Canon S100 Mini Review

ริวิวสั้นๆสำหรับกล้องคอมแพ็คขนาดกระทัดรัด แต่ความสามารถสูงอันนี้

อันนี้ซื้อมาตอนที่เมกามันลด 50% มาเหลือเจ็ดพันห้า (รวมภาษีแล้ว; เมืองไทยตอนนี้ประมาณหมื่นสาม) เหตุผลคือกล้อง SLR มันให้คนทั่วไปใช้ยาก เวลาที่อยากให้คนอื่นถ่ายรูปให้ (คือแพลนจะไปเที่ยวคนเดียว) กล้องคอมแพ็คมันใช้ง่ายกว่าเยอะ อีกอย่างคือมันเบาและเล็ก พกพาสะดวก เวลาขี้เกียจเอากล้องตัวใหญ่ไป (ณ ตอนนี้น้ำหนักขยับไปเป็นเกือบๆสองโลแล้ว)

ข้อดีอันถัดมาคือมีจีพีเอส เวลาถ่ายรูปแล้วก็จะมีข้อมูลสถานที่เก็บไปด้วย (เหมาะสมกับยุค context aware สมัยนี้)

การใช้งาน

คาดหวังว่ากล้องคอมแพคมันเป็นยังไง การใช้งาน S100 ก็เป็นแบบนั้น คือเปิดแล้วกดถ่ายได้เลย

แต่ว่าสิ่งที่กล้องตัวนี้มันมีดีกว่าคือเปลี่ยนโหมดเป็นโหมดจริงจังได้

  • ถ่าย RAW ได้ (กล้องเซ็นเซอร์แบบนี้ยิ่งได้ข้อมูลเต็มๆก็จะรีดคุณภาพได้มากขึ้น)
  • ข้างหน้าจะมีวงล้อรอบเลนส์ให้หมุนๆปรับตามสถานการณ์ เช่นโหมด Av ก็หมุนปรับรูรับแดง โหมด Tv ก็ปรับความเร็วชัตเตอร์ได้
  • ด้านหลังตรงปุ่มควบคุมก็มีวงล้อเล็กๆอีกอัน ไว้ปรับเพิ่มเติม เช่นเราอยากเปลี่ยนวงล้อหน้าเลนส์เป็นปรับชดเชยแสง วงข้างหลังก็จะเปลี่ยนมาเป็นรูรับแสง
  • ปรับชดเชยแสงแฟรชได้
  • ปรับ ISO ค่ามากสุดสำหรับโหมด Auto ได้ (สำหรับคนไม่อยากได้ภาพมีนอยส์เยอะ)

คือกล้องตัวเล็กๆใหญ่กว่าไพ่นิดนึง แต่เปิดโอกาสให้ควบคุมได้เยอะแบบนี้ คนใช้กล้องตัวใหญ่ๆก็น่าจะพอใจกัน

สิ่งที่พบเป็นอันดับต้นๆคือ

  • ช่วงซูมมันน้อยไปหน่อย (แปลงเป็น FF แล้วได้ 24-120mm; รู้สึกว่าน้อยเทียบกับคอมแพ็คตัวอื่น)
  • แบตอยู่ได้ไม่นาน
  • บังคับไม่ถนัด เพราะเล็กเกิน (แต่ขนาดประมาณนี้หละที่น่าจะดีสุดแล้ว)

คุณภาพรูป

ถึงแม้ว่าจะมีมาให้ปรับเยอะ แต่คุณภาพของเซ็นเซอร์ขนาดเท่านี้มันก็ไปได้ไม่มาก ซูม 100% แล้วมันไม่ได้รายละเอียดเท่ากล้อง SLR สีสันมันก็ไม่สดใสเท่า ดัน ISO ไปสูงหน่อยน้อยส์ก็มาหละ

แต่ถ้าเทียบกับ iPhone 4S แล้วมันก็ยังให้สีที่ถูกต้องกว่าไอโฟน

ส่วนไฟล์ RAW ที่ถ่ายได้ ก็สามารถดึงรายละเอียดของรูปออกมาได้มากกว่า JPEG หน่อยนึง ซึ่งมันก็ดีกว่าไม่มี แต่ก็ต้องอาศัยการแต่งอีกเยอะถึงจะออกมาดูดี

สรุป

 

ไม่คุ้มค่ากับราคาหมื่นกว่าๆ ถึงแม้ว่าคุณภาพรูปจะดีกว่ากล้องมือถือ แต่ว่าการใช้งานมันมีข้อจำกัดมากกว่า

Use case สำหรับคนใช้กล้องแบบนี้ น่าจะเป็นถ่ายแล้วแชร์ให้คนอื่นดู ซึ่งสมัยนี้โทรศัพท์มันทำสะดวกกว่าเยอะ (ในราคาที่แพงกว่าไม่มาก) การแต่งรูปในโทรศัพท์ก็มีแอปให้เลือกเยอะกว่า (แบบว่าแต่งอาร์ทๆไว้กลบคุณภาพของรูป) หรือแบบคุณภาพสูงๆอย่างทำ HDR หรือต่อพาโนรามาให้ แอปในโทรศัพท์ดีกว่าเยอะ

ไม่น่าสงสัยว่ารุ่น S110 ถึงเอา GPS ออกแล้วใส่ Wifi ให้มันแชร์รูปไปที่โทรศัพท์ได้

Use case ในอีกมุมคือ อยากได้กล้องพกพาสะดวก แล้วคุณภาพรูปดี นั่นหมายความว่าเซ็นเซอร์ต้องใหญ่ด้วย ตัวที่ตอบสนองได้ก็เป็นพวก m4/3 กับ APS-C mirrorless ที่ขนาดมันเล็กลงมาเรื่อยๆ

ตลาดนี้มันโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง กล้องคอมแพ็คระดับพรีเมื่ยมมันจะหาที่ยืนยาก ยกเว้นว่าจะมีคนทำให้กล้องถ่ายที่รูปแล้วแชร์ได้ง่ายๆ หรือคิดค้นเซ็นเซอร์ที่ให้คุณภาพรูปดีในขนาดที่เล็กได้และราคาถูกได้

คิดไปคิดมา สิ่งที่สำคัญสุดคือคนใช้ ถึงแม้จะใช้กล้องกากๆ แต่คนใช้รู้จักการวางองค์ประกอบ จัดแสงได้ ดึงอารมณ์คนในกรอบได้ มันก็ให้รูปที่มีคุณค่ามากกว่าคนใช้ SLR แต่ถ่ายรูปไม่เป็นอยู่ดี (แต่ถึงแม้คนถ่ายรูปเป็นก็น่าจะอยากได้กล้องดีๆมากกว่าหละ ถ้ามันต้องเอามาแต่งทีหลังเยอะ ก็อยากได้กล้องที่ให้รูปมาดีที่สุด เพราะจะได้แต่งรูปน้อยสุด)

เหมาะสำหรับใคร?

คำถามที่อยู่ในใจบ่อยๆคือ เรามีโทรศัพท์ที่ถ่ายภาพดีระดับนึงแล้ว ทำไมเราต้องใช้กล้องคอมแพ็คอีก? นี่คืออันที่เราพอคิดได้:

  • กล้องคอมแพ็คซูมได้
  • ถ่ายจนแบตหมดก็ยังมีโทรศัพท์ให้ใช้
  • มือถือดูน่าโดนขโมยมากกว่า (เพราะว่ากล้องราคาเฉลี่ยๆมันถูกกว่ามือถือรุ่นท้อป)
  • ถูกกว่า

แต่อีกอย่างมันก็เป็น matter of preference เราก็ยังรู้สึกมีความสุขที่เอารูปมาแต่งบนจอ 27 นิ้ว เห็นรายละเอียดในแต่ละรูปภาพ ซึ่งกล้องคอมแพ็คตอนนี้ก็ยังให้สีที่ดีกว่าโทรศัพท์ (ยอมรับว่ายังไม่ได้ลองของโนเกีย)

ส่วนว่ามีกล้อง SLR แล้วทำไมยังต้องใช้คอมแพ็คอีก ก็คงมี

  • เป็นจุดเด่นน้อยกว่า
  • กล้องสำรอง เวลาที่ใช้ตัวใหญ่ไม่ได้
  • ให้คนอื่นถ่ายรูปให้
  • (อัพเดท) อยู่ในสถานะที่เสี่ยงกล้องจะพัง เอาตัวนี้ไปพังก็น้ำตาตกน้อยกว่า (ไปเล่นสกีล้มลุกคลุกคลานมา กลิ้งไปสิบตลบ ถ้าเป็นกล้องใหญ่บอดี้คงแยกส่วนกับเลนส์ไปแล้ว)

แนะนำ

สำหรับคนอยากได้กล้องคอมแพ็คดีๆสักตัว ใช้แบบเชื่อใจได้ -> ซื้อได้ครับ แต่หาคนหิ้วจากเมกาให้ดีกว่า (หรือใช้บริการหิ้ว) ประหยัดได้เท่าตัว

สำหรับคนอยากได้กล้องพกพาสะดวก ถ่ายรูปสวย -> ทำใจเพิ่มขนาดกล้อง แล้วเล่น m4/3 น่าจะดีกว่า หรือพวกที่ใช้ APS-C แต่เป็น mirrorless น่าจะโดนใจมากกว่า แต่ราคาก็จะเพิ่มตาม

อัพเดท

จากการจับพลัดจับพลูมาถ่ายรูปในสภาวะคุมแสงได้และใช้ขาตั้งกล้อง (ISO 80; 26mm เท่ากับ 120mm ของ FF; f/8.0; 8.0s) ภาพที่ได้ไม่ได้ต่างจาก SLR เท่าไหร่เลย (นี่ขนาดทำตกไปประมาณสิบรอบได้ พาไปที่ๆอุณหภูมิ -10 องศามาแล้วด้วยนะ ก็ยังไม่เจ๊ง)

สิ่งนี้ก็ยังเป็นข้อดีที่ดีกว่ามือถือ คือว่าเราสามารถคุมได้ทุกอย่าง ภาพที่ออกมาก็มีคุณภาพอย่างน่าตกใจ (ถ้ารู้ว่าต้องปรับช่วงให้ยาวสุด วัตถุสัดส่วนจะได้ไม่เพี้ยนมาก ใช้ขาตั้งกล้องจะได้ใช้ ISO ต่ำสุดได้ ปรับรูรับแสงให้แคบสุด ได้ทั้งความคมและชัดลึกมากสุด) ถ้าจะซื้อมาทำเป็นสตูถ่ายของขาย กล้องตัวแค่นี้ก็อาจจะพอแล้วก็เป็นได้

และก็ได้อีกคำถามมาว่า เราได้ใช้ของที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุดหรือยัง?

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom

Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)