ภูเขา ผืนน้ำ กับใบไม้เปลี่ยนสี ที่คาวากูชิโกะ [Koyo 2010]

Kawaguchiko

ด้วยที่ว่ามาญี่ปุ่นสองครั้งแล้ว ได้แต่เห็นฟูจิเอียงอาย ซ่อนอยู่ในเมฆ ดังนั้นคราวนี้เราต้องบุกไปให้ถึงตัวกันไปเลย!


ตอนที่สามของการเดินทางครั้งนี้แล้วนะครับ เนื่องจากว่าแต่ละตอนมันไม่ได้เรียงตามลำดับเวลาดังนั้นอาจจะรู้สึกแปลกตอนอ่าน ก็อย่าว่ากันหละครับ

ทริปเที่ยวและชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น

ตอนที่ 1: หนึ่งวันในเกียวโต

ตอนที่ 2: มากินซูชิไดกันเถอะ

ตอนที่ 3: ภูเขา ผืนน้ำ กับใบไม้เปลี่ยนสี ที่คาวากูชิโกะ

ตอนที่ 4: บ้านเก่า เมืองเก่า ทาคายาม่า

ตอนที่ 5: ตะลอนไกล ไปฮิโรชิม่า

ตอนที่ 6: ซากุระ ใบไม้แดง ไปถึงแล้วนะ… โอบาระ

ตอนที่ 7: เก็บตกแจแปน

คาวากูชิโกะ เมืองนี้เป็นเมืองหนึ่งในส่วนของ Fuji five lake ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิมากกว่าฮาโกเน่ เรื่องของการท่องเที่ยว อาจจะไม่คึกคักเท่า (ก็เพราะที่นู่นเป็นเมืองตากอากาศมาตั้งนมนานแล้ว) แต่ว่ามันก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องเล่าวีรกรรมตอนเช้าก่อนมาที่นี่ก่อน
เนื่องจากเป็นวันที่สอง เลยมีอะไรตะกุกตะกักกันบ้าง เริ่มจากขึ้นรถไฟขบวนแรกไม่ทัน (ตีสี่สี่สิบ) ส่งผลให้ไปตลาดปลาช้ากว่าเดิมครึ่งชม. ต่อแถวผิดร้าน (ดังบล๊อคก่อน) เลยมีเวลาเดินเล่นถ่ายรูปต้นแปะก๊วยแถวๆพระราชวัง จนไปจองตั๋วรถบัสไปคาวากุชิโกะที่ชินจูกุ เดินเล่นแถวนั้น กินข้าว แต่ว่าร้านมันอยู่ไกลจากสถานีมาก ก็เลยรีบกิน (ทั้งๆที่อร่อย) แล้วก็วิ่งสี่คูณร้อยเมตรไปถึงป้ายรถจนได้
นึกถึงว่าตื่นตอนตีสี่มันจะล้าขนาดไหน แล้วให้มาวิ่งมันจะมีแรงมั้ยอะคร้าบ

สถานีรถบัสอยู่ทาง JR West Exit ถ้าโชคดีจะมองเห็นป้ายที่เขียนว่า Shinjuku Expressway Bus Terminal เจอ แล้วก็จะเดินงงๆเล็กน้อย พอขึ้นมาสถานีมันจะอยู่ตรงข้ามกับ Yodobashi Camera (ซึ่งมีหลายสาขาในย่านนั้น)
เพื่อความสะดวกในการอธิบายก็จะขอแปะแผนที่แล้วกัน

หลังจากหอบแห่กๆขึ้นรถก็แทบหลับ แต่ก็หลับไม่ได้อีกเพราะว่าต้องดูวิวข้างทาง (ปล.เพิ่งรู้ว่าเค้ากินข้าวกันในรถได้ก็ตอนนี้หละ) นั่งรถไปสักพักก็เริ่มเข้าสู่บรรยากาศธรรมชาติขึ้นเรื่อยๆ รอบข้างก็เห็นว่าใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีกันเยอะ บางทีก็ภูเขาเกือบทั้งลูก
แล้วสักพัก ฟูจิก็เริ่มออกมาให้เห็น ต้องขอบอกว่ามันอลังการมากๆ สมแล้วที่คนญี่ปุ่นเค้าชื่นชมกัน

เมื่อถึงที่พัก ซึ่งก็คือ Kawaguchiko Station Inn อยู่ใกล้สถานีรถไฟมาก ก็เริ่มสำรวจสถานที่กันเลย

อย่างแรกคือห้องน้ำรวม เมื่อเข้าไปถึงก็จะปรากฎเป็นห้องดังรูป

ส่วนนี้คือที่เก็บเสื้อผ้า ก็ถอดๆให้หมดไม่เหลืออะไร แล้วก็ใช้ผ้าเล็กๆชิ้นเดียว (ที่โรงแรมให้มา) ปิดส่วนที่อยากปิด ก่อนที่จะเข้าไปในห้องอาบน้ำ

วิธีการใช้งานคือ นั่งอาบน้ำ ชำระทุกส่วนให้สะอาด ก่อนที่จะลงอ่าง ตอนลงก็อย่ากระโดดลง หรือเล่นน้ำแบบอ่างอาบน้ำที่บ้าน มันคนละแบบกัน
ว่าแต่แช่อ่างก็ดีอยู่เหมือนกันคือ สบายตัว คลายความปวดเมื่อย แล้วความร้อนก็จะสะสมอยู่ในตัวพอออกไปเผชิญความหนาวข้างนอกได้อย่างสบาย

เข้าเรื่องดีกว่า ถึงที่พักเสร็จแล้วก็ไป FujiQ Highland สวนสนุกที่อยู่ใกล้ๆ ไปต่อคิวเล่น Eejanaika มาสองชั่วโมง ตอนนี้เครื่องเล่นเมืองไทยดูกระจอกขึ้นมาทันตา เหอๆ

จากนั้นก็ไปแช่น้ำแร่แถวๆที่พัก ซึ่งที่ใกล้สุดก็เดินเกือบครึ่งชม. เดินไปหนาวไป อุณหภูมิประมาณห้าองศา แต่พอแช่เสร็จก็เดินตัวปลิวหายหนาวทันที

รุ่งเช้าพอได้เวลาก็นั่งรถบัสออกไปดูวิวที่ทะเลสาบ (ตั๋วเป็น 2 day pass ราคา 1000 เยน ทำเป็นโปสการ์ดไว้ส่งกลับเมื่อใช้เสร็จได้อีกด้วยหละ) ก่อนไปหมอกก็บังยอดเขาจนกลัวว่าจะไม่เห็นเต็มๆลูก แต่พอไปถึงเมฆมันก็แหวกออกให้

เนื่องจากเจอคนไทยบนรถ เลยคุยได้ความว่ามันยังมีงานโคโย(ไม่มีตี้)ที่นี่อยู่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ก็เลยลองไปกันหน่อยทั้งที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวังไว้เลย นึกว่าร่วงหมดแล้ว
แต่ไปถึงก็พบความอลังการของทิวต้นเมเปิล

ความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีคือ การที่ได้เห็นใบไม้มีสีหลากหลายตั้งแต่เขียวสดไปยังสีแดง รูปที่ผมชอบสุดมาจากที่โอบาระ ซึ่งก็คงจะให้ดูในโอกาสต่อไปนั่นแล

เมื่อเชยชมเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปจุดเยี่ยมชมจุดต่อไปคือการนั่งกระเช้าไปบนภูเขาแล้วดูวิวเมือง มีแบคกราวน์เป็นฟูจิลูกใหญ่ๆ


แต่อนิจจา เมฆหมอกได้มาบดบังยอดเขาเสียแล้ว เลยได้แต่วิวเมืองมาแทน

แต่มองๆไปรอบๆ ก็มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่นั่งรอให้เมฆมันคลายตัวเพื่อเห็นฟูจิ แต่กระผมไม่ไหวแล้ว มิฉะนั้นจะกลับไปเที่ยวโตเกียวไม่ทัน ก็เลยลงมาก่อน

กลับมาถึงสถานีรถก็พอดีกับรอบต่อไป ก็วิ่งๆไปซื้อข้าวกล่อง ซื้อน้ำ เพื่อไปกินบนรถกลับโตเกียว ทริปสั้นๆที่ไปคาวากูชิโกะก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ เชิญทัศนารูปที่เหลือได้เลย

ปล. บล๊อกหน้า อาจจะทิ้งช่วงหน่อย ตอนนี้มีงานด่วนมาแทรก ช่วยภาวนาให้มันไปรอดด้วยเถิด อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว ><”

Roparat Sukapirom
Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)