วางแผนไปเที่ยวแบบเด็กภาคคอม (อัพเดทปี 2014)


พอดีวันนี้มีพี่มาถามว่า ปกติใช้เวลาไปเที่ยวจะใช้เทคโนโลยีอะไรวางแผนการเดินทางบ้าง พอตอบๆไปแล้วก็มานึกดูอีกรอบว่ามันก็มีหลากหลายเหมือนกัน เลยเอามาแชร์บ้าง

ก่อนอื่นก็คงต้องบอกวิธีของเราคร่าวๆก่อน

1. หาข้อมูล

อย่างนึงที่ยังหาอะไรมาทนแทนไม่ได้คือการหาหนังสือคู่มือไปเที่ยวด้วยตัวเองมาอ่าน สิ่งที่จะได้คือ

  • สรุปสถานที่เด่นๆ
  • สภาพสังคม (ดูไว้ว่าต้องระวังตัวแค่ไหน)
  • วัฒนธรรม (ยิ่งเล่มที่เป็นบรรยายประสบการณ์ จะได้ไม่ culture shock เกินไป – อย่างเช่นเรื่องที่พักบางที่ในญี่ปุ่นไม่มีห้องน้ำส่วนตัว ต้องใช้ห้องอาบน้ำรวม หรือเวียดนามใส่ผงชูรสในของกินทุกอย่าง เป็นต้น)
  • วิธีการเดินทาง

แนะนำว่าหาเล่มอ่านที่เป็นประสบการณ์ เพราะว่าจะได้เตรียมใจไว้เนิ่นๆ

แต่ถ้าไปกับทัวร์สิ่งที่เราจะทำคือไม่เตรียมตัวใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นอ่านที่เค้าสรุปมาให้ก่อนไปหนึ่งสัปดาห์ แล้วก็รอวางแผนเที่ยวเองในโอกาสหน้า

2. ลงลึก

พอได้ข้อมูลพื้นฐานแล้ว สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือแพลนคร่าวๆว่าจะไปที่ไหน ระยะเวลากี่วัน นอนที่ไหน? อันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจ

เจาะลึกสถานที่
ส่วนมากก็ google แล้วมันก็จะหลุดไปเว็บที่ใหญ่ๆ แล้วก็ค่อยไปหาเอาในแถวนั้น ถ้าสถานที่ไม่ลึกล้ำมากบางที่ก็จะก้อปแพลนของคนอื่นมาได้เลย (ประหยัดเวลา)

โรงแรม
หาโรงแรม ก็พร้อมๆกับลองปักหมุดใน Google Maps หาระยะทางจากขนส่งมวลชน ระยะห่างจากแหล่งเที่ยว หรือช้อปปิ้ง จะได้ดูว่าถ้าอยู่ที่นี่ จะเดินเที่ยวตอนกลางคืนได้ไหม

การเดินทาง
หาแผนที่ ดูระยะห่าง หาแผนที่ระบบขนส่งมวลชน ตารางเวลารถ/รถไฟ ยิ่งถ้าได้ตารางเวลาจะดีมาก เพราะจะคำนวณแบบละเอียดได้ว่าจะต้องออกจากที่นี่กี่โมงๆเพื่อให้ไปทันและเสียเวลารอน้อยสุด

ปล. ถ้าของญี่ปุ่นที่ครบครันที่สุดคือ www.japan-guide.com ?hyperdia.com และ?tabelog.com

update 2014: ตอนนี้สิ่งที่ค้นพบว่าดีที่สุดคือ Google ด้วยคำว่า: pantip <สถานที่ที่จะไป>?จะมีผู้ใจดีมาเขียนรีวิวให้เกือบหมด และก็ลอกตามได้เลย

3. เที่ยวจริง

ข้อมูลที่ได้มา เราก็ต้องทำอะไรไว้สักอย่างที่จะไว้อ้างอิงเมื่อไปถึงที่นู่น อุปสรรคที่น่าจะเจอคือไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ ถ้ามีข้อมูลที่ดีจะช่วยให้หลงน้อยได้

มันก็มีไม่กี่แบบคือ

  • หนังสือเที่ยว (จากข้อแรก) เลือกเล่มที่ดีที่สุดมาหนึ่งเล่ม มากกว่านั้นจะเป็นภาระ
  • print สิ่งที่ research ลงกระดาษ
  • เอาอุปกรณ์พกพาไปสักอัน

วิธีก็คงไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ แต่ส่วนการจัดการมันก็มีอะไรที่เอามาช่วยได้เยอะเหมือนกัน

(Update 2014) เสียเงินซื้อ Net Sim เถอะ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ

หลังจากได้ไปตะลุยคิวชูสิบวันคนเดียว สิ่งที่ค้นพบว่ามันดีมากๆคือการที่เรามีอินเตอร์เน็ต นอกจากจะติดต่อคนอื่นได้แล้ว เรายังสามารถดูแผนที่ กับตำแหน่งปัจจุบันได้ทันที (ถ้าไม่มีก็ต้องถามทางเอาตอนหลง) งงๆก็กูเกิ้ลได้

ส่วนข้อดี (หรือเปล่า?) เพิ่มเติมคือ

  • แชร์รูปลงเฟส ลงอตก.ได้แบบเรียลไทม์
  • เพื่อนๆสามารถฝากซื้อของได้ในแบบเรียลไทม์อีกเช่นกัน

ส่วนเน็ต จะใช้เป็นจำนวนข้อมูล หรือเหมาวันก็ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่า แต่คิดประมาณว่าอยู่เมืองไทยใช้ประมาณไหน ก็เลือกแบบนั้น

ฮ่องกง – ชั้นขาออก จะมีซุ้มเครือข่ายอยู่ ซื้อที่นั่นได้เลย มีเงินตั้งต้นหลากหลายมาก
สิงค์โปร์ – ซื้อที่ร้านสะดวกซื้อนอกสนามบิน จะได้ซิมที่มีเงินน้อยกว่า ประหยัดกว่าซื้อที่สนามบินเพราะจะมีขายแต่แพงๆ
ญี่ปุ่น – ไม่มีขายที่นั่น แต่ก็จะมีบริการให้เช่าซิม เช่าไวไฟ hotspot (ที่ชอบใช้คืออันที่เป็น hotspot เพราะว่ามือถือต่อไวไฟแล้วดูจะประหยัดแบตกว่า)

Apps

Evernote

PC:?http://www.evernote.com?(Windows, OSX)
Mobile: iOS & Android

 

โปรแกรมบันทึกข้อมูล จดทุกอย่างที่อยากจด มาพร้อมระบบ tag และยังสามารถเปิดได้เกือบทุกอุปกรณ์
ที่กระผมใช้คือ

  • Save ตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม เวลาหาอะไรก็แค่เปิดโปรแกรมนี้พอ
  • โน้ตที่กิน ที่เที่ยว พร้อมแปะเว็บไซท์ที่หาข้อมูลไว้ เผื่อต้องไปดูรูปหรือหาข้อมูลเพิ่ม
  • เขียนรายการของฝาก
  • แปะแผนที่ที่ capture จาก google map
  • แปะรูปหน้าร้านค้า โรงแรม หรือสถานที่สำคัญที่หาไว้ได้

พอก่อนไปเที่ยวจริง ก็หาโทรศัพท์ หรือแทบเบล็ตสักตัว ลงแอปนี้ แล้วเปิดให้มันโหลดลงเครื่องสักรอบก่อนไป เท่านี้ข้อมูลทุกอย่างก็อยู่ในกระเป๋าแล้ว

ไหนๆก็เขียนแล้ว ขอแชร์ notebook เป็นตัวอย่างด้วยหละกัน

 

Offline Maps

update 2014: ขณะนี้ features ที่น่ารักๆทั้งหลายของ Google Maps มันหายไปหมดแล้ว ทั้ง offline cache ทั้ง my places (ถ้าไม่มีเน็ตมือถือสิ่งที่ทำได้คือเปิดแผนที่แล้วก็ลากๆเองให้มัน cache ไว้)

ประโยชน์ของเจ้าสองสิ่งนี้ถ้ามันกลับมา…

  • offline cache – นี่คือว่าไม่จำเป็นต้องต่อเน็ตก็สามารถดูแผนที่แบบละเอียดได้
  • my places – เอาไว้จัดกลุ่มสถานที่ที่เราปักดาวไว้ (เพราะว่าบางที่มันเป็นภาษาท้องถิ่น อ่านไม่ออก; บางที่ก็อยากใส่โน้ตเองไว้ อย่างว่าจะสั่งอะไรกิน ร้านปิดวันไหน กี่โมง)

งั้นขอเสนอทางเลือกแบบ offline ก่อน

แต่ไม่ได้ลองใช้นะ เพราะช่วงหลังๆพึ่งเน็ตตลอด

GoodReader (หรือ PDF reader อื่นๆ)

Mobile: iPhone & iPad

(ส่วน Android ใช้แค่ Adobe Reader ก็พอ)

อันนี้ไม่ต้องอัพเดทรูป เพราะ UI เหมือนเดิม

ตัวนี้ไว้กันเหนียวโดยเฉพาะ ในกรณีที่ evernote มันรวน สิ่งที่ทำคือการ export evernote มาเป็น pdf แล้วก็เก็บไว้ในเครื่อง และอาจมีหน้าที่อย่างอื่นคือ

  • โหลดข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ebook ใส่ไว้ที่นี่ กรณีไฟล์ใหญ่เกินโควต้าของ evernote
  • คู่มือกล้อง แฟลช กรณีถ่ายรูปพิศดาร
  • export pdf จาก evernote (เขียนไว้ข้างบน)
  • เก็บพวกสำเนาพาสปอร์ท ใบจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ

Numbers

Mobile: iOS

ตอนไปเที่ยวก็ใช้ตัวนี้หละสรุปค่าใช้จ่ายแต่ละวัน ทำเสร็จส่งเป็น excel ให้คนอื่นได้ด้วย ราคาอาจจะแพงไปหน่อย แต่มันใช้ได้หลากหลายดี

ถ้ามีเน็ตใช้

Foursquare

มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่อวดว่าฉันไปกินร้านนี้มา แต่มันช่วยในการหาร้านได้ดีมาก

คอนเฟิร์มว่า 99% ว่าจะ search หาร้านเจอ และถูกสถานที่ ดีกว่า Google Maps หลายขุม! (ตอนไปฮ่องกง และหาร้านตอนไปโตเกียว)

Google Maps หรือ Apple Maps

ต่อเน็ตได้ ไม่มีทางหลง สามารถปักดาวสถานที่ที่เราสนใจไว้ก่อนได้ ถ้าเป็น Google Maps (เช่นโรงแรม)

การบ้านที่ต้องทำคือปักดาวบนเว็บก่อน

Google Translate

Mobile: iOS & Android

features ที่ดีมากๆ (แม้ว่าคำแปลมันจะไม่ค่อยสื่อความหมายเท่าไหร่ก็เหอะ)

ถ้ามีเน็ต แอปนี้จะช่วยในสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ

  • กดปุ่มไมโครโฟน แล้วให้ฟังเสียงคนพูด มันก็จะพยายามเปลี่ยนให้เป็นตัวอักษรและแปลให้เราได้
  • (บนแอนดรอยด์) กดปุ่มกล้อง ถ่ายรูป แล้วเอานิ้วลากๆตัวอักษร มันก็จะแปลงจากรูปเป็นตัวอักษรและแปลให้ได้

ข้างบนนี้เป็นอันหลักๆที่ใช้ ส่วนที่เหลือเป็นน้ำจิ้มแล้วกัน

Mobile Check-in

อันนี้เพิ่งเห็นว่ามี เป็นการลดเวลาการเช็คอินที่สนามบินได้ในระดับหนึ่ง ก็จะลิสเท่าที่เคยใช้แล้วกัน

  • Delta Airlines (สายการบินที่เลือกใช้ในการเที่ยวญี่ปุ่นสองครั้งล่าสุด ดีมากๆ) – iOS & Android

Place Specific Guide

พวกอำนวยความสะดวกทั้งหลาย ที่เคยเห็นก็มีของ Lonely Planet หรือว่าถ้าเน้นของกินก็ OpenRice (iOS –Download/ กำลังจะลองเอาไปเล่นดู) อันนี้บางอันมันต้องใช้เน็ต พอถึงเวลาจริงๆแล้วอาจจะไม่สะดวกก็ได้

ที่เคยลองก็คือ Lingokook Japan (iOS –Download) ซื้อมาแล้วใช้นิดหน่อย เพราะว่ามัน design ไม่ตรงกับที่เราจะใช้

Web Service

นอกเหนือจากนี้แล้ว เท่าที่ผ่านตามาก็มีเว็บบางตัวที่น่าสนใจเหมือนกัน

  • http://mapsonpaper.com/ – จัด Google Maps ที่เราปักหมุด (ที่ทำเป็น My Maps นะ ไม่ใช่ดาว) ให้เหมาะสำหรับการพิมพ์เป็นแผนที่ (2014: เหมือนจะเจ๊งไปแล้ว)
  • http://plnnr.com/– ตัวจัดการวางแผนทริปให้เสร็จสรรพ ยังไม่ได้ใช้เพราะยังไม่ได้วางแผนที่เที่ยวที่มันรองรับ แต่ว่าเป็นตัวที่น่าสนใจอันนึงเลยทีเดียว

ถ้ามีอันไหนดีๆจะมาอัพเดทไว้แล้วกัน (ถ้าไม่ลืม)

 

ตัดจบอย่างไร้เยื่อไย

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)