หนึ่งวันในเกียวโต [Koyo 2010]

หนึ่งวันในเกียวโต [Koyo 2010]

เกียวโตเป็นหนึ่งในเมืองที่ผมชื่นชอบ ด้วยความงามทางศิลปะอันเก่าแก่ และความร่มรื่นของธรรมชาติ ก็เลยทำให้มีโอกาสมาเยือนอีกหนหนึ่ง ในบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป

งั้นขอเข้าปฐมบทก่อนหละกัน ทริปนี้เป็นทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น ในบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี 10 วัน (จริงๆ 9 วันครึ่ง เพราะเดินทางวันแรกไปถึงก็บ่ายๆแล้ว) ในเวลาทั้งสิบวัน ผมได้ไปที่ต่างๆมาดังนี้

วันแรก – อยู่ในโตเกียว ปรับสภาพ ไปเดินเที่ยวเล่นแถวอากิฮาบาระ
วันที่สอง – ตื่นเช้าเพื่อไปตลาดปลา แต่พลาดไปกินผิดร้าน ก็เลยเดินเตร็จเตร่ไปพระราชวังอิมพิเรียล ก่อนที่จะไปคาวากูชิโกะ เพื่อไปเล่นสวนสนุกฟูจิคิว พร้อมกับแช่น้ำแร่ร้อนๆ
วันที่สาม – ช่วงเช้าไปเที่ยวแถวๆทะเลสาป พร้อมกับเซอร์ไพรซ์เจองานโคโย(ไม่มีตี้มาต่อท้าย) แล้วก็กลับเข้าโตเกียว เดินเที่ยวในตัวเมือง (ฮาราจุกู ชิบูย่า) แล้วก็ไปโอไดบะ
วันที่สี่ – ตื่นเช้า ออกไปทาคายาม่า แต่ที่ที่จะไปก็คือหมู่บ้านชิราคาวาโกะ แล้วถึงจะกลับมากินเนื้อย่างรสโอชะ
วันที่ห้า – เดินเที่ยวในตัวเมืองทาคายาม่า ก่อนที่จะไปโอซาก้า ดูแสงสียามค่ำคืน แล้วก็พักที่นี่สามคืน
วันที่หก – ไปเกียวโต ซึ่งเป็นบล๊อกที่จะเขียนอันนี้
วันที่เจ็ด – ไปฮิโรชิม่า ไปดูสะพานกินไทเคียว ดูเสาโทริอิกลางน้ำ แล้วมาดูอะตอมิคโดม และพิพิธภัณฑ์ปรมาณู
วันที่แปด – ที่นี่อยู่แห่งใด? โอบาระ ผมไปถึงแล้ว กลับมานอนที่โตเกียว
วันที่เก้า – แก้ตัว ไปกินซูชิได แล้วก็นัดเพื่อนๆกินข้าวที่ชินจูกุ ซื้อของฝากแถวๆอเมโยโกะ ดูวัดเซนโจจิ ก่อนไปโตเกียวทาวเวอร์
วันที่สิบ – ชิวๆ แถวๆที่พัก เนื่องจากเมื่อวานยัดที่เที่ยวไปหมดแล้ว ก่อนกลับเมืองไทย

สิบวันแต่ไปโน่นไปนี่จนเหนื่อยหอบ ได้เจออะไรแปลกใหม่หลายๆอย่าง ถ้าจะเขียนบล๊อกประสบการณ์คงเยอะจนเขียนหนังสือเล่มนึงได้ ดังนั้นก็เลยขอตัดเป็นบทๆ แนะนำสถานที่เที่ยวไปแทนหละกันครับ คงมีประมาณสามสี่ตอนได้ แล้วแต่เวลาจะอำนวย

แกลอรี่รูปมีสองที่นะครับ มีที่หัวบทความอันนึงเป็น flash แล้วก็ข้างล่างเป็น html สำหรับ iOS

ทริปเที่ยวและชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น

ตอนที่ 1: หนึ่งวันในเกียวโต

ตอนที่ 2: มากินซูชิไดกันเถอะ

ตอนที่ 3: ภูเขา ผืนน้ำ กับใบไม้เปลี่ยนสี ที่คาวากูชิโกะ

ตอนที่ 4: บ้านเก่า เมืองเก่า ทาคายาม่า

ตอนที่ 5: ตะลอนไกล ไปฮิโรชิม่า

ตอนที่ 6: ซากุระ ใบไม้แดง ไปถึงแล้วนะ… โอบาระ

ตอนที่ 7: เก็บตกแจแปน

การเดินทางในวันนี้ เริ่มต้นตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า นั่งรถไฟมาจากโอซาก้าประมาณ 15 นาทีก็มาถึงโตเกียว

สถานที่แรกที่ไปกันก็คืออาราชิยาม่า เป็นเมืองที่อยู่นอกโตเกียวเดินทางโดยรถไฟสาย JR Sagano มาประมาณ 15 นาทีก็จะถึงสถานี Saga Arashiyama

Arashiyama

จุดประสงค์หลักของการมาที่นี่คือ ต้องการมาดูสะพาน Togetsukyo ที่ฉากหลังประกอบไปด้วยภูเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี

บรรยากาศที่นี่ก็ร่มรื่นและเย็นกำลังสบาย (และจริงๆเหตุผลหลักที่มาที่นี่คือวัดส่วนใหญ่จะเปิดตอนเก้าโมงเช้า มาที่นี่ก็จะได้เที่ยวก่อนที่วัดจะเปิด) ทางเดินริมฝั่งแม่น้ำก็จะเห็นต้นไม่เปลี่ยนสีสวยๆอยู่เต็มไปหมด แน่หละที่ต้นไม้เปลี่ยนสีมันมีอยู่ไปทั่ว แต่บางต้นก็แดงสีสดๆ ชวนให้เข้าไปถ่ายรูปยิ่งนัก

เอาหละเมื่อควรแก่เวลาก็ย้ายสถานที่กัน (ปล.ที่เมืองนี้น่าจะขึ้นชื่อเรื่องเต้าหู้นะ เห็นมีร้านเต้าหู้เต็มไปหมด)

นั่งรถไฟสายเดิมกลับมาที่สถานีเกียวโต คราวนี้นั่ง Rapid Train มาเร็วปรู๊ด แล้วก็ต่อสาย JR Nara ไปหนึ่งสถานีเพื่อจะลงที่สถานีที่ชื่อเดียวกับวัดที่เราจะไปกันนั่นก็คือ วัดโทฟูคุจิ

Tofukuji Temple

แค่มาถึงสถานี ก็พบกับฝูงคนหลั่งไหล เราก็ไม่ต้องดูทางมาก เพราะว่าจากสถานีนี้ก็มีแค่วัดเดียวก็ผู้คนเค้าจะไปกัน เดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็เจอทัวร์ของคนญี่ปุ่นกันเอง นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าขนาดคนในประเทศก็ยังมาเที่ยวกันเองได้เยอะขนาดนี้

ทางเข้าวัดก็เดินนานอยู่เหมือนกันแต่เมื่อเข้าไปแล้วก็เจอกับต้นเมเปิ้ลเต็มไปหมด

น่าเสียดายที่ว่ามีบางต้นมันเหลือแต่ก้านไปแล้ว แต่ส่วนมากก็เป็นเฉพาะแค่ทางเข้าวัด สวนข้างในก็ยังเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ น่าสังเกตุว่าใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่มันเป็นสีแดงสละไชเดอร์มากๆ แปลกจากที่อื่นที่ไปเที่ยวมา (แดงแบบไม่สดนั่นหละ) การมาวัดนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใดเลย

เมื่อก่อนเคยคิดไว้ว่า รูปข้างบนที่เห็นนี่มันต้องแต่งชัวร์ๆ เพราะว่าไม่มีทางที่สีมันจะสดได้ทุกสีขนาดนั้น ตั้งแต่มอสสีเขียว ไปจนถึงต้นไม้สีแดง สีส้ม สีเหลือง มุมนี้ก็เลยเป็นมุมที่พิสูจน์ได้ว่ามันมีจริงๆ

เดินชมจนพอใจแล้ว (จริงๆเริ่มเอียนๆบ้าง เจอมันไปหมดทุกที่เลย 555+) ก็นั่งรถไฟกลับมาที่เกียวโต เพื่อนั่งรถบัสออกชมวัดสำคัญอีกสามวัด (ปล.ที่ศูนย์นักท่องเที่ยว จะมีบอกไว้ว่าวัดไหนใบไม้เปลี่ยนสีถึงระดับไหนแล้ว แต่ทว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย)

Kinkaku-ji Temple

พอลงจากรถ แค่ทางเดินเข้าวัด ก็เต็มไปด้วยต้นเมเปิลที่กำลังเปลี่ยนสีอยู่ สวยงามอีกเหมือนกัน

เมื่อเข้าไปอยู่ตัววัด ภาพที่เห็นก็สวยกว่าคราวที่แล้วก็ผมมาอีก…

เพราะว่าคราวนี้มีแขกรับเชิญมาเกาะที่หินด้วย หากถ่ายภาพดีๆ เจ้านกตัวนี้คงเป็นองค์ประกอบที่ดีของภาพแน่ๆ เหอๆ

หลังจากนี้ก็เคลื่อนย้ายพล ไปตั้งต้นที่วัด Ginkaku-ji แต่ไม่ได้เข้าไป (ด้วยที่ว่าได้ยินมาว่ามันปิดซ่อม แต่กลับมาแล้วเช็คดูถึงพบว่ามันปิดซ่อมจริงๆ แต่เปิดตั้งแต่เดินมีนาแล้ว) แล้วก็เดินไปที่เส้นทางสายนักปราชญ์เพื่อที่ว่าจะไปสุดทางแล้วเข้าวัด Eikando…

แต่ทว่า เดินหลงครับ หลงตั้งแต่แยกแรกที่ต้องเลี้ยว แต่ดันเดินตรงไป กว่าจะรู้ตัวก็กินข้าวเสร็จ เดินไปจนสุดทาง สรุปว่าเดินคนละทิศกันเลย พอตั้งสติได้ก็เริ่มมืดแล้ว (ประมาณห้าโมงได้) เพื่อนก็ทำบัตรรถบัสหายอีก (แต่เงินช่วยแก้ปัญหาได้ โดยการซื้อบัตรใหม่)

Eikando Temple

ก็แทนที่จะไปวัดนี้ตอนสว่าง ก็กลายเป็นว่าได้สัมผัสกับ light up แทน บางทีก็อาจจะดี เพราะว่าใบไม้ของที่นี้มันเลยจุดพีคไปแล้ว การเปิดไฟก็เลยช่วยกลบร่องรอยของการเสื่อมวัยได้

แต่ก็น่าตื่นตามาก เพราะว่าคิวที่ต่อซื้อตั๋วเข้าชมก็ยาวได้อีก แต่เข้าไปก็นึกถึงเลยว่า ถ้าเป็นตอนกลางวันมันคงจะสวยขนาดไหน (ในตอนที่มันยังไม่แห้งเหี่ยวนะ)


เหมือนว่าจะมืดแล้ว แต่ที่จริงยังหกโมงกว่าๆอยู่เลย และก็ยังเหลืออีกที่นึงที่ยังต้องไป ที่ผมคิดว่าเป็นวัดที่ยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรมแห่งหนึ่งเลย ก็คือวัดน้ำใสในภาษาไทยนั่นเอง

Kiyomizudera Temple

ขาตั้งกล้องที่แบกมาก็มีประโยชน์มากที่สุดตอนนี้หละครับ (ขอบคุณเพื่อนผมมากๆที่ช่วยแบกให้ มาคนเดียวคนทิ้งไว้ที่ห้องแล้วจะนึกเสียใจในภายหลัง)

สภาพใบไม้ที่นี้ยังไม่พีค แต่พอเปิดไฟแล้วก็ช่วยกลบสีจริงได้อีกตามเคย เหอๆ แต่ว่าวัดนี้เมื่อเปิดไฟแล้วดูสวยกว่าตอนกลางวันอีก ข้อดีของการมาชม light up ก็แบบนี้หละ

ที่นี่ ก็เป็นจุดชมวิวเมืองเกียวโตที่สวยแห่งหนึ่งเหมือนกัน ก็คงเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่มาสัมผัสยามค่ำคืนที่นี่หละครับ

ข้อหนึ่งที่ผมชอบมากๆของวัดหรือศาลเจ้าในญี่ปุ่นคือ ย่างก้าวแรกที่เข้าสู่เขตวัด บรรยากาศจะเปลี่ยนไปในทันที จากข้างนอกเป็นเมืองที่ดูวุ่นวายๆ ก้าวขาเข้ามาก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ดูขลังขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถึงแม้ว่าพื้นที่ใช้สอยของเค้าน้อยมาก แต่เขตของวัดนั้นกลับใหญ่โต (อย่างเช่นศาลเจ้าตรงฮาราจูกุ เหมือนเข้าไปอีกโลกนึงเลย)

จบตอนแรกแล้วนะครับ ตอนต่อไปจะเป็นอะไรนั้นติดตามชมกันได้

- รภรัตน์

Kyoto 2010

Viewing images 1-22 of 63
IMG_4328.jpg IMG_4334.jpg IMG_4337.jpg IMG_4341.jpg IMG_4346.jpg IMG_4348.jpg IMG_4359.jpg IMG_4363.jpg IMG_4377.jpg IMG_4380.jpg IMG_4394.jpg IMG_4411.jpg IMG_4416.jpg IMG_4421.jpg IMG_4423.jpg IMG_4424.jpg IMG_4425.jpg IMG_4442.jpg IMG_4451.jpg IMG_4454.jpg IMG_4458.jpg IMG_4460.jpg
Viewing images 1-22 of 63

roparat

Love landscape, nature and travel photography.
Tech savy: Mobile, UI Design, Development, Moral in Technology.