเย็นของหิมะกันทั้งนั้น และถ้าจะไปให้คึกคักหน่อยก็ต้องตรงช่วงเทศกาลหิมะ (Yuki Matsuri) นั่นหละ

คราวนี้โพสเฟสบุค ก็เลยได้เพื่อนเดินทางมาคนนึงด้วย

วางแผน

เริ่มด้วยการเปิด Japan Guide อ่านคร่าวๆก่อน แต่แล้วก็ค้นพบว่าเกาะฮอกไกโดไม่มีชิงกันเซน! การที่จะเดินทางจากเหนือไปใต้ ตะวันออกไปตะวันตกในเวลาสองสามชั่วโมงเป็นไปไม่ได้หละ

ก็เลยต้องปรินท์แผนที่ออกมา แล้วนั่งหาเวลารถไฟของแต่ละเส้นทางมาดู

อันนี้ทำใหม่ให้เลยนะ ของจริงมันกากกว่านี้

พอรู้เวลาการเดินทางคร่าวๆแบบนี้แล้ว การวางแผนว่าจะไปไหนบ้างก็จะได้สมเหตุสมผลบ้างหละ (เช่นนั่งรถไฟจากซัปโปโรไปกลับฮาโกดาเตะ เจ็ดชั่วโมง)

ส่วนหนังสือ อ่านๆไปหลายเล่มเหมือนกัน แต่เล่มที่เลือกไปคือ ฮอกไกโด เล่มเดียวเที่ยวได้ทั้งปี ดูข้อมูลเยอะสุดแล้ว

การเดินทาง

แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องใช้ JR Pass ในการเดินทางระหว่างเมือง ที่เลือกคือ JR Hokkaido Pass แบบ 7 วัน ราคา 22,000 เยน (ซื้อที่ New Toyo ตึกธนิยะ ลด 3 % และจ่ายเป็นเงินเยนได้)

นอกจากแบบ 7 วันแล้ว ก็ยังมีแบบ สามวัน (15,000) ห้าวัน (19,500) และแบบเดินทางแยกกันสี่วัน (แต่ต้องใช้ให้ครบภายในสิบวัน 19,500) ด้วย (รายละเอียดเพิ่มเติม)

ที่เที่ยวในเกาะ

เริ่มจากโซนอ่อนหัด (ที่ทุกคนไปๆกัน) คือ

  • Sapporo – เมืองหลักของเกาะฮอกไกโด ที่ๆจัดงานเทศกาลหิมะที่ดังที่สุด
  • Hakodate – เมืองใหญ่รองลงมา เจริญไม่แพ้กัน มีจุดชมวิวขึ้นชื่อ
  • Otaru – ที่มีคลองกับโกดังเก่า (บางคนบอกว่าโรแมนติก) พร้อมด้วยพิพิธภัณฑ์และร้านค้ากล่องดนตรี

แล้วก็อาจจะมีแถมอีกสองที่คือ

  • Asahikawa – สวนสัตว์ ที่มีสัตว์ขั้วโลกมาให้ดูด้วย (พาเหรดเพนกวิน หมีขั้วโลก)
  • Noboribetsu – เมืองออนเซ็นชื่อดัง ไม่ไกลจากซัปโปโร มีหุบเขานรกที่มีควันตลอกเวลา

ถ้าหน้าร้อนก็เพิ่มสองที่นี้ไปด้วย

  • Biei + Furano – ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ เนินสวยๆ ขี่จักรยานชิวๆได้

แต่ว่าเรารู้สึกว่ามันก็ยังเฉยๆ จะมาช่วงหน้าหนาวทั้งทีแล้วก็ควรจะหาอะไรที่เที่ยวได้แต่หน้าหนาวด้วย อีกอย่าง นอกจากเมืองดังๆแล้ว ฮอกไกโดยังขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่ธรรมชาติสวยงามของญี่ปุ่นด้วย ก็เลยมีอะไรประหลาดๆออกมา

  • Abashiri – เมืองติดชายทะเลฝั่งเหนือ หน้าหนาวจะมีน้ำจากแม่น้ำของรัสเซียที่แข็งตัวแล้วลอยออกทะเลมา เรียกว่า Drift Ice (Okhotsk) ที่เที่ยวคือการล่องเรือตัดน้ำแข็ง!
  • Kushiro – ออกนอกเมืองไปชมนกกระเรียนสายพันธุ์ญี่ปุ่น ดูมันเกี๊ยวพาราสีกันบนพื้นสีขาว ในเมืองก็เป็นเมืองท่า มีตลาดขายปลาดิบให้กินกันแบบสดๆด้วย
  • Niseko – เล่นสกีไม่เป็น แต่อยากลอง แถมลานสกีที่นี่วิวสวยมาก เห็นภูเขา Yoshino (ที่คล้ายๆฟูจิ) เต็มๆตา
  • Toya – เมืองออนเซ็น จุดเด่นคือทะเลสาป วิวดูสวยดี

ที่เลือกที่จะไปก็คือข้างบนนี่หละ นอกจากนั้นก็ยังมีที่ๆน่าสนใจอีก

  • Shiretoko อุทยานแห่งชาติ มีเมืองตากอากาศ Utoro ที่นี่มีทัวร์ให้เดินไปบน Drift Ice ได้ด้วย
  • Sounkyo – เมืองออนเซ็นอีกแห่ง มีจัดงานเทศกาลหิมะด้วย
  • Akan Lake – ใกล้ๆ Kushiro แถวนั้นก็มีเมืองตากอากาศริมทะเลสาป แหล่งสาหร่ายมาริโมะ
  • Kawayu Onsen – เมืองออนเซ็นอีกที่นึง
  • Wakkanai – เหนือสุดของเกาะฮอกไกโด
  • Obihiro – จำได้แต่ว่ามีเส้นทางของหวาน ><“

ถ้าจะไปแนวธรรมชาตินี่จริงๆหน้าหนาวก็น่าจะสวยไปอีกแบบ แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง (ไม่มีรถบัส หิมะปิดทาง คนปกติไม่ไปกัน) ไปหน้าร้อนก็ยังได้เดินป่าด้วย ถ้าวางแผนหน้าร้อนก็คงได้ที่ไม่เหมือนกัน

อาหารการกิน

แบบเด็ดๆที่ต้องไปแล้วต้องลอง:

  • อาหารทะเล: ไข่ปลาแซลมอน หอยเชลล์ ไข่หอยเม่น และปู อร่อยมากๆ
  • นมฮอกไกโด และผลิตภัณฑ์จากนม (แต่ส่วนตัวคิดว่า umm.. milk เข้มข้นกว่า)
  • เมลอน – เผอิญไปไม่ตรงหน้า เลยไม่ได้ชิม
  • ราเมง – ปกติไม่ชอบกิน แต่ถ้ากินแล้วก็อร่อยทุกร้านเลย
  • ซุปแกงกะหรี่ – อาหารขึ้นชื่อของซัปโปโร ต้องลอง
  • เนื้อย่างเจงกิสข่าน – พวกเนื้อแกะ (ไม่ได้ลอง T.T)

อ่อ ถ้าได้ลองกินอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นผักแล้วจะพบว่าผักมันสดและหวานมาก

โรงแรม

ถ้าไปช่วงเทศกาลหิมะ ก็ควรจะจองซะตั้งแต่เนิ่นๆ สามสี่เดือนเป็นอย่างต่ำ ไม่งั้นตัวเลือกจะเหลือน้อย และเดินทางไม่สะดวก

แนะนำเหมือนๆกันทุกๆที่คือหาที่ใกล้ๆสถานีรถไฟเอาไว้ สะดวกทั้งการเก็บของที่ช้อป เดินทางสะดวก ไม่ต้องเดินเยอะด้วย

  • ที่ Abashiri แนะนำ Toyoko-inn เพราะอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเลย (ยิ่งรถไฟถึงห้าทุ่ม กับหิมะตกหนักๆนี่คงไม่อยากเดินไปไหนหรอก)
  • การลากกระเป๋าฝ่าหิมะ ควรจะบวกเวลาเพิ่มสักเท่าตัว
  • พอดีรู้ตัวตั้งแต่ตอนวางแผนแล้วว่าต้องทำเวลา ก็เลยฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ที่โรงแรมในซัปโปโร แล้วก็เอาเสื้อผ้าใส่เป้ไปเที่ยว พอกลับมาก็เช็คอินที่โรงแรมเดิม สบาย ไม่ต้องเสียค่าล็อกเกอร์ด้วย

เสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว

ควรจะหาเสื้อกันหนาวระดับขนเป็ดไป (สีสัน รูปทรงตามสไตล์แต่ละคน) แต่ว่าเสื้อในนี่หละที่เป็นตัวกันหนาวแท้จริง ก็ต้องใส่พวกลองจอน แล้วทับด้วยเสื้อแขนยาว หรือจะมีเสื้ออีกชั้นก่อนใส่เสื้อแขนยาวก็ได้นะ ส่วนกางเกงก็ยีนส์ก็ได้ อะไรที่กันลมได้ก็ดี (เห็นคนจีนใส่กางเกงแบบเล่นสกีสีสันฉูดฉาดทั้งตัวไปเที่ยว… อันนี้ก็เกินไป) อีกชิ้นที่สำคัญคือถุงเท้า จัดแบบยาวๆและหนาๆ

ถ้าไม่มายด์ของยูนิโคล่ ก็จัด Heattech ไปทั้งตัวเลยก็ได้ แบบว่าหาแค่เสื้อกันหนาว แล้วที่เหลือซื้อที่นู่นก็ยังได้เลย (ปล.สำหรับคนที่ลงนาริตะแล้วต่อเครื่อง มี Uniqlo ในสนามบิน)

และก็ยังมีอุปกรณ์กับหนาวเพิ่มเติมคือถุงร้อน (ไปซื้อที่นู่น) เอาไว้แปะตามตัวถ้าเกิดอาการหนาวแบบไม่ไหวแล้ว (แต่ถ้าถึงขั้นนั้นก็อาจช่วยไม่ได้มาก) ก็ขยับร่างกายไปเรื่อยๆ อยู่นิ่งๆแล้วจะหนาว

หรือว่าแช่ออนเซ็นบ่อยๆก็ได้นะ (เลือกโรงแรมที่มีออนเซ็น หรือมีอ่างแช่น้ำ หรือแบบอาบน้ำรวมก็จะมีบ่อให้แช่ – นอกจากจะคืนความร้อนให้ร่างกายแล้วยังจะผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วย)

แผนการเดินทาง

หลังจากนั่งดู คุยๆกับคนที่เคยไป ดูรูปไปเรื่อยๆแล้ว สุดท้ายก็ได้แผนออกมาดังนี้

  • วันที่ 1 – เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปลงนาริตะ แล้วต่อเครื่องไป Sapporo
  • วันที่ 2 – เที่ยวชมเทศกาลหิมะ
  • วันที่ 3 – เดินทางไปยัง Asahikawa ชมสวนสัตว์ และเทศกาลหิมะ
  • วันที่ 4 – แวะไป Biei กับการตามหาต้นไม้ขึ้นชื่อ (และพลาด) ตอนเย็นไปนอนที่ Abashiri
  • วันที่ 5 – ล่องเรือตัดน้ำแข็ง และเที่ยวชมธรรมชาติริมทะเล Okhotsk แล้วมุ่งไปเมือง Kushiro
  • วันที่ 6 – ถ่ายรูปนกกระเรียนญี่ปุ่น แล้วกลับมาเที่ยวชมเมือง Kushiro ก่อนจะกลับไป Sapporo
  • วันที่ 7 – ตื่นแต่เช้าไป Hakodate เที่ยวชมเมือง ตอนเย็นขึ้นกระเช้าไปชมวิวที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
  • วันที่ 8 – ลองเล่นสกีหน่อยหละที่ Niseko ก่อนกลับซัปโปโรก็แวะที่ Otaru หน่อยนึง
  • วันที่ 9 – ไปเมือง Toya ทะเลสาปเงียบสงบแต่ภายนอก แช่ออนเซ็นวิวพาโนรามา แล้วซื้อของฝากที่ซัปโปโร
  • วันที่ 10 – ขึ้นเครื่องไปนาริตะ กินและช้อปในโตเกียว
  • วันที่ 11 – เดินเล่นในโตเกียว ก่อนกลับกรุงเทพฯในตอนเย็นๆ

ถ้าเอาแผนไปเทียบกับรูปข้างบน อาจจะพบว่าทำไมเดินทางโหดจัง แต่ก็ใช่หละ อยากเก็บหลายๆที่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการรีบร้อนกลัวตกรถไฟตลอดเวลา

ขอจบบล็อกนี้ก่อนนะครับ

– รภรัตน์

ในวันที่นอนทั้งวัน และตื่นเย็นๆ

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom

Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)