Kyushu Trip [Prologue]

 

กลับมาได้สี่ห้าวันหละ ตอนนี้กำลังแต่งรูปอยู่ ก็คงเหมือนเดิม ถ่ายร้อยรูป มีพอได้สิบรูป มีดีๆสามรูป

แต่ประสบการณ์ ยิ่งไปคนเดียวนี่ถ้าไม่เขียนมันก็จะลืมไปได้ง่ายมาก ดังนั้นกระผมก็คงต้องตั้งใจเขียนด้วย

เกาะคิวชู นับเป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับสามของญี่ปุ่น มีพื้นที่เกือบๆสี่หมื่นตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วย 7 จังหวัด (แต่ชื่อคิวชูมันแปลว่าเก้าจังหวัด; ซึ่งก็เป็นเก้าในสมัยก่อน) เทียบแบบง่ายๆระยะทางระหว่างเมืองใหญ่ Fukuoka กับ Kagoshima มันเป็นแค่เกือบๆ 1 ใน 3 ของระยะทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ นั่งรถไฟชิงกังเซนก็ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง 17 นาทีเท่านั้น

การเดินทาง

เครื่องบิน

เท่าที่รู้ สายการบินจากไทยที่ลง Fukuoka มีการบินไทยอย่างเดียวครับ สายการบินอื่นต้องต่อเครื่องหมด

อย่างที่ไปก็คือ CX ที่เปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกงหนึ่งครั้ง แล้วไปลงที่ไทเปอีกรอบ (ไปถึงสี่ทุ่ม?เสียเวลาไปสามชม.) ขากลับเลทอีกต่างหาก (แต่ข้อดีคืออาหารอร่อยกว่า แถมถ้ามีเวลานี่ stop over ที่ฮ่องกงได้ด้วย) ถ้าไปจริงๆแนะนำการบินไทยช่วงมีโปรฯ น่าจะสะดวกกว่าเยอะ

JR Pass

การเดินทางแถบนี้ก็จะเป็นรถไฟของ JR Kyushu Railway Company มีสายชิงกันเซนหนึ่งสาย ส่วนเมืองอื่นที่ชิงกันเซนไม่ผ่านอย่างนางาซากิก็จะเป็นรถไฟด่วนพิเศษจากหัวเมืองใหญ่ๆ (ไปฟูกูโอกะใช้เวลาสองชม.) ตั๋วอำนวยความสะดวกก็จะมี JR Kyushu Pass ที่แบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ๆด้วยกัน

JR Kyushu Pass

อันนี้ใช้ได้แค่เกาะคิวชูเท่านั้น ก็ยังแบ่งเป็นสองประเภทย่อยๆคือ

  • All Kyushu – ใช้ได้ตั้งแต่ Fukuoka จนถึง Kagoshima [3 วัน 14,000 เยน ; 5 วัน 17,000 เยน]
  • Northern Kyushu – ใช้ได้แค่ Fukuoka ถึง Kumamoto (ไปเบปปุ นางาซากิได้)?[3 วัน 7,000 เยน ; 5 วัน 9,000 เยน]

ชิงกันเซนสามารถใช้นั่ง Mizuho ได้ด้วย (JR Pass แบบทั้งประเทศใช้ไม่ได้)

แต่ก็มีข้อแม้ว่าชิงกันเซนจะสุดแค่ Hakata เท่านั้น (ไปไม่ถึง Kokura) ถ้าใช้ Hyperdia กรุณาดูดีๆ

JR Sanyo-Shikoku-Kyushu Pass

อันนี้ใช้ได้ตั้งแต่โอซาก้า ลงมาจนถึงเกาะคิวชูเลยทีเดียว ใช้นั่งชิงกันเซน Nozomi กับ Mizuho ได้แบ่งเป็นสองประเภทเหมือนกัน

  • All Kyushu – 5 วัน 25,000 เยน
  • Northern Kyushu (ถึงแค่ Kumamoto) – 5 วัน 22,000 เยน

จากการที่ไปมาแล้ว จะบอกว่าห้าวันเที่ยวไม่พอหรอก แนะนำให้ลองพิจารณา All Kyushu 5 + Northern 3 ดู (เพราะว่าอย่างนั่งจาก Yufuin กลับมา Hakata เที่ยวเดียวก็ 4,400 เยนแล้ว)

ส่วนการเดินทางในแต่ละสถานที่ บางที่ก็ดูลำบาก และรถบัสไม่เยอะ (อย่าง Ibusuki) แบบนี้เช่ารถน่าจะดีกว่า (รอหาเพื่อนๆไปได้ค่อยไปแบบนี้นะ)

โรงแรม

ตอนที่จองแบบเร่งด่วน ก็พบว่าโรงแรมแถบนี้ราคามันไม่แพงมากครับ นอนโรงแรมคนเดียวตกคืนละพันห้าร้อยบาท (4,500 เยน) แถมบางที่นอนคนเดียว แต่ได้เตียง twin ด้วย

เว็บที่ใช้ก็ japanican, toyoko inn แล้วก็ rakuten

อย่างที่ Kumamoto นี่ได้ราคาค่อนข้างถูก แถมมีออนเซ็นรวมกับอาหารเช้าเช้าด้วย ถ้าไปอีกก็อยากไปพักที่เดิมเลยหละครับ

ส่วนสำหรับคนที่อยากลองโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นก็มีแบบ Minshuku กะ Capsule

  • มินชูกุ ก็เป็นแนวญี่ปุ่นๆ ห้องเสื่อ ปูที่นอนเอง
  • แคปซูล ก็อย่างที่เคยได้ยิน เป็นโรงแรมเอาไว้นอนเท่านั้นหละ ที่นอนแบบว่าตัวเข้าได้อย่างเดียว

ออนเซ็น

เนื่องจากภูมิภาคนี้ยังมีการเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาเยอะ (ดูจากว่าไปเที่ยวคราวนี้ก็เจอภูเขาไฟอย่างน้อยสามลูกหละ) สิ่งที่ตามมาคือน้ำพุร้อน

ทุกที่มันก็มีหละ แต่ที่เด่นๆก็จะมี

  • Beppu – ชมน้ำพุนรกแปดแห่ง (แต่ตัวเมืองไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่)
  • Yufuin – เมืองตากอากาศน่ารักๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศภูเขา และแม่น้ำเล็กๆ (แนะนำให้ไป ไม่ไกลจาก Beppu)
  • Kurokawa (ยังไม่ได้ไป อยากไปคราวหน้า) – เมืองตากอากาศเช่นกัน แต่บรรยากาศจะดูสไตล์โบราณๆหน่อย ต้องนั่งรถบัสเข้าไป
  • Ibusuki – ที่ไปเพราะว่าอยากแช่ออนเซ็นวิวทะเลนะ (จริงๆ Kagoshima ก็มีออนเซ็นเหมือนกัน) อ่อ มันมีที่อบทรายร้อนด้วย (สภาพมันเป็นเมืองเขตร้อนมากๆ)

ที่เที่ยว

ไม่รู้ว่าคนอื่นว่ายังไง แต่รายการส่วนตัวที่อยากไปก็จะเป็นประมาณนี้

  • Kumamoto Castle – ปราสาทสร้างใหม่บนเนินเขา เห็นตัวเมืองโดยรอบ ควรมาช่วงซากุระ
  • Aso Mountain – ภูเขาไฟที่ยังไม่ตาย นั่งกระเช้าขึ้นไปดู พร้อมวิ่งหลบก๊าซพิษตามกระแสลบ
  • Beppu Jigoku – น้ำพุร้อนแบบแปลกๆ (แต่มาครั้งเดียวก็พอ)
  • Huis Ten Bosch – สวนสนุกสไตล์ดัช มาเพราะดูทิวลิปอย่างเดียว
  • Takachiho Gorge – ยังไม่ได้ไป แค่ว่ามันเป็นน้ำตก กับร่องเขา ที่ดูสวยเลยทีเดียว
  • Yufuin – เมืองนี้น่าอยู่
  • Kurokawa Onsen – (ยังไม่ได้ไป)
  • Ibusuki – เกือบใต้สุดของเกาะนี้แล้ว (อยากไปอีกสักรอบ ไปถ่ายรูปแก้มือ)
  • Kirishima Mountain – (ยังไม่ได้ไป) ไปเดิน hiking ชิวๆ
  • Mount Inasa – ขึ้นกระเช้าไปดูวิวกลางคืนของเมืองนางาซากิ (ยังไม่ได้ไป)
  • Dazaifu และวัดอื่นๆ (แต่ดูแล้วเดินทางลำบากเหมือนกัน)

ของกิน

แถบนี้เท่าที่ค้นๆอ่านๆดู ไฮไลท์ของกินก็จะมีประมาณนี้หละครับ

  • ราเม็ง – หากว่าราเม็งเมืองโตเกียวมันเค็มเกินไปหละก็ แถบคิวชูนี่หละที่ราเม็งถูกปากคนไทยมากๆๆๆๆ (น้ำซุปกระดูกหมู) อย่าลืมไปกินที่ Ippudo ที่ Fukuoka แล้วก็มีราเม็งสไตล์เมืองจีนที่ Nagasaki
  • หมูดำ (คุโรบุตะ) – ด้วยการเลี้ยงแบบพิเศษ ทำให้หมูดำที่นี่มันจะแทรกไปตามเนื้อ ทำให้เวลากินแล้วนุ่มมาก (จะชาบูหรือหมูทอดก็ตามสะดวก) อันนี้ต้องลงไปที่ Kagoshima
  • เนื้อม้า – อันนี้ไม่ได้รับประทาน เพราะแปลกเกิน หากินได้ที่ Kumamoto

จบตอนแรกก่อนหละกัน

ตอนหน้าเป็นการผจญภัยวันแรก และการเตรียมตัวไปคนเดียวครับ

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)