ตะลุยเกาะคิวชู วันที่ 4: สำรวจเมืองคะโงะชิม่า

วันนี้ใช้ชีวิตในเมืองเป็นส่วนใหญ่ มีโผล่ไปข้างนอกบ้างเล็กน้อย แล้วก็ค้นพบว่าคะโงะชิม่าเป็นเมืองที่น่าอยู่เหมือนกัน

(10/1/2015 – อัพเดทรูปหัวบล็อก ใส่ลายน้ำ ลดความเวอร์ของรูปด้วย)

ขอเริ่มด้วยตารางที่วางแผนคร่าวๆแล้วกัน แพลนแรกกะจะทัวร์ซากุระครึ่งวัน

  • 07:30 – Depart from Hotel
  • 08:30 – Arrive at Yoshino Park
  • 10:00 – Arrive at Senganen Garden
  • 11:00 – Arrive at Shiroyama Park
  • 13:30 – Arrive at Kagoshima Aquarium
  • 14:00 – Arrive at Sakurajima
  • 14:25 – Take Sakurajuma Island View Tour Bus
  • 15:25 – Finish Tour Bus
  • 16:45 – Arrive at Kagoshima
  • 17:00 – Kotsukigawa Riverside

จริงๆคะโงะชิม่าก็ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นอีกเหมือนกัน แต่แช่มาสองวันติดตัวจะเปื่อยอยู่แล้ว วันนี้ก็งดแล้วกัน (หลังจากนี้ยังมีอีกหลายวัน)

ตารางก็เสียไปตั้งแต่ตอนเช้า เพราะว่าตื่นสายจากกำหนดไปชั่วโมงนึง (ก็เมื่อวานตากฝนจนเกือบจะไม่สบาย) อีกอย่างคือสวน Senganen ก็คงจะไม่มีซากุระแล้ว เราก็คงตัดทิ้งไปได้

จากหนังสือเที่ยวเล่มนึงบอกว่า Tokoyo-Inn ไม่มีเนื้อในอาหารเช้า แต่จริงๆแล้วมันมีนะครับ เป็น meat ball ด้วย อาหารชุดนี้ง่ายๆแต่ก็อร่อยเหมือนกัน

 

กินเสร็จก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกโรงแรม อยากรู้ว่าแม่น้ำมันอยู่ใกล้ไกลขนาดไหน ก็เดินไปดูซะหน่อย

แต่นึกว่าซากุระจะร่วงไปเยอะ จริงๆมันก็มีอยู่บนต้นเยอะเหมือนกัน แล้วก็เดินๆไปถ่ายรูปสักเล็กน้อย (ก็เกือบชม.นึงหละ)

วิวจากสะพานกลางน้ำก็เห็นภูเขาไฟซากุระจิม่าอยู่ห่างๆ (ลูกที่สามของทริป) นี่เมืองนี้ไม่กลัวมันระเบิดบ้างเลยเหรอ อยู่ไม่ไกลเลยนะ

 

Sakurajima

เป็นภูเขาไฟที่อยู่ใกล้เมืองใหญ่เมืองหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อก่อนมันเป็นภูเขาไฟอยู่กลางทะเล ไม่ได้เชื่อมกับผืนดิน จนกระทั่งการประทุเมื่อร้อยปีที่ผ่านมาทำให้มันเชื่อมกับฝั่ง จริงๆแล้วมันเพิ่งประทุเมื่อประมาณปีสองปีที่แล้วมานี่เอง มาถึงปีนี้มันก็ยังประทุอยู่ ดังที่เห็นได้ในลิงค์นี้http://apod.nasa.gov/apod/ap130311.html

ปล. ระหว่างที่เขียนอยู่มันก็ประทุอีกแล้ว (จะบอกว่าเขียนบล็อกดีเลย์มาเยอะเกิน)

หลังจากเดินถ่ายซากุระในเมืองจนพอใจแล้ว เราก็จะมุ่งหน้าไปสวนสาธารณะที่เค้าว่ากันว่าเป็นแหล่งชมซากุระที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้เลย มันมีชื่อว่า Yoshino Koen (Koen – สวน) ก็เลยแว้บเข้าไปที่ Tourist Center สอบถามเส้นทางไป (ป้ายเบอร์ 3) และก็ขอเวลารถบัสไปกลับ (ให้เค้าจดมาเป็นหางว่าวเลย) เหมือนว่าจะมีรถออกทุกๆครึ่งชั่วโมง เวลาเดินทางก็ครึ่งชั่วโมง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเที่ยวอย่างอื่น ก็เลยขอซื้อ CUTE Pass ไปด้วยเลย (1000 เยน – นั่งรถราง รถบัส เรือเฟอร์รี่ และรถบัสที่ซากุระจิม่าได้ แต่ไปสวนโยชิโนะไม่ได้)

ก่อนไป กะแล้วว่าหาของกินยาก เลยซื้อของรองท้องไปอันนึงคือลูกชิ้นปลา ดูจากโบว์ชัวร์แล้วเค้าบอกว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่ (มีขนมอีกอย่างที่ควรกินคือน้ำแข็งใส แต่พลาดไปแล้ว T.T)

 

Yoshino Park

กว่าจะไปถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว นั่งรถไปจนสุดสาย และเป็นไปตามคาดคือหาของกินไม่ได้

เดินเข้าไปนิดหน่อย (ค่าเข้าฟรี) ก็จะเห็นมาสคอตประจำสวนนี้ เป็นรูปหมูเขียวครับ

แต่ก่อนจะกินก็ลองมองๆไปดูรอบๆ หาซากุระซะหน่อย ก็ยังมีอยู่ แต่ดูแล้วใกล้จะร่วงเต็มที่ เอาหละยังไงก็มาแล้วก็ต้องเดินดูหน่อยหละกัน

ซากุระปลูกเยอะจริง แต่ตอนไปร่วงเยอะมาก

ถ้ามาช่วง full bloom ท่าทางจะตื่นตามากกว่านี้แน่ๆ

ดูออกเป็นสวนสาธารณะสำหรับคนพื้นที่มาพักผ่อนกันมากกว่า มีสนามเด็กเล่นด้วยนะเออ

มีสวนญี่ปุ่น (ในสวนญี่ปุ่น) อยู่ด้วย

ชมวิวซากุระจิม่าก็ได้

 

แต่ว่าถ้ามาช่วงที่ไม่ใช่ซากุระมันก็เป็นแค่สวนสาธารณะธรรมดาๆ (คำแนะนำคือมาแค่ช่วงนี้หละ ค่าเดินทางเที่ยวละ 300 เยน) เมื่อได้เวลาก็กลับไปตัวเมืองต่อ

 

เหยียบซากุระจิม่า

จากตอนนี้ ตั๋ว 1 day pass ก็ได้ใช้แล้ว

เป้าหมายแรกที่ไปคือนั่งเฟอร์รี่ข้ามไปสัมผัสภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด ดูๆแล้วก็ต้องนั่งรถบัสสายริมน้ำไปจะเร็วกว่า

Waterfront Bus

การเดินทางในเมือง

รถบัสท่องเที่ยวที่นี่แบ่งเป็นประมาณสามสาย มีสายเมือง สายริมน้ำ สายกลางคืน (มีเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์) ตัวรถบัสนี่มีรอบไม่เยอะ แล้วก็เลิกแต่หัววันด้วย (ตารางรถ)

ส่วนรถรางมีสองสาย ผ่านย่านช้อปปิ้ง Tenmonkan ด้วย แต่จะไม่ไปถึงริมน้ำ เหมาะสำหรับเที่ยวในตัวเมืองมากกว่า และมันก็ไม่ค่อยผ่านแหล่งท่องเที่ยวหละนะ (แผนที่รถราง)

อย่างที่เขียนไปตอนต้นคือเราสามารถเดินจากสถานี JR ไปที่แม่น้ำได้ แถวนั้นก็จะมีพิพิธภัณฑ์เรียงรายอยู่ ก็เหมาะสำหรับคนอยากศึกษาประวัติศาสตร์หละครับ

 

ไปถึงท่าเรือเฟอร์รี่ ก็ต้องรีบไปขึ้นเรือแล้วหละ เพราะรถนำเที่ยวออกชม.หละครั้ง (ตารางเวลา)

เนื่องจากไม่มีเวลาหาของกิน ก็เลยต้องซัดอุด้งบนเรือนี่หละ ซดไป ดูวิวภูเขาไฟไป และก็ต้องทำเวลาด้วย เพราะมันนั่งข้ามฝากแค่สิบห้านาที

ปรากฏว่าคนเยอะเกินคันนึง เค้าก็เลยเอารถมาเพิ่มอีกคัน ไม่ต้องกลัวที่จะต้องยืนบนรถหละ

การทัวร์ชะโงกบนเกาะซากุระจิม่ามีสี่จุดชมวิวจากเก้าป้ายหละครับ แต่ละที่ก็จะมีเวลาให้ถ่ายรูปได้เล็กๆ น้อยๆ (แต่ก็พอดีๆสำหรับนักท่องเที่ยว) แต่ที่ไฮไลท์สุดคงจะเป็นที่สุดท้ายที่มีอาคารให้เราเดินไปชั้นสองถ่ายรูปพาโนรามาของภูเขาไฟ และก็ยังหันกลับมาถ่ายพาโนรามาฝั่งตัวเมืองคะโงะชิม่าได้อีกด้วย

ซึ่งในจุดชมวิวก็จะมีอะไรแบบนี้ด้วย

จุดนี้ วิวภูเขาไฟเต็มๆ

ถ้ามองเข้าตัวเมืองก็จะเห็นอะไรแบบนี้

ถ้าใครสนใจทัวร์เจาะลึกแบบครึ่งวัน มีไปวัดที่โดนเถ้าถมไปจนเสาโทริโผล่มาแค่ครึ่งเดียว ถามเพิ่มเติมได้ที่ Kagoshima Tourist Center ที่ JR Kagoshima สนนราคาน่าจะประมาณ 2500 เยน

ดูวิวเมืองที่ Shiroyama Park

หลังจากชะโงกทัวร์เสร็จ ก็รีบมานั่งเรือเฟอร์รี่กลับมาให้ทันรถบัส แต่ทว่า กว่าจะมาถึงป้าย… ก็ไม่ทันเวลาซะแล้ว…

ระหว่างตัดสินใจว่าจะเดินไปขึ้นรถรางดีไหม ปรากฏว่า รถบัสคันที่จะขึ้นมันดันมาพอดี รอดตัวไป (สรุปว่ามันก็สายได้เหมือนกัน)

จุดมุ่งหมายต่อไปก็คือ Shiroyama Park เป็นเนินเขาที่จะเห็นทั้งตัวเมือง และก็ภูเขาไฟซากุระจิม่า ตอนที่วางแผนก็คิดว่าจะมาถ่ายรูปตอนกลางคืน แต่ว่ารถบัสสายกลางคืนดันมีแค่วันเสาร์ พอคิดว่าจะนั่งสายสุดท้ายแล้วเดินกลับเอง ก็หวั่นๆว่ามันจะสูงไหม (เปิด google earth มาดูความสูง) และก็ได้ข้อสรุปว่า มาถ่ายรูปตอนกลางวันเฉยๆก็น่าจะพอหละ เพราะทางมันดูไกลเหลือเกิน

พอตอนมาจริงก็ใช่จริงๆ เดินขึ้นหรือลงเองนี่คงหอบแน่ๆ

คุ้มค่าที่จะมาดูหละ

ถ่ายรูปตรงนี้จบ ที่เหลือก็ฟรีสไตล์แล้ว

นั่งรถบัสลงมาตรงพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม ก็แวะมาถ่ายรูปเจ้าหญิงอัตสึ (จริงๆคือเห็นว่าซากุระมันเยอะดี เลยเดินมา)

จากนั้นก็กลับโรงแรม ปลดเลนส์ไปหนึ่งตัว ก่อนที่จะไปหาของกินย่าน Tenmonkan ก็ได้ปลาไหลร้าน Sueyoshi มา (อันนี้กินเพราะอยากกินนะ ไม่ใช่ตามคำแนะนำ)

Tokishirube Statue รวมรูปปั้นผู้ก่อตั้งญี่ปุ่นยุคสมัยใหม่ ถ้ามีเวลาตามหาให้ครบเจ็ดที่นะครับ

ก่อนกลับที่พักก็ซื้อสตอเบอรี่อะโมะ ของขึ้นชื่อของคิวชูมากินด้วย

มาคนเดียว ก็กินคนเดียวสิ… เปรม (ตอนซื้อ คนขายน่าจะพยายามพูดว่าห้ามเก็บเกินกี่วันๆ ฉันพยายามฟังเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายก็พูดไปว่าจะกินวันนี้นี่หละ)

จัดกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนนอน เพราะพรุ่งนี้จะต้องลากกระเป๋าไปสวนสนุกสไตล์เนเธอร์แลนด์แล้ว…

ปล. บรรยากาศเมืองนี้ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าอยู่เหมือนกัน ดูชิวๆดี ไม่วุ่นวายเท่าไหร่ (ไม่ค่อยมีคนต่างชาติด้วย)

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้

  • Cute pass 1000
  • Snack 370
  • Water 100
  • Bus 300
  • Bus 300
  • Udon 490
  • Drink 150
  • Strawberry 420
  • Snack 90
  • ข้าวหน้าปลาไหล 1,380
  • Water 88

รวมแล้ว 4,688 เยน น้อยลงเพราะว่าไม่ต้องจ่ายค่าโรงแรม

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)