Nexus 7

Nexus 7 tablet ราคาคุ้มค่าจากกูเกิ้ล ณ ตอนนี้คู่แข่ง iPad Mini ก็ได้ออกมาสู่สังเวียนแล้ว มันจะยังสู้ได้หรือไม่!

ปล. จริงๆซื้อไว้เล่นมานานแล้ว แต่ดองรีวิวไว้จนเขียนใหม่เลยจะดีกว่า

Hardware

สัมผัสภายนอก

จุดได้เปรียบของ tablet ขนาดเล็กคือขนาดที่พกพาสะดวก และจอก็ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เจ้า N7 นี่ก็ได้ข้อดีจากเรื่องพวกนี้เช่นกัน ขนาดก็ถือมือเดียวได้สะดวก วัสดุด้านหลังให้ความรู้สึกเหมือนยาง จับถนัดมือดี แต่หนักไปนิดนึง (ยิ่งถ้าเทียบกับไอแพดมินิ) การประกอบดูโอเค ไ่ม่ได้พรีเมี่ยม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกก๊องแก๊งแบบของถูก
ยิ่งถ้าเทียบกับราคาแล้ว จะรู้สึกว่ามันดีขึ้น (ดีกว่าความคาดหวังในช่วงราคานี้)
มีข้อติคือปุ่ม power และก็ volume อยู่ติดกัน แยกลำบาก เวลาอยากเพิ่มเสียงมักจะกลายเป็นกดปิดเครื่อง ใช้มาสี่เดือนก็ยังเป็นอยู่

จอแสดงผล

ประสบการณ์ของผู้ใช้มีสัดส่วนโดยตรงกับจอแสดงผล ถ้าสีแย่เกินไป หรือมองเอียงนิดๆแล้วสีเพี้ยน ทำให้การใช้งานโดนบีบจำกัดมากขึ้น (นึกถึงจอที่มองเอียงๆแล้วสีมันกลับ เวลาอ่าน ebook มันจะขยับไม่ได้) ส่วนนี้ N7 ผ่าน สีสันยังคงเดิม แต่ว่าจะดรอปลง (สีไม่สดถ้าเทียบกับจอ IPS อย่างไอแพด แต่ไม่ได้ซีด ประมาณว่าอยากให้มันสดอีกนิดนึง)
ส่วนต่อมาคือความละเอียดของจอ ถ้ายังเห็น pixel ชัดๆ มันก็จะไม่ immersive กับการใช้งานสักเท่าไหร่ ในส่วนนี้จอ 720p ขนาด 7 นิ้ว ก็ผ่าน จอคมชัดดี ตัวอักษรก็อ่านได้แบบไม่แตก

การพกพา

ด้วยขนาดที่พอๆกับ pocket book มันก็ทำให้เหมาะกับการอ่านนิยายมากๆ และก็ได้ข้อดีของ pocket book มาด้วยคือพกพาสะดวก หยิบไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ ยัดในกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ก็ได้ ใส่กระเป๋าคุณผู้หญิงก็โอเค เราเองก็ซื้อมาเพราะกะจะใช้ตอนไปเที่ยว เพราะว่ามันใส่กระเป๋ากล้องได้ด้วย (ส่วนไอแพดมินิใหญ่เกิน)

Battery

น่าจะใช้ได้สักประมาณเจ็ดชั่วโมง ก็ถือว่าไม่ได้แย่
แต่ส่วนที่แย่คือ standby time ปิดเครื่องไว้เฉยๆอยู่ได้ไม่ถึงสัปดาห์ เทียบกับไอแพดแล้วความแตกต่างมันเยอะมาก (ไอแพดรุ่นแรก ทิ้งไว้เฉยๆเดือนนึงก็ยังเปิดมาใช้ได้)

ปัญหาที่เจอ

  • Accelerometer เอียง
  • touchscreen บางทีก็เพี้ยน (ปกติจะตอบสนองไว และตรงจุด – อาจจะเป็นที่ซอร์ฟแวร์ก็เป็นได้)
สรุปส่วนฮาร์ดแวร์คือมันดี เหมาะสำหรับการพกพาไปที่ต่างๆ ขนาดจอก็ไม่เล็กเกินไป และก็ใหญ่พอที่จะดูอย่างสบายตา กับราคาที่ไม่แพง ก็ทำให้น่าซื้อมาใช้
ปล. ข้อที่อาจจะไม่ดีสำหรับคนชอบแอนดรอยด์คือมันเพิ่ม memory ไม่ได้ ซื้อมาเท่าไหร่ก็ใช้ได้แค่นั้น

Software

Jelly Bean 4.2 with Project (dried) Butter

เนื่องจากดองไว้นาน จนมันส่งอัพเดทรุ่นถัดไปมาให้ ของใหม่ๆตอนนู้นมันเลยดูเฉยๆไปหละ
Project Butter ทำให้ Android ลื่นกว่าเดิมเยอะ แต่ใช้มาหลายเดือนแล้วยังไงก็ไม่ลื่นเท่า iOS แม้ว่าตัว OS มันอาจจะทำงานเร็วอยู่ แต่ส่วนการคุม UI มันก็แสดงผลได้หน่วงบ้าง (ไม่อยากตีว่าเป็นที่ spec ไม่แรงพอ หรือว่าซอร์ฟแวร์ยังไม่ดี) ใช้ Chrome เปิดเว็บแล้วเลื่อนอ่านข้อมูล มันไม่ลื่น เหมือน frame rate ตก หรือใช้แอปที่มีกราฟิกบ้าง มันก็ยังหน่วงอยู่ (แอบได้ยินว่าบางแอปต้องเอา background texture ของ grid view ออก เพื่อให้มันไม่หน่วงเกิน)
แต่ทว่า Jelly Bean 4.2 มันเหมือนมีบั๊กอะไรบางอย่าง เลยทำให้เครื่องหลังอัพเดทมันดูช้ากว่าเดิมด้วย
การเพิ่มลูกเล่นเล็กๆน้อยๆเข้ามาอย่าง Animation มันก็ทำให้ Android ดูได้รับการใส่ใจมากขึ้น แบบการกดปุ่ม multitask แล้วแอปมันย่อไปเป็น thumbnail ก็ make sense ดี(แต่ Animation ยังรู้สึกช้าไปนิด) แต่อย่างการกดปิดแล้วจอค่อยๆมืด (4.2) มันทำให้รู้สึกว่าเครื่องมันไม่ตอบสนอง (ส่งผลให้กดปุ่มปิดซ้ำ และอาจกดต่อเนื่อง) เรื่อง UI กับ UX ของ OS ตอนนี้ยังดูขาดๆเกินๆแต่ดีขึ้นเยอะ ยิ่งมีมือดีเข้ามาคุมแล้ว ในอนาคตไม่น่าจะมีปัญหา

Apps

7 นิ้วมันดูเป็นขนาดที่เหมาะสมในการพกพาดี แต่เรื่องของแอปมันก็ยังดูไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่
  • แบบแรกคือ scale up จากโทรศัพท์ คุณจะได้พบกับการใช้ twitter แบบเต็มตา เล่น instagram แบบรูปภาพใหญ่โตมโหฬาร (แต่กล้องมีแค่ด้านหน้า แถมถ่ายรูปไม่สวย)
  • แบบที่สองคือ ยัดจากtablet 10 นิ้วมาใส่ แบบพวก gmail app แอปประเภทนี้ก็จะดูอึดอัด (แอปแบบมีสอง column) แต่ใช้เนื้อที่ได้มีประโยชน์มากกว่าแบบแรก
แอปที่น่าจะทำแล้วดีคือพวก flipboard ที่ content มันดู scale ได้ (แต่ก็ยังไม่อัพเดท)
ถ้าใช้ตอนนี้ก็จะได้ประสบการณ์แบบ”พอรับได้” แอนดรอยด์สไตล์

Multimedia Consumption

ต้องบอกว่ามันเหมาะกับการอ่านหนังสือนิยายมากๆ ตัวอักษรคมชัด ถ้าใช้แอปที่เปลี่ยนหน้าโดยการกดปุ่มปรับเสียงได้นี้แทบไม่ต้องขยับมือเลย แต่ก็อาจจะหนักไปนิดนึง
ส่วนดูหนังก็ใช้ได้อีกเหมือนกัน จอแค่สีสันด้อยกว่าไอแพด แต่ก็ดีกว่าแทบเบล็ตราคาถูกของเจ้าอื่นเยอะ แอปที่มีให้โหลดใน Play Store ก็เล่นได้สบาย ติดหน่อยที่ว่าตัวที่ซื้อมามันเป็น 8 GB ใส่หนังได้น้อย อีกอย่างคือเวลาต่อกับคอมพิวเตอร์แล้วมันจะไม่ทำตัวเป็น storage drive (แบบ thumbdrive) แต่จะเป็นเหมือน media device ถ้าใช้กับ XP จะมีปัญหาลากไฟล์บางประเภทลงไม่ได้ ต้องเปลี่ยนนามสกุลถึงจะใช้ได้ (แต่ก็คงมีแค่คอมที่ทำงานที่ยังใช้ XP อยู่หละ)
ส่วนเว็บ ด้วยขนาดจอที่มันแคบไปหน่อยทำให้ตัวอักษรมันเล็ก ถ้าเทียบกับไอแพดมินิที่แม้ว่าความละเอียดจอมันน้อยกว่า แต่มันกว้างกว่า ไอแพดจะอ่านสบายตากว่าเพราะตัวอักษรมันใหญ่กว่า
ส่วนเรื่องเกม พอดีไม่ค่อยได้เล่น แต่ที่โหลดมาลองดูก็โอเค ไม่กระตุก (Mass Effect)

ฉันอยู่เมืองไทยนะ

Google Now

ดูเป็น feature ที่เข้าท่า ถ้าเราพกอุปกรณ์มันไปตลอดเวลา และก็ต่อเน็ตได้ตลอดเวลาด้วย การทำงานคือมันจะพยายามเดาว่าเราต้องการทำอะไรต่อไป อย่างตอนเช้าก็จะโชว์แผนที่จากบ้านไปที่ทำงาน (เผื่ออยาก navigate) ถ้ารถติดมันก็จะแจ้งมาใน notification
เวลา google หาสถานที่ใน chrome เวลาเปิด google now มันก็จะโชว์แผนที่ หรือวันไหนอุณหภูมิดูจะไม่ดี มันก็จะโชว์ใน notification
กูเกิ้ลได้เปรียบกว่าแอปเปิ้ลตรงที่มีบริการบนเว็บหลายๆอย่างที่ใช้ได้จริงและมีประโยชน์ ถ้ามันผูกกันได้เยอะกว่านี้มันจะเป็นอะไรที่ดีมากๆ

เทียบกับ iPad Mini

พอดีได้ลองเล่นมานิดหน่อย และก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ เลยขอเขียนไว้คร่าวๆเล็กๆน้อยๆ
  • การใช้จอเรติน่า แต่ไปติดฟิล์มด้าน ก็เหมือนกับไปซื้อไอแพดสองมาใช้ จอของไอแพดมินิก็เหมือนกับเอา Nexus 7 ไปติดฟิล์มด้านนั่นแหละ คือว่ารับได้ (สูงกว่าแย่ แต่ก็ต่ำสุดของการให้ผ่าน)
  • ข้อดีของจอใหญ่กว่า ก็เหมือนกับการที่ชอบจอ S3 มากกว่า iPhone 5 คือมันดูสบายตากว่า ไม่ต้องเพ่ง แต่ความละเอียดจอของมินิก็ยังไม่ไปถึงจุดนั้น และหน้าจอพื้นที่มากขึ้นแต่ก็ยังโชว์ได้แต่ไอคอน ไม่มี widget แบบ Android
  • ไอแพดมินิเบากว่า แต่พอจอมันใหญ่กว่าก็ทำให้ขนาดมันใหญ่กว่า จับถนัดน้อยกว่า Nexus 7
  • สเปคCPUเหมือน iPad 3 การทำงานทั่วๆไปก็คือพอๆกัน แต่ตอนเล่นเกมควรจะกระตุกกว่าเพราะGPUมันด้อยกว่า แต่ถ้าเทียบกับ N7 แล้วก็น่าจะดีกว่า
  • แบตอยู่ได้นานกว่า N7
  • ข้อดีอีกอย่างคือแอปเยอะมากๆ
  • ถ้าจอเป็น retina จะ perfect กว่านี้

สรุป

ชอบมากที่สุดคือขนาด ส่วนแอนดรอยด์ก็ยังเป็นแอนดรอยด์ มาพร้อมกับซอร์ฟแวร์ที่ compromise ไม่ใช่ว่ามันใช้งานไม่ได้ แต่ประสบการณ์การใช้งานยังไม่เท่า iOS
ปัญหาคือแอปมันยังไม่ค่อยมี บวกกับใช้แล้วก็ยังไม่ลื่นเท่าที่อยากให้มันเป็น ยังมี input lag ใน app แถม Jelly bean 4.2 ก็ทำให้มันแย่ไปกว่าเดิมอีก แอนดรอยด์มันจะดีกว่านี้ถ้าเราไม่ต้องบำรุงรักษามันอยู่เรื่อยๆ แล้วก็รอให้การออกแบบแอปมัน mature กว่านี้ สำหรับโทรศัพท์ยังพอให้อภัยได้ แต่บนแท็บเบล็ตมันยังไม่ถึงจุดนั้น
ถ้าใช้ราคาในการตัดสินใจ ขอบอกว่ามันคุ้มค่ามาก
แต่ว่าการจะ convert ประสบการณ์คนใช้ iOS แบบเราไปใช้ Android ตลอดเวลาได้มันต้องใช้พลังมากกว่านี้ (ขอแอปดีๆ สวยๆ เยอะๆหน่อย)
ตอนนี้เลยใช้งานเฉพาะตอนอ่าน ebook ส่วนเรื่องอื่นก็ใช้ iPad อันหนักๆที่พกพาลำบากนั่นแหละ

Gallery

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)