บ้านเก่า เมืองเก่า ทาคายาม่า [Koyo 2010]

Takayama and Shirakawa-go

เมืองนี้อยู่ช่วงเวลากลางการเดินทาง และก็อยู่กลางๆของเส้นทางการเที่ยวด้วย ได้ยินคำร่ำลือมาว่าย่านเมืองเก่าสวยงาม แถมมีหมู่บ้านมุงด้วยหญ้าที่ได้ถูกจัดอยู่เป็นมรดกโลกเลยทีเดียว แผนการเที่ยวแบบธรรมดาๆก็ได้เปลี่ยนแปลงกันอีกแล้ว (แน่หละสิ วางแผนกันครึ่งค่อนปี)

กลับมาสู่การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วนะครับ หลังจากเหนื่อยมาหนึ่งสัปดาห์ วันนี้ขอเขียนอีกสักตอน ก่อนที่จะลืมกันไปก่อน

ทริปเที่ยวและชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น

ตอนที่ 1: หนึ่งวันในเกียวโต

ตอนที่ 2: มากินซูชิไดกันเถอะ

ตอนที่ 3: ภูเขา ผืนน้ำ กับใบไม้เปลี่ยนสี ที่คาวากูชิโกะ

ตอนที่ 4: บ้านเก่า เมืองเก่า ทาคายาม่า

ตอนที่ 5: ตะลอนไกล ไปฮิโรชิม่า

ตอนที่ 6: ซากุระ ใบไม้แดง ไปถึงแล้วนะ… โอบาระ

ตอนที่ 7: เก็บตกแจแปน

ทาคายาม่า สามารถเดินทางโดยรถไฟโดยนั่งจากนาโงย่าขึ้นมาได้ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ดังนั้นเมื่อจุดเริ่มต้นเราอยู่ที่โตเกียว สิ่งที่ต้องทำคือขึ้นชิงกันเซนขบวนแรกของวัน เวลาหกโมงยี่สิบหกนาที

ชิงกันเซนสาย Tokaido & Sanyo นั้นมีรถไฟสามประเภทคือ

  • Nozomi อันนี้เร็วสุด เพราะจอดสถานีน้อย แต่ JR Pass ขึ้นไม่ได้
  • Hikari ก็จะช้ากว่า เพราะจอดสถานีเพิ่มขึ้น JR Pass ขึ้นได้นะครับ
  • Kodama เปรียบเสมือนรถไฟหวานเย็น จอดทุกสถานี

ถ้าให้เปรียบก็เหมือนกับเรือด่วนเจ้าพระยาที่มี ธงเหลือง ธงส้ม และไม่มีธงนั่นหละครับ

(รูปเมื่อไปเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว ถ่ายที่สถานี Shinagawa)

ดังนั้นวิธีการวางแผนขึ้นรถไฟก็คือ อย่ารีบร้อนขึ้นสาย Kodama เพราะถึงแม้จะมาก่อนแต่ก็จะโดนแซงไปอย่างแน่นอน เช่นการเดินทางจากโตเกียวไปนาโงย่า สาย N ใช้เวลา 1:37 ชม. H ใช้ 1:56 ชม. ส่วน K ใช้ 2:43 ชม. แต่ถ้าสองสามสถานีก็จะขึ้นสาย K ก็ได้ เช่นช่วงระหว่างนาโงย่ากับโอซาก้า H กับ K จะจอดทุกสถานี

แล้วถ้าขึ้นสาย N ไปแล้วหละ? ยังไงเค้าก็ไม่เตะออกจากรถไฟขณะที่วิ่งอยู่แล้ว พนักงานเค้าก็จะให้ออกเมื่อถึงสถานีถัดไป ไม่เสียค่าปรับใดๆ (นิสัยคนไทยเอาเรื่องนี้มาขี้โกงได้อยู่แล้วหละ เชื่อผม)

อีกนิดนึง มันจะมีตู้ที่จองได้กับจองไม่ได้ ถ้าชัวร์กับแผนการเดินทาง จองไปเถอะครับ ไม่งั้นอาจมีโอกาสยืนบนรถไฟสองชม.ได้ T.T สามารถดูตู้ที่จองไม่ได้จากป้ายที่สถานี

เมื่องถึงนาโงย่าแล้วก็ต้องต่อสาย Wide View Hida เพื่อไปลงที่สถานี Takayama ขบวนนี้จะงงๆนิดหน่อยเพราะว่าตอนแรกเราจะนั่งหันหน้าไปท้ายขบวน แต่พอไปสักพักมันจะเปลี่ยนจากท้ายขบวนให้เป็นหน้าขบวนเอง

ขอบอกว่าถ้าจะมาทาคายาม่า ให้มาช่วงที่ใบไม้มันเปลี่ยนสีด้วยนะครับ (ช่วงต้นพ.ย.) เพราะว่าท่านจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามตลอดเส้นทาง ต้นไม้เปลี่ยนสีทั้งภูเขาอะไรแบบนี้

เมื่อถึงแล้ว ฝนก็กำลังตกได้ที่เลย แต่จุดมุ่งหมายแรกที่จะไปคือ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ก็นั่งรถต่อไปอีกชม.นึง พอดีกะฝนเริ่มซาลง

Shirakawago

(update: สถานีรถบัสอยู่ข้างๆทางด้านซ้ายของสถานีรถไฟเลย ดูตารางรถบัสได้ที่นี่ครับ http://www.nouhibus.co.jp/english/shirakawago_kanazawa.html)

ที่หมู่บ้าน มรดกโลกแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านที่มีลักษณะโดดเด่นคือเป็นการก่อสร้างด้วยไม้ และหลังคาปูด้วยหญ้า ถ้ามาในโอกาสเหมาะก็อาจจะเห็นมอสปกคลุมอยู่บนหลังคาก็ได้ หรือถ้ามาช่วงหิมะตก ก็คงจะได้เห็นเป็นหมู่บ้านเต็มไปด้วยหิมะ น่านอนค้างสักคืนนึง ^^

ช่วงที่ไปนี้ใบไม้มันเปลี่ยนสีในระยะสุดท้ายแล้ว ภูเขาจึงเต็มไปด้วยต้นไม้เหลือแต่กิ่งก้านก็แปลกดีไปอีกแบบ มองไปไกลๆก็จะเริ่มเห็นหิมะปกคลุมเทือกเขาบ้างแล้ว (อยากใช้เวลากับหิมะเยอะๆบ้างจัง)

จากนั้น ก็หาร้านแวะกินข้าวเที่ยง ได้มาเป็นโซบะร้อน รสชาดไม่ได้หวือหวาแต่อร่อยดี (เส้นมันสด ไม่อมน้ำเหมือนบ้านเรา) แล้วจากนั้นก็เดินต่อ เดินๆ ขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวกันเลยทีเดียว

ขอขอบคุณการถ่าย RAW ช่วยให้แก้สี้เพี้ยนในบรรยากาศขมุกขมัวได้เยอะเลยทีเดียว

Takayama

เมื่อควรแก่เวลาแล้วก็ได้เวลากลับไป takayama อีกรอบ ก็กะเวลาพอดีๆคือไปถึงก็มืดแล้ว ที่พักก็คือที่นี่ครับ Minshuku Kuwataniya ราคาไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ แต่อยู่เยื้องๆกับ Hida-Kokubunji Temple เลย

มินชูกุเป็นที่พักแบบบริหารจัดการโดยคนญี่ปุ่น(แนวเป็นแบบครอบครัว) ก็จะไม่ใหญ่มาก แต่จะได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆดี (ปล. พบว่าในห้องพัก ก็จะมีชาเขียวให้ชงทุกที่เลย แล้วก็จะมีกระติกน้ำร้อนที่น้ำข้างในร้อนอยู่ตลอดเวลา)

ทีวีที่นี้ นอกจากจะจอแบนและ HD แล้ว ยังมีแอปอยู่ข้างในอีกด้วย หรูได้อีก

ตอนแรกก็ออกไปเดินหาของกิน ก็ได้ร้านเนื้อย่างมาร้านนึง เนื้อฮิดะที่นี่เด็ดมาก ไขมันแทรกซึมเข้าไปในเนื้อ อร่อยน้ำตาไหล ><” ไปดูรูปได้ใน facebook หละครับ http://www.facebook.com/album.php?aid=87172&id=1008397421&l=88e9055d09

หลังจากนั้นก็กลับไปที่ห้อง เตรียมจะออกมาใหม่ มาดูเค้าจัดไฟกัน แต่ปรากฏว่าฝนตกหนักอีก หนาวววว… ก็เลยกลับมาแช่น้ำร้อนดีกว่า วันนี้ก็จบไปแบบพุงกาง

วันรุ่งขึ้น ก็แช่น้ำอีกรอบ ก่อนจะมากินชุดอาหารเช้า ก็มีของเอกลักษณ์ของที่นี่อีกอย่าง นอกจากเนื้อฮิดะคือ โฮบะมิโซะ

มันคือมิโซะปรุงกับอะไรบางอย่าง แล้วนำมาวางบนใบไม้แล้วจุดไฟข้างล่าง ให้กลิ่นหอมๆและรสชาติที่จัดจ้าน เอามากินกับข้าวก็อร่อยสุดๆ (ปล.อีกแล้ว อาหารที่นี่เค้าจะเน้นเย็นๆ คงเป็นเพราะอากาศมันเย็นด้วย)

กินข้าวเติมแรงยามเช้า จุดหมายแรกที่ไปคือวัดฮิดะโคคูบูนจิ แค่เดินข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว ใกล้ได้อีก

เค้าว่ากันว่าต้นแปะก้วยที่นี่อายุเป็นพันปีเลยทีเดียว ความสูงก็ตามนี้หละครับ

ถ่ายรูปเวิ่นเว้อได้ที่แล้วก็ไปต่อยังตลาดเช้า

ที่นี่ก็ขายทั้งของกินของฝาก แถมอยู่ริมแม่น้ำซะด้วย ใบไม้ก็เปลี่ยนสีอยู่ เดินๆกินๆ ได้บรรยากาศดี

จากนั้นก็ไปพิพิธภัณฑ์ที่เก็บเกี้ยวที่ใช้ในการแห่งานเทศกาล ถ้าจำไม่ผิดก็จะมีช่วงซากุระบาน แล้วก็ช่วงเดือนตุลา ปีนึงสองครั้ง

แล้วก็ไปย่านเมืองเก่า ที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว

จากนั้นก็เดินๆ กินๆ (อีกแล้ว) ถ่ายรูปเล่นๆ จนได้แก่เวลาก็จับรถไฟลงไปนาโงย่า แล้วก็ไปต่อที่โอซาก้า การเดินท่องเที่ยวในทาคายาม่าก็จบเพียงเท่านี้หละครับ

ความรู้สึกของที่นี่คือ เมืองมันน่ารักดี ร้านรวงก็เยอะแยะ นี่ก็ไม่ค่อยได้เข้าร้านเท่าไหร่เพราะว่าเวลาจำกัด ถ้ามีเวลาจริงๆก็น่าจะนอนที่ชิราคาวาโกะสักคืน ที่นี่สักคืน แล้วไปออนเซนนอกเมือง ต่อด้วย Japan Alp น่าจะดูดีเลยทีเดียว

รูปสวยๆอยู่ใน Gallery เชิญชมตามสะดวกครับ

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)