ตะลอนไกล ไปฮิโรชิม่า

ฮิโรชิม่า เป็นอีกสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยใหม่แห่งนึงที่อยากไปสักครั้ง และเพื่อให้คุ้มค่ากับตั๋ว JR Pass ก็เลยจัดเป็น One Day Trip แวะชมจุดสำคัญๆเช้าไปเย็นกลับ อย่างน้อยก็จะได้บอกว่ามาแล้วนะ

ตอนที่ห้าแล้ว ช่วงนี้งานเข้าอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตการทำงานสามปีครึ่ง แต่ก็อยากให้มันเสร็จก่อนปีใหม่ จะได้เริ่มสิ่งใหม่ๆหลายๆอย่างสักทีนึงครับ

ทริปเที่ยวและชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น

ตอนที่ 1: หนึ่งวันในเกียวโต

ตอนที่ 2: มากินซูชิไดกันเถอะ

ตอนที่ 3: ภูเขา ผืนน้ำ กับใบไม้เปลี่ยนสี ที่คาวากูชิโกะ

ตอนที่ 4: บ้านเก่า เมืองเก่า ทาคายาม่า

ตอนที่ 5: ตะลอนไกล ไปฮิโรชิม่า

ตอนที่ 6: ซากุระ ใบไม้แดง ไปถึงแล้วนะ… โอบาระ

ตอนที่ 7: เก็บตกแจแปน

ฮิโรชิม่า เป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ทางด้านใต้ของญี่ปุ่น ที่แห่งนี้โด่งดังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อเมกาได้ปล่อยระเบิดนิวเคลียร์ลงมา คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อผู้มีชีวิตอยู่อีกเยอะ ก็เลยเหมือนเป็นอนุสรณ์สถานที่ให้รำลึกถึงความร้ายแรงของสงครามที่ไม่มีใคร(?)อยากให้เกิดขึ้น

การเดินทางสามารถนั่งรถไฟชิงกันเซนประมาณชั่วโมงครึ่งจากโอซาก้า

ช่วงนี้พักที่โอซาก้า เนื่องจากว่าหาโรงแรมราคาถูกได้ (5,000 เยนต่อห้องต่อคืน ห้องนอนสองคน เตียงแคบแทบจะพลิกตัวไม่ได้ แต่มีห้องน้ำในตัว และข้างล่างมีสถานีรถไฟใต้ดินพอดี) แล้วจากโอซาก้ามันก็อยู่ใกล้ๆเมืองที่เที่ยวได้อีกเยอะ ก็เลยเลือกเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว ณ แถบนี้ครับ

เมื่อถึงฮิโรชิม่าแล้ว ก็ยังไม่ออกไปทันที เนื่องจากว่ามีสถานที่ที่ต้องแวะไปก่อน…

นั่งรถไฟสาย JR Sanyo Line ไปสี่สิบนาที ก็จะถึงสถานี Iwakuni ใช่แล้วครับ เราจะมาแวะสะพานคินไทเคียวกันก่อน

Kintaikyo Bridge

โมเดลที่สถานีรถไฟ

ออกจากสถานี เยื้องๆมาหน่อยนึงก็จะมีป้ายรถเมล์ ก็รอตรงเบอร์สองนี่หละครับ ถ้าจำไม่ผิด เกือบๆทุกสายมันไปถึงที่นี่อยู่แล้ว

รถเมล์ที่นี่จะเป็นคันเล็กๆ ขึ้นไปมีที่ให้หยิบตั๋ว ซึ่งจะเป็นเบอร์ แล้วมันก็จะมีจอไว้แสดงว่าเบอร์นี้ถ้าจะลงป้ายต่อไป ราคามันจะเป็นเท่าไหร่ จากนั้นเมื่อถึงที่หมายก็จ่ายเงินที่เครื่องข้างหน้า

นี่สะพานตัวจริงหละครับ

สะพานคินไทเคียวแต่เดิมนี้นี้เป็นสะพานที่สร้างโดยไม้ทั้งหมด แต่เมื่อโดนไต้ฝุ่นทำให้มันพังครั้งล่าสุด สะพานนี้ก็สร้างใหม่ขึ้นมาโดยที่ใช้หมุดเหล็กมาช่วยด้วย แต่ก็ยังคงรูปแบบดั้งเดิมเอาไว้?ลักษณะพิเศษของมันคือเป็นสะพานโค้งที่มีฐานรองรับเป็นหินสี่แท่นตามแต่ละโค้งของสะพาน เค้าว่ากันว่าที่นี้เหมาะแก่การชมซากุระมาก ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะว่าเห็นต้นซากุระที่เหลือแต่กิ่งหลายต้นเต็มไปหมด

ณ ขณะนั้น อากาศหนาวมาก น่าจะประมาณหกองศาได้ เดินข้ามสะพานไป ลมเย็นๆก็พัดมาชวนให้หนาวใจยิ่งนัก

ใต้สะพาน

แวะพอหอมปากหอมคอ ก็นั่งรถเมล์ย้อนกลับมา เพื่อนั่งรถไฟย้อนกลับมา ก็เพื่อย้อนกลับมายังสถานี Miyajimaguchi เพื่อแวะไปสถานที่ต่อไปคือเกาะมิยาจิม่า

Miyajima Island

เกาะแห่งนี้มีสถานที่ที่จัดเป็นมรดกโลกแห่งนึงคือ วิหารอิซึคุชิม่า ที่มีเสาโทริอิกลางน้ำที่หลายๆคนน่าจะเคยเห็นกัน (ญี่ปุ่นมีวัดและวิหาร จำง่ายๆว่าวิหารมีเสาโทริอิอยู่)

การเดินทาง จากสถานีรถไฟ เดินมาประมาณสองร้อยเมตรก็จะพบกับท่าเรือข้ามฟาก (เฟอรี่นั่นหละ) สามารถใช้ JR Pass เพื่อข้ามฝั่งได้ ก็ต้องขึ้นท่าของ JR นะครับ นั่งไปประมาณสิบกว่านาทีก็ถึงแล้ว และก็อย่าลืมเช็คเวลาน้ำขึ้นน้ำลงให้ดีๆด้วย เพราะว่าที่นี่จะสวยช่วงน้ำขึ้นสูงสุด (ซึ่งดันเหมาะเจาะกับการเที่ยวครั้งนี้เลยจริง 555+)

นอกจากวิหารอิซึคุชิม่าแล้ว ก็ยังมีจุดเด่นเล็กๆน้อยๆอีกสองอย่างคือ กวาง และก็หอยนางรม แนะนำว่าให้ลองกินหอยนางรมย่างดู เด็ดมาก ส่วนกวางไม่ใช่ของกิน มันมาเป็นตัวเป็นๆ อารมณ์คงแบบเดียวกับนาราหละมั้ง

ไซร้กันจนคนอิจฉา ฮึ่ยๆ

ตามเส้นทางไปวิหาร ก็จะพบร้านรวงต่างๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม ร้านของกินเล่น เต็มไปหมด ตอนกลับก็ซัดกันไปเยอะเหมือนกัน เหอๆ

โทริอิกลางน้ำ งามตามากๆ

ตอนที่ไปก็พอดีมีจัดงานแต่งงานพอดี แล้วสถานที่มันก็เปิดให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปได้ด้วย

หลังจากกินข้าวโดปหอยนางรมเรียบร้อยแล้ว ก็กลับเข้ามาที่ตัวเมืองฮิโรชิม่าเสียที

สถานที่ที่เดียวที่ไปคือ Peace Memorial Park

Hiroshima Peace Memorial Park

สถานที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางการระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ ประกอบไปด้วย Atomic Dome ซึ่งเป็นซากตึกที่รอดการทำลายของระเบิดมาได้ ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่ตึก มีพิพิธภัณฑ์ และอนุสรณ์สถานที่เอาไว้รำลึกเหตุการณ์ต่างๆเหล่านั้น

Atomic Museum

พิพิธพัณฑ์ ข้างหน้าเป็นอนุสรณ์สถาน

ถ้ามีเวลาก็อยากให้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ (เผื่อไว้สักสองชม.) เพราะจะได้รับรู้ถึงความเลวร้ายของสงคราม และสงสารชีวิตบริสุทธิ์ที่สูญเสียไป

อนุสาวรีย์ของเด็กหญิงซาดาโกะ ตำนานนกกระสาพันตัว เหยื่อของกัมมันตภาพรังสี (อ่านต่อที่นี่)

ก็เข้าชมพิพิธภัณฑ์จนปิด กลับมาที่โกเบเพื่อหลงทางหาร้านเนื้อโกเบไม่เจอ (ลืมเตรียมข้อมูลไป) ก่อนที่จะกลับโอซาก้าอย่างเหนื่อยล้า แพ็คของกลับโตเกียวในวันถัดไป พร้อมๆกับวันพิเศษของการไปเที่ยว คือการไป Unseen Japan ที่นึงคือ ซากุระในฤดูใบไม้ร่วง ณ โอบาระ ซึ่งจะเป็นตอนต่อไปของบล็อคชุดนี้

เชิญรับชมภาพที่เหลือได้เลยนะครับ

Roparat Sukapirom

blogger at roparat.com
A geek with a camera.
Roparat Sukapirom

Latest posts by Roparat Sukapirom (see all)